สมองของทุกคนหยุดทำงานไปหมด
เหล่านักข่าวต่างชาติที่แบกกล้องตัวใหญ่ ต่างนิ้วแข็งค้างอยู่บนปุ่มชัตเตอร์ ถึงกับลืมกดแฟลช
เหล่าผู้เชี่ยวชาญชาวตะวันตกในชุดทักซิโด้ ถือแก้วไวน์ ดวงตาแทบถลนออกจากเบ้า
พวกเขาเห็นอะไรกันแน่?!
ผู้หญิงจากฮัวกั๋วคนนั้น ไม่เพียงไม่ตรวจสอบสมบัติล้ำค่าตามบทที่วางไว้
แต่กลับ...
ถือแชมเปญหนึ่งแก้ว แล้วสาดใส่มันต่อหน้าผู้คนนับสิบล้านทั่วโลกอย่างนั้นหรือ?!
นี่มันยั่วยุวงการวัฒนธรรมตะวันตกทั้งวงการอย่างเปิดเผยชัด ๆ!
“Oh my god! (คุณพระช่วย!)”
หลังความเงียบงันชั่วครู่ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสผมขาวจากบริเตนใหญ่ก็ได้สติเป็นคนแรก
เขากุมอก ร้องอุทานอย่างเจ็บปวด พลางชี้นิ้วสั่นระริกไปทางซูเจิ้นเยว่
“แกมันบ้า! กำลังทำอะไรอยู่! นั่นเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานถึง 3,000 ปี มูลค่าประเมินไม่ได้เชียวนะ!”
“รปภ.! แจ้งตำรวจ! รีบจับผู้ก่อการร้ายที่ทำลายโบราณวัตถุคนนี้เดี๋ยวนี้!”
ภายในห้องจัดงานพลันโกลาหล
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยชาวต่างชาติกลุ่มหนึ่งในชุดสูทดำสีหน้าดุดัน ก่อนกรูกันเข้าไปล้อมซูเจิ้นเยว่ทันที
แต่...
พวกเขายังเข้าไปไม่ถึงระยะสามเมตรจากแท่นจัดแสดงด้วยซ้ำ
“แกร๊ก!”
เสียงขึ้นลำกล้องปืนพร้อมเพรียงกันดังขึ้นฉับพลันในห้องจัดแสดงอันกว้างขวาง
มันคือเสียงมรณะที่ทรงอำนาจยิ่งกว่าคำเตือนใด ๆ
หยานถิงโจวก้าวฉับขึ้นไปข้างหน้า
ร่างสูงใหญ่ผึ่งผายของเขาราวกับกำแพงเหล็กที่ไม่มีใครข้ามผ่านได้ ยืนขวางอยู่หน้าซูเจิ้นเยว่อย่างแน่นหนา
ดวงตาดำสนิทราวกับก้นบึ้งหุบเหวของชายหนุ่มฉายประกายสังหารดุดันราวกับจับต้องได้
เขาไม่ได้ชักปืนด้วยซ้ำ
เพียงกวาดตามองเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยชาวต่างชาติที่พยายามเข้ามาใกล้อย่างเย็นชา
แรงกดดันน่าสะพรึงกลัวที่หล่อหลอมขึ้นจากกองซากศพและทะเลเลือดถาโถมออกมา ราวกับคลื่นยักษ์ซัดโหม
ในเวลาเดียวกัน
เจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายสิบคนจากหน่วยสืบราชการลับพิเศษ ซึ่งปลอมตัวเป็นพนักงานในงาน ก็เผยตัวออกมาทันที
พวกเขาปรากฏตัวจากทุกทิศทาง ยกปืนกลขนาดเล็กในมือเล็งไปยังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยชาวต่างชาติโดยไม่ปรานี