บทที่ 4 คนตระกูลซู
ซูเนี่ยนกวาดตามองรอบ ๆ พิจารณาละแวกบ้านนี้ สองข้างทางเป็นสนามหญ้าที่ตัดแต่งอย่างประณีต ยังมีต้นไม้นานาพันธุ์ราคาแพง
เรื่องราวในอดีตค่อย ๆ ผุดขึ้นมา บิดาของเธอ ซูฝูเฟิง เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยเมือง Z แม่เลี้ยงไป๋เมิ่งเตี๋ยบริหารบริษัทแห่งหนึ่ง ฐานะทางบ้านดีเยี่ยม บ้านที่ซื้อก็เป็นย่านบ้านจัดสรรระดับไฮเอนด์ของเมือง Z ตึก 18 คือยูนิตที่ดีที่สุดของโครงการ
ในชาติก่อนคิดเท่าไหร่ก็ไม่เข้าใจ เธอก็เป็นลูกสาวของพ่อเหมือนกัน ทำไมพ่อถึงดีกับพี่ชายนัก แต่กลับเย็นชากับเธอเหลือเกิน ถ้าจะบอกว่าพ่อหนักชายเบาหญิง แต่พ่อก็เอ็นดูซูเหอนักหนา ตามใจทุกอย่าง ในบ้านหลังนั้น มีแค่เธอคนเดียวที่เกินมา ถูกสายตาเหยียดหยามสารพัด
ชาติก่อนมีเรื่องที่คิดไม่ตกมากมาย มีชีวิตใหม่ทั้งที เธอจะต้องสืบให้กระจ่าง
สูดลมหายใจลึก เธอทั้งสามก้าวเข้าไปในลิฟต์ ลิฟต์เคลื่อนขึ้นอย่างราบรื่น มาถึงชั้น 16 ดังติ๊ง ประตูลิฟต์เปิดออก
เบื้องหน้าเป็นทางเดินอันเงียบสงบ คุณป้าหวางกล่าวอย่างสุภาพว่า "ท่านประมุขซู เนี่ยนเนี่ยน ดิฉันกลับก่อนนะคะ ถ้าว่างเชิญแวะมาเที่ยวที่บ้านได้นะคะ"
ซูเนี่ยนพยักหน้า พูดอย่างน่ารักว่า "ลาก่อนค่ะ คุณป้าหวาง"
ทั้งสองมาถึงหน้าประตูนิรภัยสีน้ำตาลเข้มบานหนานั้น ซูเนี่ยนยกมือขึ้นกดกริ่ง ประตูถูกเปิดออกอย่างรวดเร็ว
ซูเนี่ยนเงยหน้ามอง เห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่หลังประตู ใบหน้าแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางประณีต ผมมวยเป็นมวยผมที่สง่างาม สวมกระโปรงทรงดินสอสีดำ ผู้หญิงคนนี้ก็คือแม่เลี้ยงไป๋เมิ่งเตี๋ย
แม่เลี้ยงฉีกยิ้มต้อนรับ "คุณพ่อ เนี่ยนเนี่ยน มาแล้วหรอคะ รีบเข้ามาเลยค่ะ"
ไป๋เมิ่งเตี๋ยเอี้ยวตัว ชี้ไปที่รองเท้าแตะบนพื้น พูดต่อว่า "นี่คือรองเท้าแตะใหม่ค่ะ เชิญเปลี่ยนรองเท้าเถอะค่ะ"
ซูเนี่ยนช่วยคุณปู่เปลี่ยนรองเท้าเรียบร้อย ตัวเองสวมรองเท้าแตะสีชมพู ลุกขึ้นยืน ชายตามองไป๋เมิ่งเตี๋ยทีหนึ่ง ไม่สนใจแม่เลี้ยงใจร้ายคนนี้เลย
ในเวลานั้นเอง เด็กสาวที่รวบผมหางม้าสูงคนหนึ่ง กำลังจ้องมองพวกเธอด้วยความสงสัย "คุณปู่ พี่สาว"
ท่านประมุขซูกล่าวยิ้ม ๆ ว่า "เสี่ยวเหอสูงใหญ่ขนาดนี้แล้ว เป็นสาวเต็มตัวแล้วสินะ"
ไป๋เมิ่งเตี๋ยหัวเราะเบา ๆ "ใช่ค่ะ เสี่ยวเหอเด็กกว่าเนี่ยนเนี่ยนปีเดียว อายุสิบหกแล้ว โตเป็นสาวจริง ๆ แล้วค่ะ"
ซูเหอกลอกตามืดเป็นประกาย เสียงใสว่า "พี่สาว พี่ไม่ได้อยู่บ้านนอกทำนาเหรอคะ? ทำไมผิวขังจัง"
ซูเนี่ยนหัวเราะเยาะในใจ ซูเหอนี่ก็ยังเหมือนชาติก่อนไม่มีผิด ภายนอกใสซื่อ คำพูดทิ่มแทงใจคนเสมอ ที่ตนต้องไปอยู่บ้านนอก ก็เพราะพ่อไปแต่งงานกับแม่ของหล่อนไม่ใช่หรือ?
แม่ของตนพึ่งเสีย ซูฝูเฟิงก็รีบร้อนแต่งงานกับไป๋เมิ่งเตี๋ยเข้าบ้าน ให้กำเนิดซูเหอ เขาว่ากันว่าซูเหอห่างกับตนหนึ่งปี ใครจะรู้ว่าที่จริงแล้วซูเหอกับตนห่างกันเท่าไหร่ ถ้าหาก...
เธอไม่กล้าคิดต่อไป แม่ของตนอาจจะยังไม่ตายด้วยซ้ำ พ่อก็ไปคบชู้กับไป๋เมิ่งเตี๋ยแล้ว ถ้าเป็นอย่างนั้น ซูฝูเฟิงกับไป๋เมิ่งเตี๋ยก็คือนอกใจในสมรส ส่วนซูเหอก็คือลูกชู้
อาจารย์มหาวิทยาลัยดี ๆ คนหนึ่ง นอกใจมีชู้กับมือที่สาม ถ้าเป็นจริง ข่าวนี้คงดังระเบิดระเบ้อเลยสินะ? คิดแล้วก็น่าสนุกดีนะ
ซูเนี่ยนเงยหน้าชำเลืองตามองไป๋เมิ่งเตี๋ยทีหนึ่ง ผู้หญิงคนนี้ชอบนักหนาที่จะเสแสร้งต่อหน้าคนอื่น ชาตินี้ ตนจะต้องสืบสวนให้สิ้นซาก ฉีกหน้าหนังคู่สามีภรรยาจอมปลอมพวกนี้
"เสี่ยวเหอ อย่าพูดเหลวไหล" ซูฝูเฟิงเดินออกมาจากห้องนั่งเล่น
เขาสวมชุดลำลองสีน้ำเงิน ใส่แว่นกรอบทอง ดูมีมาดผู้คงแก่เรียน
ซูเนี่ยนชำเลืองตามองผู้เป็นบิดาทีหนึ่ง ขยับปาก แต่พูดอะไรไม่ออก ซูฝูเฟิงคนนี้ เป็นหนึ่งในฆาตกรที่ปลิดชีวิตตน เขาไม่มีค่าพอจะเป็นพ่อของเธอ
ซูฝูเฟิงมองซูเนี่ยนทีหนึ่ง ลูกสาวคนนี้เพิ่งคลอดก็ถูกส่งตัวไป เขาแทบไม่ได้พบหน้าลูกสาวคนนี้สักกี่ครั้ง ไม่มีความรู้สึกผูกพันใด ๆ ต่อลูกสาวคนนี้เลย เห็นซูเนี่ยนไม่ยอมเรียกแม้แต่คำว่าพ่อ เขาก็ขี้เกียจถือสา อย่างไรเขาก็ไม่แคร์
เมื่อเห็นผู้เป็นพ่อ หน้าซีดเหลือง รูปร่างผ่ายผอม สีหน้าเปลี่ยนไป เข้าไปประคองพ่อ ถามด้วยความเป็นห่วง "พ่อครับ ท่านเป็นอะไรไป? เร็ว นั่งลงที่โซฟาเถอะครับ"
ท่านประมุขซูนั่งบนโซฟา หายใจหนักหน่อยหนึ่ง โบกมือ เบาเสียงว่า "พ่อไม่เป็นไรหรอก แก่แล้วมันก็อย่างนี้แหละ"
เวลานั้นเอง ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งคนหนึ่ง เดินลงมาจากชั้นบน เขาสวมชุดวอร์ม หน้าตาคมคาย เขาก็คือพี่ชายใหญ่ของซูเนี่ยน ซูเซวียน
ซูเนี่ยนยืนอยู่มุมห้องรับแขก จ้องมองซูเซวียนอย่างเย็นชา ทั้งที่พวกเขาสองคนเป็นพี่น้องคลานตามกันมาแท้ ๆ แต่เขากลับเข้าข้างแม่เลี้ยงน้องเลี้ยงร่วมกลั่นแกล้งตน คิดถึงเรื่องในชาติก่อน ซูเนี่ยนก็โกรธแค้นเต็มอก
ซูเซวียนมองซูเนี่ยนอย่างไม่แยแส ในที่สุดก็หันไปมองท่านปู่ น้ำเสียงราบเรียบ
"ท่านปู่"
แล้วก็ก้าวเร็วไปนั่งบนโซฟาห้องรับแขก ไป๋เมิ่งเตี๋ยเห็นไม่มีใครสนใจซูเนี่ยน แววตาเผยถึงความสะใจ
แล้วก็ถือถ้วยมานั่งเบื้องหน้าท่านประมุขซูอย่างแผ่วเบา
"คุณพ่อคะ เชิญดื่มชา"
ซูเนี่ยนเหมือนคนโปร่งแสงในบ้านคนหนึ่ง ไม่มีใครสนใจ ไม่มีใครยินดีเข้าใกล้
ซูเนี่ยนเคยตายมาครั้งหนึ่งแล้ว เธอรู้แล้วว่าคนตระกูลซู ชาติก่อนวางแผนทำร้ายตนอย่างไร เกิดใหม่กลับมา เห็นคนตระกูลซูปฏิบัติกับตนเช่นนี้ ก็ไม่รู้สึกอะไรอีกแล้ว
ท่านประมุขซูฟื้นแรงขึ้นบ้าง เห็นหลานสาวยืนอยู่ไกล ๆ ท่าทางโดดเดี่ยว หัวใจวาบ
รีบโบกมือเรียก "เนี่ยนเนี่ยน มานี่ มานั่งข้าง ๆ ปู่"
ไป๋เมิ่งเตี๋ยรีบเดินมา ดึงซูเนี่ยน เผยรอยยิ้มอ่อนโยน
"เนี่ยนเนี่ยน เธอก็นั่งสิ เหนื่อยแล้วสินะ ห้องพี่เตรียมไว้ให้เรียบร้อยแล้วนะ ห้องท้ายสุดของทางเดินน่ะ แดดส่องถึง สว่างดีด้วย"
ซูเนี่ยนหัวเราะเยาะในใจ ต่อหน้าทำดีกับตนเสียเหลือ แอบหลังอยากให้ตนตายนัก แม่เลี้ยงคนนี้ช่างเป็นพวกโลภมากไม่เลือกเสียจริง
ซูเนี่ยนหัวเราะเย็น "คุณน้าไป๋ หนูอยากได้ห้องข้างบน หนูชอบอยู่ที่สูง"
ไป๋เมิ่งเตี๋ยอึ้งไปทีหนึ่ง ข้างบนมีห้องสวีทอยู่สองห้อง ห้องหนึ่งของซูเซวียน อีกห้องของซูเหอ ห้องข้างบนกว้าง สว่าง ด้านนอกยังมีดาดฟ้าเปิด เป็นโลกของเด็กสองคน เด็กสาวมาจากบ้านนอกคนนี้ กล้าเรียกร้องจริง ๆ นะ?
ไป๋เมิ่งเตี๋ยยิ้มแหย "เนี่ยนเนี่ยน ข้างบนมีแค่สองห้องน่ะสิ ห้องหนึ่งของพี่ชายเธอ อีกห้องของน้องสาว ไม่มีห้องเหลือแล้ว"
ซูเซวียนถลึงมองซูเนี่ยนทีหนึ่ง "อีเด็กบ้านนอก เรื่องมากเสียจริง แม่ ให้มันอยู่ห้องเก็บของเลยแล้วกัน ผมว่าเหมาะกับมันดี"
ซูเหอคล้องแขนแม่ หน้าเศร้าสร้อย
"แม่... หนูไม่ชอบพี่สาวเลย แค่มาถึง ก็จะแย่งของของหนูทันที"
ซูฝูเฟิงจ้องเขม็งไปที่ซูเนี่ยน แววตาเต็มไปด้วยความรังเกียจ ตวาดลั่น "ซูเนี่ยน คุณน้าไป๋ของลูกดีกับลูกขนาดนี้ ลูกยังไม่รู้จักพออะไรอีก ยังจะแย่งห้องพี่ชายกับน้องสาวอีก พ่อมีลูกสาวอย่างลูกได้ยังไงกัน?"
ซูเนี่ยนยกยิ้มเย้ยหยัน "ใคร ๆ ก็ว่า มีแม่เลี้ยงก็มีพ่อเลี้ยง ตั้งแต่แม่เลี้ยงเข้ามาในบ้านนี้ พ่อแท้ ๆ ของหนูมันก็ตายไปแล้วน่ะสิ"
ซูฝูเฟิงโกรธจนลูกตาแทบถลน "ลูกอกตัญญู! กล้าสาปแช่งพ่อหรือ?"
ซูเนี่ยนหัวเราะลั่น "พ่อ? พ่อใคร? พ่อคือพ่อที่ดีของซูเซวียน พ่อที่ดีของซูเหอ มันเกี่ยวอะไรกับซูเนี่ยนด้วย?"
"ฉันซูเนี่ยนไม่มีพ่อแม่มาตั้งแต่เด็ก ฉันคือเด็กป่าในปากคนอื่น เขาบอกว่าแม่ฉันตาย พ่อฉันก็ไม่เอาฉันแล้ว เด็กคนอื่นรู้ว่าฉันไม่มีพ่อแม่ ก็รังแกฉัน รวมหัวกันไม่เล่นด้วย"
"ศาตราจารย์ซู ท่านเป็นอาจารย์ใหญ่มหาวิทยาลัย ผู้สั่งสอนคน มีปัญญาอย่างท่าน จะมีเด็กป่าอย่างฉันได้ยังไง?"
ซูฝูเฟิงโกรธจนเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน "นังเด็กเวร รู้งี้ตอนนั้นยกให้คนอื่นเลี้ยงดีกว่า จะได้ไม่..."
"หุบปาก!" ท่านประมุขซูตวาดขัดคำพูดของลูกชาย ท่านประมุขซูคาดไม่ถึงเลยว่า หลานสาวผู้เชื่อฟังว่านอนสอนง่ายคนนี้ จะมีความคับแค้นใจมากมายเพียงนี้
พูดน้ำเสียงเครียดว่า "ฝูเฟิง ลูกคือพ่อของเนี่ยนเนี่ยน หลายปีมานี้ ลูกไม่เคยไต่ถามลูกเลย เด็กแค้นใจลูก ลูกไม่ควรสำนึกทบทวนบ้างหรือ? แล้วยังมาพูดจาไร้ความรับผิดชอบเช่นนี้อีก?"