【ตอนอายุ 18 ปี วันนี้เจ้าถูกแส้ฟาดไปหนึ่งที ทั้งยังไม่ได้กินอาหารหมูที่เฝ้าคิดถึงมานาน แต่เจ้ากลับยังดีใจมาก
เพราะฟังก์ชันใหม่ของระบบปรากฏขึ้นแล้ว อีกไม่นานเจ้าก็จะได้รับสิ่งที่ช่วยให้หลุดพ้นจากชีวิตอันแสนทุกข์ระทมนี้】
【เจ้าตื่นเต้นจนรีบเปิดหน้าต่างระบบ】
【ไม่นานหัวใจเจ้าก็ดิ่งลงสู่ก้นบึ้ง หน้าต่างแสดงให้เห็นว่า แม้จำนวนคนที่ปล่อยกู้ได้จะเพิ่มเป็นสองคน แต่กลับไม่มีวี่แววของฟังก์ชันจำลองเลย】
【เจ้าเข้าใจแล้วว่าแย่ละ ข้ากลายเป็นตัวละครในแบบจำลองไปเสียแล้ว】
【เจ้าจึงห่อเหี่ยวใจ เมื่อนึกถึงความพยายามอย่างยากลำบากของตน ความขยันขันแข็งตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา กลับต้องกลายเป็นการปูทางให้ตัวเจ้าอีกคน ก็อดหงุดหงิดไม่ได้】
【ทำไมไม่เป็นเขาที่จำลอง แล้วเจ้านั่งรอรับผลประโยชน์เล่า】
【เจ้าหงุดหงิดอยู่เช่นนั้นครึ่งชั่วยาม】
【กู้เทาเห็นเจ้ากำลังเหม่อลอย จึงฟาดเจ้าให้ได้สติ เจ้าจึงจดบัญชีแค้นเขาเพิ่มอีกหนึ่งรายการในใจ】
【แต่เจ้าก็คิดได้ว่า ต่อให้โลกที่เจ้าอยู่จะเป็นโลกจำลอง ทว่าตราบใดที่มันเป็นเรื่องจริงสำหรับเจ้า ก็เพียงพอแล้ว】
【แม้ความพยายามของเจ้าจะทำให้ตัวเจ้าที่อยู่นอกแบบจำลองได้เสวยสุขโดยไม่ต้องลงแรง แต่มันก็เปลี่ยนสถานการณ์และชะตาชีวิตของเจ้าได้เช่นกัน】
“ตัวละครในแบบจำลองกลับรับรู้ได้ด้วยว่าตัวเองอยู่ในแบบจำลอง!”
“โชคดีที่ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหน นิสัยมุ่งมั่นฝ่าฟันของฉันก็เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ไม่อย่างนั้นตัวละครในแบบจำลองคงปล่อยตัวตามสบาย ต่อให้ฉันจำลองไปแค่ไหนก็ไร้ประโยชน์”
กู้ฝานถอนหายใจอย่างโล่งอก
【กลางดึก กู้หลี่ซึ่งเป็นบ่าวชั้นสามเช่นเดียวกับเจ้า ปีนขึ้นมาบนเตียงของเจ้า】
【แล้วใช้ยาทาแผลฟาดฟันให้เจ้า】
“กู้หลี่ ยังไงก็มีแต่เขาที่ดีกับฉัน!” แววตาของกู้ฝานเผยความซาบซึ้งเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
กู้หลี่เป็นสหายที่เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เล็ก แม้จะอายุน้อยกว่าเขาหนึ่งปี แต่ความสัมพันธ์ของทั้งสองแน่นแฟ้นอย่างยิ่ง เรียกได้ว่าไม่ต่างจากพี่น้องแท้ ๆ
ยิ่งไปกว่านั้น กู้หลี่ยังมีรากฐานพรสวรรค์ชั้นยอด ในภายหน้ามีโอกาสเล็กน้อยที่จะก้าวถึงระดับยอดฝีมือชั้นหนึ่ง หากโชคดี ก็ยังมีหวังเลือนรางที่จะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นมนุษย์
ยอดฝีมือชั้นหนึ่งก็สามารถเป็นศิษย์อย่างเป็นทางการของตระกูลกู้ได้แล้ว ส่วนผู้ฝึกยุทธ์ขั้นมนุษย์ก็ถือว่ามีฐานะในตระกูลกู้เช่นกัน
ด้วยเหตุนี้ แม้จะเป็นบ่าวชั้นสามเหมือนกัน แต่งานที่เขาได้รับมอบหมายกลับดีกว่ากู้ฝานมาก
ทั้งคู่อยู่ในคอกเลี้ยงสัตว์เหมือนกัน แต่กู้ฝานเป็นเพียงคนงานเลี้ยงหมูชั้นต่ำที่สุด ส่วนกู้หลี่ทำงานอยู่ในโรงครัว ไม่เพียงไม่มีอันตรายใด ๆ ทั้งยังได้กินอาหารสัตว์อย่างเปิดเผยทุกวัน
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ กู้ฝานก็รู้สึกหิวจนท้องแทบกิ่ว
ในใจเขามีเป้าหมายอยู่ข้อหนึ่ง อย่างน้อยก็ต้องได้กินอาหารหมูทุกวันเหมือนกู้หลี่ให้ได้
ไม่อย่างนั้น หากต้องกินแต่ผักป่ากับกากอาหารทุกวัน ร่างกายคงขาดสารอาหารหนัก ต่อให้มีรากฐานพรสวรรค์ที่ดีแล้ว การฝึกยุทธ์ก็คงก้าวหน้าได้ไม่เร็ว
【หลังทายาเสร็จ กู้หลี่บอกเจ้าว่าอีกไม่ถึงครึ่งปีเขาก็จะเป็นยอดฝีมือระดับมีชั้นเชิง และได้เลื่อนเป็นบ่าวชั้นสอง】
【ถึงตอนนั้น เขาก็จะยื่นเรื่องขอมาทำหน้าที่ดูแลคอกหมูแห่งนี้】
【เมื่อมีเขาอยู่ กู้เทาตาตี่ก็อย่าหวังจะรังแกเจ้าอีก】
【เจ้าเริ่มหวั่นไหวอยู่บ้าง แต่ก็รีบห้ามกู้หลี่ไว้】
【เจ้าบอกเขาว่า การเป็นบ่าวชั้นสองแล้วยื่นเรื่องขอเป็นผู้ดูแลนั้น ดูเผิน ๆ เหมือนมีอำนาจ แต่แต่ละวันกลับกินอาหารหมูไม่อิ่ม ทั้งยังรับสารอาหารที่จำเป็นต่อการฝึกยุทธ์ไม่ได้ สู้ทำงานในโรงครัวไม่ได้เลย】
【หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เมื่อไรเขาจึงจะเป็นยอดฝีมือชั้นสอง หรือกระทั่งชั้นหนึ่งได้】
【เจ้าลำบากไปก่อนชั่วคราวไม่เป็นไร มีเพียงเมื่อเขากลายเป็นยอดฝีมือชั้นสองและเป็นบ่าวชั้นหนึ่งแล้ว ชีวิตของพวกพี่น้องจึงจะดีขึ้นได้อย่างแท้จริง】
【กู้หลี่ซาบซึ้งใจ คิดว่าเจ้าคำนึงถึงเขาทุกเรื่อง จึงพยักหน้าอย่างหนักแน่นและบอกว่า รอจนเขาได้เป็นบ่าวชั้นหนึ่งเมื่อไร คนตาตี่ที่รังแกเจ้าจะต้องชดใช้คืนเป็นพันเท่าหมื่นเท่า】
【เจ้ายิ้ม นั่นก็เป็นสิ่งที่เจ้าคิดไว้เช่นกัน】
“เวลาของกู้ฝานในแบบจำลองมีจำกัด ไม่มีทางรอถึง 50 ปีให้โควตาปล่อยกู้ของเจ้าตาตี่เปิดใช้งานได้”
“เพราะงั้นเขาต้องหาทางฆ่าเจ้าตาตี่ก่อนเวลา กู้หลี่คือกำลังพึ่งพาที่สำคัญที่สุดของเขา”
กู้ฝานครุ่นคิด
“กู้หลี่ต้องใช้เวลาอีกครึ่งปีกว่าจะทะลวงเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับมีชั้นเชิง ถ้าจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ชั้นสอง อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาอีก 5 ปี”
“ถ้าระหว่างนั้นเกิดความเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้นมา อาจต้องใช้เวลา 10 หรือ 20 ปีก็ยังไม่พอ”
“นานขนาดนี้ กู้ฝานในแบบจำลองจะรอไหวไหม”
กู้ฝานเองก็ไม่รู้
【ยาทาแผลฟาดฟันที่กู้หลี่ทาให้เจ้ามีสรรพคุณยอดเยี่ยม วันรุ่งขึ้นเจ้าก็กระโดดโลดเต้นได้แล้ว】
【แต่ชีวิตที่มองไปทางไหนก็เห็นแต่ความสิ้นหวังก็ยังคงดำเนินต่อไป】
【ทุกวันเมื่อเห็นใบหน้าอัปลักษณ์ของเจ้าตาตี่ เจ้ามักคิดหาทางฆ่าเขาอยู่เสมอ】
【แต่ตามปกติเจ้ายังคงเก็บงำความคิด ทำตัวประจบเอาใจเขาอย่างนอบน้อม หากมีอาหารหมูเหลือ เจ้าก็จะเก็บรวบรวมไปมอบให้กู้เทา】
【เมื่อเห็นว่าเจ้าดูเหมือนจะยอมสวามิภักดิ์ต่อเขาจริง ๆ ท่าทีที่มีต่อเจ้าก็อ่อนลงเล็กน้อย ความไว้วางใจที่มีให้ก็ค่อย ๆ เพิ่มขึ้น แต่ก็มีเพียงเท่านั้น】
【สามเดือนต่อมา เกิดเหตุหมูขนดำคลุ้มคลั่งขึ้นที่คอกหมูหมายเลข 4】
【แม้คนงานประจำคอกหมูหมายเลข 4 อย่างกู้เอ้อร์โก่วจะรอดพ้นเคราะห์ไปได้ เพราะไม่ได้อยู่แถวนั้น】
【แต่คนงานประจำคอกหมูหมายเลข 5 ที่อยู่ติดกัน ซึ่งยังไม่ทันออกจากคอกหมู กลับกลายเป็นเป้าระบายอารมณ์ของหมูขนดำ】
【ตอนที่กู้เทากับผู้ดูแลอีกสองคนไปถึง คนงานประจำคอกหมายเลข 5 ก็ไม่เหลือแม้แต่เศษซากแล้ว】
【ผู้ดูแลทั้งสามคนออกแรงอย่างหนัก หนึ่งในนั้นถึงกับเสียแขนไปข้างหนึ่ง จึงจะควบคุมหมูขนดำเหล่านั้นให้สงบลงได้】
【สิ่งที่ทำให้เจ้าเสียดายอย่างยิ่งก็คือ คนที่เสียแขนไม่ใช่กู้เทาตาตี่】
【แม้เหตุการณ์ครั้งนี้จะไม่ได้เกี่ยวข้องกับเจ้ามากนัก แต่ก็ทำให้เจ้ารู้สึกถึงความเร่งด่วนขึ้นมา เวลาของเจ้าไม่ได้เหลือเฟืออย่างที่คิด】
【มีคนเคยรวบรวมสถิติว่า หมูขนดำในคอกหมูแต่ละแห่งจะคลุ้มคลั่งโดยเฉลี่ยทุกสองปีครึ่ง】
【และเมื่อมีหมูขนดำตัวหนึ่งคลุ้มคลั่ง ก็อาจทำให้หมูขนดำอีกหลายตัวคลุ้มคลั่งตามไปด้วย】
【หากคนงานเลี้ยงหมูอยู่ใกล้ ๆ ในเวลานั้น อัตราการเสียชีวิตก็แทบจะสูงถึงร้อยเปอร์เซ็นต์】
【หมูขนดำในคอกหมายเลข 15 ที่เจ้าเลี้ยง รวมถึงคอกอื่น ๆ ในบริเวณใกล้เคียง ไม่ได้คลุ้มคลั่งมานานเกือบสามปีแล้ว】
【ไม่แน่ว่าเมื่อไรพวกมันจะคลุ้มคลั่งขึ้นมาแล้วคร่าชีวิตเจ้า】
【อย่างไรก็ตาม เจ้าก็มองเห็นโอกาสอยู่บ้าง】
【กู้เทาเป็นคู่ต่อสู้ที่เจ้าไม่มีทางเอาชนะได้ แต่สำหรับหมูขนดำแล้วไม่ใช่เช่นนั้น】
【หมูขนดำหลายตัวที่คลุ้มคลั่งในคอกหมายเลข 4 ยังเป็นเพียงหมูวัยรุ่น แต่ก็ทำให้ผู้ดูแลทั้งสามคนต้องออกแรงไม่น้อย】
【แล้วถ้ากู้เทาตาตี่ต้องเผชิญหน้ากับหมูขนดำวัยเกือบโตเต็มวัย หรือกระทั่งโตเต็มวัยตามลำพังเล่า】
【เจ้าไม่รู้ผลลัพธ์】
【แต่เจ้าคิดว่าโอกาสสำเร็จมีสูง】
“เป็นความคิดที่ดีจริง ๆ”
หัวใจกู้ฝานเต้นแรง เขาเริ่มตื่นเต้นขึ้นมาเล็กน้อย
“ขอแค่แผนของกู้ฝานในแบบจำลองสำเร็จ ฉันก็จะได้รับผลตอบแทนก้อนแรกแล้ว!”
【เพื่อการนั้น เจ้าต้องหาวิธีและจังหวะเวลาที่เหมาะสม】
【คนแรกที่เจ้าคิดถึงยังคงเป็นกู้หลี่】
【เขาทำงานอยู่ในโรงครัว ไม่แน่ว่าอาจสัมผัสอาหารบางอย่างที่ทำให้หมูขนดำคลุ้มคลั่งได้】
【กลางดึก เจ้าลองถามหยั่งเชิงกู้หลี่】
【กู้หลี่รู้จักสิ่งของหลายอย่างที่ทำให้กึ่งปีศาจหรือแม้แต่อสูรคลุ้มคลั่งได้จริง】
【แต่น่าเสียดาย สิ่งของส่วนใหญ่ไม่ต้องพูดถึงเจ้าเลย แม้แต่เขาเองก็ไม่เคยเห็นมาก่อน】
【สิ่งเดียวที่เขาเคยเห็นคือยาปลุกกำหนัดที่ใช้กับอสูร】
【หากใช้กับหมูขนดำแล้วไม่ได้ปลดปล่อย พวกมันก็จะคลุ้มคลั่ง】
【แต่ของสิ่งนี้ก็เหมือนกับสมุนไพรชนิดอื่น ๆ ถูกเก็บล็อกไว้อย่างแน่นหนาในห้องเก็บยาของคอกสัตว์ มีบ่าวชั้นหนึ่งหลายคนคอยดูแล ปกติจึงไม่มีโอกาสได้เข้าใกล้เลย】
