เดิมทีหยุนเซิงเซิงไม่ชอบนอนตื่นสาย แต่คงเป็นเพราะเปลี่ยนทั้งร่างกายและสภาพแวดล้อม พอตื่นขึ้นมาก็เกือบเที่ยงแล้ว เธอลุกขึ้นอย่างสะลึมสะลือ ข้างกายไม่มีใครอยู่แล้ว
เธอนั่งอยู่บนเตียง สวมเสื้อตัวเล็ก ๆ อย่างทุลักทุเล พอแต่งตัวเสร็จก็ลงจากเตียงแล้วเดินออกไป
กันอวี้หวั่นเห็นเธอออกมา ก็ยิ้มพลางเดินเข้ามายกน้ำให้
“เสี่ยวอู่ มานี่สิ แม่จะล้างหน้าให้”
หยุนเซิงเซิงเดินเข้าไป อ้าปากอยากบอกว่าไม่ต้อง เธอล้างเองได้ แต่กลับพูดไม่ออก
สุดท้ายจึงคิดอย่างห่อเหี่ยว【ฉันคงไม่ได้เป็นใบ้จริง ๆ หรอกนะ!】
เมื่อเห็นใบหน้าเล็ก ๆ ยับย่นเป็นก้อนกลม สีหน้ากลุ้มอกกลุ้มใจ กันอวี้หวั่นก็ทั้งขำทั้งสงสาร
นางอุ้มลูกเข้ามาในอ้อมแขน เช็ดหน้าให้พลางปลอบว่า
“เสี่ยวอู่ไม่ต้องเสียใจนะ แค่พูดช้าหน่อยเท่านั้น ลำคอไม่ได้มีปัญหา!”
หยุนเซิงเซิงมองกันอวี้หวั่นตาเป็นประกาย【จริงเหรอ ฉันไม่ได้เป็นใบ้ใช่ไหม?】
กันอวี้หวั่นฉวยโอกาสรวบผมให้ลูกเป็นจุกเล็ก ๆ สองข้าง
“จริงสิ แม่ไม่ได้หลอกเจ้า!”
“แต่เจ้าต้องฝึกให้มากหน่อยนะ ลองเรียกแม่ดูก่อน!”
หยุนเซิงเซิงจึงลองทันที “มะ... มะ...”
แม้จะยังเรียกแม่ไม่สำเร็จ แต่ก็เปล่งเสียงออกมาได้จริง ๆ เธอตื่นเต้นจนดวงตาหยีโค้ง
วันนี้หยุนหวยคังไม่ได้ออกไปรับจ้าง แต่กำลังง่วนอยู่กับแปลงดินในลานบ้าน เขาเดินเข้ามาสมทบแล้วพูดว่า “ลองเรียกพ่อดูสิ เรียกง่ายกว่าแม่อีก!”
กันอวี้หวั่นกลอกตามองเขา
หยุนเซิงเซิงลองดู “พะ... พะ...”
มีเสียงเหมือนกัน แต่ยังพูดออกมาไม่ได้ ถึงอย่างนั้นก็ทำให้ทั้งคู่ดีใจมากแล้ว
หลังล้างหน้าล้างตาเสร็จ หยุนเซิงเซิงก็นั่งตัวตรงอยู่ข้างโต๊ะตัวเล็ก ใช้สองมือประคองชามกินข้าว ดวงตากลมโต ดูว่าง่ายราวกับตุ๊กตานำโชคในภาพวาด
