จ้าวซีซีไม่คิดว่าเขาจะถามคำถามนี้กับเธออีก เรื่องนี้ตอบยากอยู่เหมือนกัน
ชายหนุ่มมองเธอจากด้านบน เมื่อเห็นสีหน้าลำบากใจจึงถามว่า “ตอบยากขนาดนั้นเลยเหรอ”
“ก็ไม่ถึงกับ”
จ้าวซีซีลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเงยหน้ามองเขา “แล้วคุณอยากฟังความจริงหรือคำโกหกล่ะ”
“...ฉันว่าเธอเงียบไว้จะดีกว่า”
หัวหอ้ ฮั่นฮุยพูดจบก็หันหลังเดินจากไปทันที
จ้าวซีซีก้าวไปข้างหน้า แล้วก็เห็นหมาตัวใหญ่ข้าง ๆ ลุกขึ้นยืน ส่ายหางมองเธอ
เธอรีบหยุดฝีเท้า แล้วถอยหลังไปหลายก้าวโดยไม่รู้ตัว “ยะ... อย่าเข้ามานะ”
เธอมองหมาตรงหน้า แม้จะไม่ได้มีเจตนาร้ายต่อมัน แต่เพราะมีปมในใจตั้งแต่เด็ก จึงรู้สึกหวาดกลัวเมื่อหมาเข้ามาใกล้
“มานี่”
ตอนที่จ้าวซีซีกำลังจะตัดสินใจวิ่งหนี ชายหนุ่มที่หายลับไปในความมืดก็เดินกลับมาอีกครั้ง
เขายืนอยู่ใต้ไฟถนน แล้วยื่นมือมาหาเธอ
เมื่อหมาตัวใหญ่เห็นหัวหอ้ ฮั่นฮุย ก็กลับไปนั่งลงอย่างว่าง่าย ส่ายหางโดยไม่ขยับไปไหน
จ้าวซีซีลังเล “ฉะ... ฉันไม่กล้า!”
“ให้เวลาสิบวินาที”
ให้ตายสิ ผู้ชายร้ายกาจ!
เดินมารับเธอสักหน่อยไม่ได้หรือไง
แต่จ้าวซีซีรู้ว่าหัวหอ้ ฮั่นฮุยพูดแล้วทำจริง เขาบอกว่ามีเวลาแค่สิบวินาที งั้นก็มีแค่สิบวินาทีแน่นอน
จ้าวซีซีกัดฟัน ก่อนวิ่งตรงไปหาหัวหอ้ ฮั่นฮุยอย่างรวดเร็ว
ชายหนุ่มก้มมองหญิงสาวที่ฝืนเอาชนะความกลัวแล้ววิ่งเข้ามาหา มุมปากบางยกขึ้นเล็กน้อย ปมนั้นต้องค่อย ๆ ก้าวข้ามไปแบบนี้แหละ!
วินาทีถัดมา หญิงสาวก็พุ่งเข้ามาชนอกเขาเต็ม ๆ
หัวหอ้ ฮั่นฮุยยืนนิ่ง มือที่ยื่นออกไปยังค้างอยู่กลางอากาศ ก่อนจะค่อย ๆ ลดลง
มือของเขาหยุดชะงักอยู่ตรงแผ่นหลังเธอ จากนั้นนิ้วทั้งห้าก็ค่อย ๆ งอลง
