รอยยิ้มบนใบหน้าของหลี่หงเสียพลันหุบลงทันที “ใครเป็นหลานสาวคนโตของเธอ? ซูเสี่ยวหม่าน เธอนี่หน้าด้านจริง ๆ!”
ยิ่งหลี่หงเสียโมโห ซูเสี่ยวหม่านก็ยิ่งอารมณ์ดี “เธอเป็นลูกสาวของพี่ใหญ่หลี่ไม่ใช่เหรอ? แล้วฉันเรียกเธอว่าหลานสาวคนโตมันผิดตรงไหน?”
หลี่หงเสียพูดไม่ออก พลันนึกขึ้นได้ว่าซูเสี่ยวหม่านมีลำดับอาวุโสสูงกว่าเธอมาก
พ่อของเธอเรียกซูต้าเฉียงว่าพี่ใหญ่จริง ๆ ถ้านับตามนั้น เมื่ออยู่ต่อหน้าซูเสี่ยวหม่าน เธอก็มีลำดับอาวุโสต่ำกว่าหนึ่งขั้นจริง ๆ
หลี่หงเสียเชิดคอขึ้น “พวกเราไม่ได้เป็นญาติใกล้ชิดกันสักหน่อย จะนับแบบนั้นได้ยังไง ฉันว่าเธอแค่อยากเอาเปรียบฉันมากกว่า”
ซูเสี่ยวหม่านยักไหล่ พูดอย่างไม่ใส่ใจ “ฉันก็ไม่ได้อยากเรียกแบบนั้นหรอก เธอเป็นคนเริ่มเองนะ”
หลี่หงเสีย “........”
เหมือนเธอจะเป็นคนพูดขึ้นมาก่อนจริง ๆ แต่เธอตั้งใจจะทำให้ซูเสี่ยวหม่านอิจฉาเธอต่างหาก!
แต่ตอนนี้เธอกลับถูกยัยเด็กบ้านี่ทำให้โมโหขึ้นมาจริง ๆ
ให้ตายสิ!
“ไหน ๆ ก็มาแล้ว สรุปจะซื้อของไหม?” หลี่หงเสียถามอย่างหงุดหงิด
ซูเสี่ยวหม่านเดินดูทั่วสหกรณ์จำหน่ายสินค้าเรียบร้อยแล้ว แถมยังจดจำสิ่งของที่พบเห็นได้บ่อยในยุคนี้ รวมถึงรูปแบบคร่าว ๆ ของสินค้าในปัจจุบันไว้ด้วย
สรุปแล้ว ของทุกอย่างล้วนมีกลิ่นอายย้อนยุคชวนให้นึกถึงวันวาน
“ไม่ซื้อ ฉันแค่มาดูเฉย ๆ!”
พูดจบ ซูเสี่ยวหม่านก็เดินออกจากสหกรณ์จำหน่ายสินค้าไป
หลี่หงเสียบ่นพึมพำอย่างไม่สบอารมณ์ “ยัยจนเอ๊ย ทำมาเป็นวางท่า!”
ตอนนั้นเอง พนักงานขายที่เคาน์เตอร์อีกฝั่งก็เอ่ยขึ้น “หงเสีย คนเมื่อกี้คือซูเสี่ยวหม่านเหรอ?”
