ซูต้าเฉียงมองซูเสี่ยวหม่านที่กระตือรือร้นเกินเหตุด้วยความสงสัย เขาพบว่าน้องสาวตอนนี้ร่าเริงกว่าเมื่อก่อนมาก แถมยังไม่เอาแต่ใจเหมือนแต่ก่อนแล้ว
ซูต้าเฉียงรู้สึกปลื้มใจไม่น้อย น้องสาวของเขาโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ถึงกับรู้จักช่วยแบ่งเบาภาระของเขา
ซูต้าเฉียงคิดว่าซูเสี่ยวหม่านแอบฟังอยู่ข้างนอก ที่ตอนนี้รีบร้อนนัก คงเพราะไม่อยากให้เขาถูกหลี่ต้าขุยจากหมู่บ้านเสี่ยวกั่งข่มเอา
เขาจึงพูดอย่างปลื้มใจว่า “เรื่องนี้ยังไม่ต้องรีบร้อน รอให้นักบัญชีหลิวไปสำรวจแต่ละครัวเรือนในหมู่บ้านก่อน ค่อยคำนวณดูว่าค่าใช้จ่ายทั้งหมดเท่าไร”
ซูเสี่ยวหม่านเองก็รู้ตัวว่าร้อนใจเกินไป “อ๋อ งั้นก็ได้ค่ะ แต่พี่ใหญ่ต้องจำไว้นะคะว่าฉันช่วยได้จริง ๆ ถ้ามีฉันช่วยเป็นคนกลาง ยังไงก็ประหยัดเงินให้พี่ได้แน่นอน”
ซูเสี่ยวหม่านไม่ได้คิดจะหากำไรจากส่วนต่าง เธอแค่อยากได้คะแนนเท่านั้น
แม้เธอจะชอบเงิน แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นหน้ามืดตามัวจนยักยอกเงินของหมู่บ้าน ตอนนี้คนในหมู่บ้านยังทำงานรวมกันอยู่ในหน่วยการผลิต
ปีนี้เพิ่งปี 1975 หากจะเริ่มแบ่งที่นาให้แต่ละครัวเรือน ก็ต้องรออีกสามสี่ปี
ซูต้าเฉียงตบไหล่ซูเสี่ยวหม่านเบา ๆ “เอาล่ะ พี่รู้แล้ว สายมากแล้ว ใกล้ได้เวลากินมื้อกลางวัน กลับบ้านไปกินข้าวกันเถอะ!”
ที่จริงซูต้าเฉียงไม่ได้เก็บคำพูดของซูเสี่ยวหม่านมาใส่ใจนัก พูดตามตรง เขาก็ยังไม่ค่อยวางใจ
ไม่ใช่ว่าเขาดูถูกน้องสาวตัวเอง เพียงแต่ก่อนหน้านี้เสี่ยวหม่านเอาแต่คิดถึงโจวหย่งคัง
