ตัวเลขบนรายงานน่าตกใจมาก
บริษัทขาดทุนต่อเนื่องสามเดือนล่าสุด ตอนนี้มีหนี้สินรวมสูงถึงห้าล้าน รายรับไม่ครอบคลุมค่าเช่าและค่าแรงอีกต่อไป ถ้ายังเป็นแบบนี้ อีกอย่างมากสามเดือนก็ต้องปิดตัว!
“อะไรนะ?”
เย่เสวียนเงยหน้าขึ้นทันที แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
“ห้าล้าน? บริษัทเป็นหนี้ได้ยังไงตั้งมากมายขนาดนี้?”
เขาเป็นนักเรียนดีเด่นด้านสื่อสารโฆษณา ต่อให้เปิดบริษัทเอง ก็ไม่น่าบริหารจนย่ำแย่แบบนี้ได้นี่นา?
จางเล่ยถอนหายใจ
“คุณเย่ครับ ช่วงหลายปีมานี้คุณไม่ค่อยใส่ใจเรื่องของบริษัทเลย การตัดสินใจหลายอย่างใช้แต่อารมณ์”
“อย่างเมื่อสามเดือนก่อนคุณเปลี่ยนใจกะทันหัน ยืนกรานจะเซ็นสัญญากับหย่งเหิง ทั้งที่อีกฝ่ายขนาดไม่ใหญ่ แต่ข้อเรียกร้องโหดมาก แล้วยังให้เวลาน้อยอีก ผู้บริหารบริษัทเห็นตรงกันว่ามีปัญหา”
“แต่คุณก็ดันทุรัง พอสุดท้ายอีกฝ่ายอ้างว่าแผนงานของเราไม่ได้มาตรฐานตามที่ต้องการ ก็เรียกค่าเสียหายเรา 5 แสน ยกตัวอย่างอีก...”
เย่เสวียนฟังจนปวดหัว ตกลงตัวเองในอีกแปดปีข้างหน้าไม่ใช่แค่ผู้ชายเลว แต่ยังเป็นไอ้ขี้แพ้ด้วยเหรอ?
บริษัทดี ๆ กลับถูกทำจนเกือบเจ๊ง
ไม่น่าเลย เขารู้ดีว่าตัวเองเก่งแค่ไหน ต่อให้โง่กว่านี้ก็ไม่น่าตกต่ำมาถึงขั้นนี้!
วินาทีนั้น มือถือของเย่เสวียนสว่างขึ้น จอแสดงชื่อ “หร่านหร่าน”
เป็นกู้หร่านหร่าน
ใจเย่เสวียนเต้นระรัว รู้สึกคาดหวังเล็กน้อย กดรับสาย
เสียงออดอ้อนของกู้หร่านหร่านดังมาจากปลายสาย หวานจนเลี่ยน
“อาเสวียนจ๋า วันนี้ยุ่งไหม? ฉันทำกับข้าวที่เธอชอบกินที่สุดไว้ อยากชวนมากินข้าวที่บ้านนะ”
ได้ยินเสียงที่คุ้นเคย เย่เสวียนรู้สึกสารพัดอารมณ์ท่วมใจ
ถึงจะดูประวัติแชทแล้วคิดว่ากู้หร่านหร่านอาจเปลี่ยนไป แต่เขาก็ยังไม่ยอมเชื่อว่าแสงจันทร์ขาวที่เฝ้าคิดถึงสมัยมหาวิทยาลัยจะกลายเป็นผู้หญิงเห็นแก่เงิน
“ได้สิ เลิกงานแล้วจะไป”
เย่เสวียนตอบรับ
“เย้! ดีจัง!”
เสียงกู้หร่านหร่านยิ่งหวานกว่าเดิม
“งั้นฉันรอเธอนะ วันนี้อยู่บ้านที่หลงสี่เหวินย่วนนะ?”
“โอเค”
เย่เสวียนวางสาย ตาม GPS ไปเลย
เป็นหมู่บ้านหรู ค่าส่วนกลางแพงกว่าค่าเช่าบ้านสมัยเรียนมหาวิทยาลัยอีก
เขากดความสงสัยในใจไว้ หันไปบอกจางเล่ยว่า
“ผอ.จาง คุณวางรายงานพวกนี้ไว้ก่อนแล้วกัน เดี๋ยวผมค่อยดูต่อ เรื่องบริษัทผมจะหาทางเอง”
จางเล่ยมองเขาลึก ๆ โค้งคำนับอย่างนอบน้อม
“ครับคุณเย่ มีอะไรเรียกผมได้ตลอดนะครับ”
หลังจากจางเล่ยออกไป เย่เสวียนนั่งอยู่คนเดียวในห้องทำงาน มองรายงานหนี้สินบนโต๊ะ นึกถึงโทรศัพท์ของกู้หร่านหร่านอีก ใจปั่นป่วนเหมือนเส้นด้ายพันกัน
ตอนนี้เขาไม่เพียงต้องรับมือครอบครัวที่แตกสลาย ภรรยาที่เป็นปฏิปักษ์ และลูกสาวที่กลัวตัวเอง ยังต้องกอบกู้บริษัทที่ใกล้เจ๊ง แถมต้องสืบให้แน่ใจอีกว่ากู้หร่านหร่านหลอกเขาไหม
คนอื่นทะลุมิติมาก็มีพละกำลังวิเศษบ้าง มีเงินใช้ไม่หมดบ้าง มาถึงตาเขา ทำไมถึงเป็นเปิดฉากพังพินาศแถมโหมดนรก!
เย่เสวียนนวดขมับ ยิ้มเจื่อน ๆ
พอทำความคุ้นเคยกับงานบริษัทคร่าว ๆ ก็เกือบจะพลบค่ำ
เย่เสวียนดูนาฬิกา นั่งแท็กซี่ตรงไปบ้านกู้หร่านหร่าน
สภาพแวดล้อมในหมู่บ้านสง่างาม เขาเดินตาม GPS ไปยังตึกเป้าหมาย กดกริ่ง
ประตูเปิดออกอย่างรวดเร็ว กู้หร่านหร่านสวมชุดเดรสสายเดี่ยวสีขาวยืนอยู่หน้าประตู สายลมอ่อน ๆ พัดผ่าน ปลุกให้เส้นผมดำขลับปลิวไสว
ดวงตากลมโตมีชีวิตชีวา แววตาแพรวพราวเป็นประกาย ถึงจะแต่งหน้าบาง ๆ ก็ไม่อาจกลบผิวพรรณที่ละเอียดอ่อนของเธอได้
แม้จะเพิ่มเสน่ห์แบบผู้ใหญ่กว่าเดิมเมื่อเทียบกับสมัยเรียนมหาวิทยาลัย แต่ก็ยังดูใสสะอาดมีเสน่ห์ไม่เปลี่ยน
ทว่าสายตาของเย่เสวียนกวาดมองอกของเธอรอบหนึ่ง อดไม่ได้ที่จะผิดหวังเล็กน้อย
ไม่น่าเชื่อว่ายังเหมือนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย รูปร่างไม่พัฒนาเท่าไหร่ ห่างไกลจากความโย่งใหญ่โอ่อ่าอย่างเฉียวอวี่หานมาก
“อาเสวียน มาแล้ว! อย่ายืนงงอยู่นี่เลย เข้ามาเร็วสิ!”
กู้หร่านหร่านจับมือเขาอย่างร่าเริง พาเขาเข้าบ้าน
เย่เสวียนมองไปทั่วห้อง ตกแต่งอบอุ่นและประณีต
จู่ ๆ ก็นึกขึ้นได้ว่ามือถือตัวเองปิดอยู่ เลยพูดว่า
“มีที่ชาร์จไหม? มือถือผมแบตหมดดับแล้ว”
“ให้ฉันเถอะ เดี๋ยวชาร์จให้ตรงนั้น เธอนั่งพักก่อนนะ”
เย่เสวียนเดินมานั่งที่โต๊ะอาหารในห้องนั่งเล่น เห็นกับข้าวเต็มโต๊ะ กลิ่นหอมโชย
มีปีกไก่โค้ก ซี่โครงหมูหวานเปรี้ยว ไข่ผัดมะเขือเทศ ล้วนเป็นกับข้าวที่เขาชอบสมัยมหาวิทยาลัย
ไม่นาน กู้หร่านหร่านเดินมานั่งฝั่งตรงข้าม ชี้กับข้าวบนโต๊ะพูดว่า
“ทั้งหมดนี้ฝีมือฉันเองนะ ลองเร็วสิ ถูกปากไหม”
เธอคีบปีกไก่โค้กให้เย่เสวียนชิ้นหนึ่ง แววตาเต็มไปด้วยความคาดหวัง
เย่เสวียนกัดคำหนึ่ง รสชาติดีทีเดียว เหมือนกับข้าวกล่องที่กู้หร่านหร่านเอาให้เขาสมัยมหาวิทยาลัยเป๊ะ
ใจเขาอุ่นวาบ อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเคลิ้ม
ดูเหมือนกู้หร่านหร่านยังเป็นสาวน้อยประเภทแม่ศรีเรือน แต่ประวัติแชทก่อนหน้านี้กลับคอยเตือนเขาว่านี่คือภาพลวง
“อร่อย กับข้าวฝีมือเธอนี่แหละถูกปากผมที่สุด”
เย่เสวียนผงกศีรษะพูด
“ดีจัง!”
กู้หร่านหร่านยิ้มกว้างกว่าเดิม คอยคีบกับข้าวให้เย่เสวียนไม่หยุด
“กินเยอะ ๆ นะ เธอผอมลงไปนะ”
เย่เสวียนกินไปพลางสังเกตเธอไปพลาง
น้ำเสียงและแววตาของเธอตอนนี้ ไม่ต่างจากสมัยมหาวิทยาลัยเลย อ่อนโยนและดูแลเอาใจใส่ ดูไม่ออกเลยว่าเป็นผู้หญิงเห็นแก่เงิน
เธอนี่ ชั้นเชิงไม่เบาเลยนะ
กินไปสักพัก กู้หร่านหร่านเงยหน้ามองเย่เสวียน พูดยิ้ม ๆ ว่า
“อาเสวียน เธอก็รู้ ฉันชอบศึกษาเรื่องอาหารมาตั้งแต่เด็ก”
“อือ รู้”
เย่เสวียนตอบรับ
กู้หร่านหร่านถอนหายใจ แววตามีความใฝ่ฝัน
“ความฝันของฉันมาตลอดเลย คือมีร้านอาหารหรูของตัวเองสักร้าน ตกแต่งตามใจชอบ ทำกับข้าวที่ชอบ ต้อนรับแขกที่อยากต้อนรับ”
ท่าทางกินกับข้าวของเย่เสวียนช้าลงโดยไม่รู้ตัว เขารู้เลา ๆ ว่าเธอจะพูดอะไร แต่ยังคล้อยตามไปก่อน
“ก็ดีนะ มีฝันก็ไปทำให้เป็นจริง”
กู้หร่านหร่านก้มหน้า ทำท่าเหมือนอาย ๆ
“แต่เธอก็รู้ ฐานะบ้านฉันธรรมดาจริง ๆ พ่อแม่ก็ทำงานรับจ้างทั่วไป ไม่มีเงินเก็บอะไร”
“ตอนนี้จะเปิดร้านอาหารหรูสักร้าน ค่าเช่าล่วงหน้า ค่าตกแต่ง ค่าอุปกรณ์ รวมแล้วตั้งหลายล้าน ฉันจะไปเอาเงินมาจากไหน”
ตะเกียบในมือเย่เสวียนชะงักไป เขาไม่พูดอะไร รอเธอพูดต่อ
“อาเสวียน เธอเคยรับปากแล้วนี่ ว่าจะเปิดร้านอาหารของตัวเองให้ฉันสักร้าน เธอคงไม่ผิดสัญญานะ?”
“เหรอ? ทำไมผมจำไม่ได้?”
พอเห็นเย่เสวียนจำไม่ได้ เธอรีบเอามือถือตัวเองออกมา เปิดประวัติแชท WeChat ยื่นมาตรงหน้าเขา
“ดูสิ”
เย่เสวียนชะโงกเข้าไปดู มีเรื่องนี้จริง ๆ ด้วย
ประวัติแชทแสดงว่าเมื่อครึ่งปีก่อน กู้หร่านหร่านพูดถึงความคิดจะเปิดร้านอาหารกับเขา แล้วเขาก็ตอบตกลงทันที
“ไม่มีปัญหา หร่านหร่านอยากได้อะไร ผมให้หมดเลย รอจัดการช่วงนี้เสร็จก่อน จะเตรียมให้”
เย่เสวียนด่าตัวเองในใจ
เย่เสวียนในอีกแปดปีข้างหน้าน้ำท่วมสมองรึไง? บริษัทก็รายจ่ายเกินรายรับอยู่แล้ว ยังกล้าตอบตกลงช่วยเปิดร้านให้อีก นี่มันทุบหม้อตัวเองไม่ใช่เรอะ?
“หร่านหร่าน”
เย่เสวียนวางตะเกียบ น้ำเสียงดูกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
“บริษัทผมตอนนี้สถานการณ์ไม่ค่อยดี อยู่ในช่วงขาดทุน เงินหมุนเวียนติดขัดนิดหน่อย อาจไม่มีเงินไปลงทุนเปิดร้านให้เธอชั่วคราวนะ”
รอยยิ้มของกู้หร่านหร่านแข็งค้างไปเสี้ยวหนึ่ง แต่ไม่นานก็กลับมามีท่าทีอ่อนโยนดังเดิม เธอดึงมือเย่เสวียน น้ำเสียงแฝงความชื่นชม
“อาเสวียน ฉันเชื่อเธอนะ! เธอเก่งจะตาย สมัยเรียนก็โดดเด่น ตอนนี้เป็นเจ้าของบริษัทใหญ่ เรื่องแค่นี้ไม่มีทางหยุดเธอได้ บริษัทต้องค่อย ๆ ทำกำไรได้ใช่ไหม?”
เธอหยุดไปครู่หนึ่ง พูดต่อว่า
“ว่าแต่ อาเสวียนเธอรักฉันขนาดนี้ ต้องหาทางช่วยฉันหาเงินมาได้แน่ ใช่ไหม?”
“พอร้านเราได้กำไร เธอจะได้หย่ากับเฉียวอวี่หาน ตอนนั้นเราจะได้อยู่ด้วยกันจริง ๆ สักที อาเสวียน ร้านนี้ไม่ใช่แค่ฝันของฉันนะ แต่มันคืออนาคตของเรา”
เย่เสวียนฟังจบ มองหน้าใสซื่อชวนเอ็นดูของเธอ ยิ้มเย็นในใจ
สมแล้วที่เป็นระดับเซียนจริง ๆ