บทที่ 10 เป็นนักเรียนธรรมดาสักคน ทำไมถึงยากขนาดนี้!
ความรู้สึกตื่นเต้นแปลกใหม่ตอนก้าวเข้ามาในโรงเรียนมัธยมปลายของซูหนิงหนิงยังไม่ทันจางหาย เธอก็ถูกภาระการเรียนอันหนักหน่วงเล่นงานจนมึนตึ้บเสียแล้ว
ตอนนี้เธอถึงเพิ่งรู้ตัวว่า เนื้อหาที่เคยทำให้ปวดหัวสมัยมัธยมต้น พอเทียบกับบทเรียนมัธยมปลายแล้วก็เป็นแค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น วิชาเรียนมัธยมปลายต่างหากที่ทำเอาปวดหัวจริง ๆ
สูตรคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ และเคมีซับซ้อนจนชวนเวียนหัว ส่วนวิชาสายศิลป์ก็มีเนื้อหามากมายและปะปนกันไปหมด การบ้านแต่ละวิชากองสูงเป็นภูเขา ความยากของข้อสอบก็พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
ซูหนิงหนิงฝังตัวอยู่กับหนังสือทุกวัน เรียนจนแทบหัวระเบิด
รอยยิ้มผ่อนคลายสบายอารมณ์ตอนเพิ่งขึ้นมัธยมปลายหายไปจากใบหน้า เหลือเพียงคิ้วขมวดมุ่นทั้งวัน
เธอได้แต่ถอนหายใจใส่ข้อสอบกับแบบฝึกหัด หลายครั้งถึงกับทึ้งผม รู้สึกว่าตัวเองเรียนต่อไม่ไหวแล้ว
เธอไม่อยากเป็นเด็กเรียนแย่อีกแล้ว ไม่อย่างนั้นคุณครูคงไปตามพ่อกับแม่อีก ฮือ ๆ
เธอแค่อยากเป็นนักเรียนมัธยมปลายธรรมดา ๆ สักคน ทำไมถึงยากขนาดนี้นะ!
ส่วนเซิ่นซิงไป๋ หลังเข้าเรียนที่โรงเรียนมัธยมปลายหมิงเฉิง เขาก็ได้สัมผัสกับความหมายของคำว่า ‘ยอดฝีมือมีอยู่ทุกหนแห่ง’ อย่างแท้จริง
ที่นี่มีคนเก่งมากมาย เขาจึงไม่อาจครองอันดับหนึ่งอย่างมั่นคงเหมือนแต่ก่อนได้อีกแล้ว
การสอบครั้งแรกของภาคเรียนต้นชั้นมัธยมศึกษาปีที่หนึ่ง เขาได้เพียงอันดับเก้าของโรงเรียน
ตอนนี้ใกล้จะจบภาคเรียนต้นของชั้นมัธยมศึกษาปีที่หนึ่งแล้ว อันดับของเซิ่นซิงไป๋ก็ขยับขึ้นมาอย่างมั่นคง จนอยู่ที่อันดับหก
ซูหนิงหนิงชื่นชมเซิ่นซิงไป๋จากใจจริง
ด้วยฐานะครอบครัวของเขา คงไม่มีปัญญาจ้างครูสอนพิเศษราคาแพง ปกติเขาก็แค่ขลุกอยู่ในห้องสมุด อ่านหนังสือเอง คิดทบทวนเอง
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังไต่เต้าขึ้นไปอยู่ที่อันดับหกในหมู่เหล่านักเรียนหัวกะทิของโรงเรียนมัธยมปลายหมิงเฉิงได้ทีละขั้น
