พวกเธอสองคนไม่พอใจที่ย่าซูรักลูกสาวคนเล็กมากกว่าใครมานานแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น ครอบครัวยังไม่ได้แยกบ้าน เงินส่วนใหญ่ในบ้านก็อยู่ในมือย่าซู แต่งงานกันมาหลายปีแล้ว พวกเธอก็ยังไม่มีสิทธิ์จัดการเรื่องในบ้าน จึงไม่พอใจมานาน
ไม่มีเงินอยู่ในมือ ต่อให้คิดจะส่งของไปให้ทางบ้านตัวเองก็ยังทำได้ไม่ถนัด บางครั้งถึงกับต้องแอบทำ
ซูเหล่าซื่อไม่ได้ทำงานในหมู่บ้าน เขาเป็นคนพูดเก่ง จึงหางานชั่วคราวทำในตัวอำเภอซินเซียง ไม่ต้องทำงานในหมู่บ้านเพื่อสะสมคะแนนแรงงาน
ซูเหล่าซื่อหาเงินได้ก็แบ่งให้พี่สะใภ้สี่อยู่บ้าง แต่เงินส่วนใหญ่ก็ยังตกอยู่ในมือย่าซู
พี่สะใภ้สี่ไม่พอใจเรื่องนี้มานานแล้ว
ซูหงเวยหัวเราะคิกคัก ไม่สนใจคำหยอกของอาสะใภ้สี่ แล้วดึงพี่สะใภ้สามเดินออกไปไกลหน่อย
“แม่ ผมได้ยินอาสาวกำลังยุให้ย่าแยกบ้านครับ!”
พี่สะใภ้สามตาเป็นประกาย “มีเรื่องดีแบบนี้ด้วยเหรอ?” เธอกำไหล่ลูกชายคนโตแน่น แล้วรีบถามอย่างกระตือรือร้น “ที่ลูกพูดจริงหรือเปล่า?”
ซูหงเวยพยักหน้าหงึก ๆ “จริงแน่นอนครับ ผมได้ยินกับหูตัวเอง”
“แล้วย่าตกลงหรือยัง?”
พี่สะใภ้สามตื่นเต้นจนอดกังวลไม่ได้ กลัวแค่ว่าแม่สามีจะไม่ยอม
พอคิดว่าในที่สุดก็จะแยกบ้านกับน้องสามีตัวแสบได้ อารมณ์ของเธอก็เบิกบานขึ้นมา
นอกจากเรื่องที่ย่าซูเก็บเงินไว้เองแล้ว พี่สะใภ้สามก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับแม่สามีมากนัก เธอยอมรับว่าแม่สามีไม่ใช่แม่สามีใจร้าย
แม่สามีไม่เคยหาเรื่องกลั่นแกล้งพวกสะใภ้อย่างพวกเธอ อย่างน้อยงานบ้านก็แบ่งกันทำเป็นรอบ ๆ ในบ้านมีคนเยอะ ทำกับข้าวแต่ละครั้งกว่าจะถึงรอบของใครก็ใช้เวลาหลายวัน
