ไม่ว่าจะเป็นแอนตี้แฟนหรือแฟนคลับ จะขาวจะแดงหรือดำ ก็ต้องกลายมาเป็นครอบครัวกันให้หมด!
แฟนคลับจะสนิทเท่าครอบครัวได้ยังไง?
เธอรีบโพสต์เวยป๋อด้วยความตื่นเต้นทันทีว่า:【วันนี้พี่สาวอารมณ์ดีมาก อยากช่วยพวกเธอเคลียร์รถเข็น ใครต้องการให้คอมเมนต์ไว้ พรุ่งนี้เช้าเจอกัน】
โพสต์เสร็จก็ไปอาบน้ำ
สายน้ำอุ่นฉ่ำไหลชะล้างร่าง เฉียวเลี่ยงแหงนหน้าอ้าปากกลืนน้ำเข้าไปอึกใหญ่ น้ำตาไหลอาบแก้ม
หลังวันสิ้นโลก แหล่งน้ำสะอาดมีน้อยมาก น้ำดื่มขาดแคลนอย่างหนัก การได้อาบน้ำยังฟุ่มเฟือยกว่าการกินให้อิ่มเสียอีก แค่มีใบหน้าสะอาดก็ถือว่ามีชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีแล้ว
ณ เวลานี้ เสียงน้ำไหลซ่าทำให้เธอรู้สึกมีความสุขอย่างเหลือเชื่อ
คนเราต้องได้ใช้ชีวิตแบบนี้ ถึงจะเรียกว่าคน
ครั้งนี้เธอจะเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด ให้คนดี ๆ ได้ใช้ชีวิตอย่างคน!
พออาบน้ำเสร็จ คอมเมนต์ใต้โพสต์เมื่อครู่ก็ทะลุ 5,000 ข้อความแล้ว ความเร็วในการบอกต่อกันนี่น่ากลัวจริง ๆ
ข้อความด่าทอถูกกลบด้วยคอมเมนต์อธิษฐานขอพรอย่างรวดเร็ว ทั้งที่เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน คนพวกนี้ยังตะโกนไล่ให้เธอออกจากวงการบันเทิงอยู่เลย
โลกออนไลน์ช่างน่าขัน เธอเคยเห็นคนยอมเรียกคนอื่นว่าพ่อเพียงเพราะอยากได้เงินซื้อนมชานมหนึ่งแก้ว
เฉียวเลี่ยงอ่านอยู่เงียบ ๆ ครู่หนึ่ง ก่อนออกจากเวยป๋อ ปิดเครื่อง แล้วเข้านอน
คืนนั้นเธอหลับสนิทไร้ฝัน สำหรับเธอแล้ว นี่เป็นการนอนหลับที่สบายที่สุดในรอบสิบกว่าปี
ไม่มีสัตว์ประหลาด ไม่มีสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ และไม่มีความหิวโหย
เฉียวเลี่ยงถูกหลี่อิ๋นเป่าผลักให้ตื่น พอลืมตาก็เห็นใบหน้าชวนซวยของอีกฝ่าย ราวกับความหวังของตระกูลหลี่เพิ่งตายไปอย่างนั้น
เฉียวเลี่ยงสะดุ้งลุกพรวดขึ้นนั่ง “เพียะ!” เธอตบหน้าหลี่อิ๋นเป่าอย่างแรง ความเกลียดชังวูบไหวในดวงตา ก่อนจะนึกขึ้นได้ช้าไปก้าวหนึ่งว่าตัวเองได้กลับมาเกิดใหม่แล้ว
ไม่รอให้หลี่อิ๋นเป่าได้พูด เธอก็ชิงเอ่ยก่อนว่า “พี่สาวมาแล้วทำไมไม่บอกกันก่อนล่ะคะ ตกใจแทบตาย นึกว่ามีโจรบุกเข้ามา”
หลี่อิ๋นเป่า:“……”
เธอยกมือจับแก้มซ้ายที่แสบร้อน พลันไม่รู้จะโต้ตอบอย่างไร
ช่างเถอะ เรื่องสำคัญต้องมาก่อน เธอเป็นคนที่จะทำเรื่องใหญ่ จะปล่อยให้เรื่องเล็กทำให้เสียงานไม่ได้
แต่สีหน้าที่ไม่น่าดูอยู่แล้วกลับยิ่งดูแย่ลง ทั้งคล้ำทั้งแดง
เธอตวาดว่า “เฉียวเลี่ยง เธอเป็นบ้าไปแล้วหรือไง ถึงได้โพสต์เวยป๋อมั่วซั่วแบบนั้น รีบลุกขึ้นมาประกาศขอโทษเดี๋ยวนี้!”
ครั้งนี้หลี่อิ๋นเป่าโกรธจริง ๆ เฉียวเลี่ยงเห็นข้อความแจ้งเตือนในหัว พลังจิตเพิ่มขึ้นทีละ 200 ทีละ 300
ยังมีตัวเลขเล็ก ๆ น้อย ๆ จาก “ครอบครัว” คนอื่นที่ไม่คุ้นหน้า พอเทียบกับหลี่อิ๋นเป่าแล้วก็แค่หยดน้ำในถังเท่านั้น
เห็นไหมล่ะ ครอบครัวที่คุ้นเคยกันยังไงก็ดีกว่า
หลี่อิ๋นเป่าโมโหจนไฟสุมอก แต่เช้าตรู่ก็ถูกผู้บริหารด่าจนยับ ส่วนตัวต้นเรื่องกลับยังนอนหลับสบาย เธอกำมือแน่น พยายามข่มใจไม่ให้กระโจนไปตบเฉียวเลี่ยง
เธอกัดฟันพูดว่า “แล้วผู้ชายเมื่อคืนมันยังไงกัน? คุณจงโกรธมาก ฉันพูดดี ๆ กับเขาแทบตายกว่าจะประคองสถานการณ์ไว้ได้ เธอคิดให้ดีว่าจะอธิบายกับเขายังไง!”
เฉียวเลี่ยงค่อย ๆ เอนตัวพิงหัวเตียง กลอกตาอย่างไม่แยแส “อธิบายเหรอ? ฉันมีถุงขยะอยู่หลายใบ เอาไปให้เขาให้หมดเลยก็ได้ เขาชอบยัดอะไรใส่ถุงอยู่แล้วนี่”
จากนั้นเธอก็เปลี่ยนเรื่อง “บัตรคอนเสิร์ตของฉันล่ะ?”
หลี่อิ๋นเป่าโกรธจนหัวเราะออกมา “เธอยังมีอารมณ์คิดถึงคอนเสิร์ตอีกเหรอ? เรื่องเมื่อวานซืนยังไม่ทันจัดการ เธอก็ก่อเรื่องให้ฉันอีกแล้ว!”
“ไม่รู้หรือไงว่าศิลปินที่ทำให้สาธารณชนโกรธแค้นจะลงเอยยังไง?”
“เว้นแต่เธอจะทำตามที่พูด ช่วยคนพวกนั้นเคลียร์รถเข็นให้หมด แล้วต้องใช้เงินเท่าไหร่?”
“ตอนทำอะไรช่วยนึกถึงครอบครัวบ้างได้ไหม? ฉันไม่ยอมให้เธอทำแบบนี้เด็ดขาด!”
เงินของเฉียวเลี่ยงไม่ใช่เงินของเธอคนเดียว แต่เป็นของทั้งครอบครัว
เฉียวเลี่ยงหัวเราะ ครอบครัวที่สูบเลือดเธอก่อนวันสิ้นโลก แล้วคอยกัดกินเนื้อเธอหลังวันสิ้นโลกน่ะหรือ?
ตอนนี้เธอมี “ครอบครัว” เยอะแยะ ไม่เห็นจะเป็นไรถ้าขาดไปสักสองสามคน
เธอกอดอกอย่างใจเย็น “เอาบัตรคอนเสิร์ตมาให้ฉัน แล้วฉันรับรองว่าเรื่องนี้จะจบลงอย่างน่าพอใจ”
อย่างน้อยก็จะมีคนหนึ่งที่พอใจ
หลี่อิ๋นเป่ามองเธออย่างคลางแคลงใจ “จริงเหรอ?”
แม้แต่เธอยังคิดไม่ออกว่าจะมีวิธีไหนแก้เรื่องนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ นับประสาอะไรกับสมองหมูอย่างเฉียวเลี่ยง
เฉียวเลี่ยงกวักนิ้วเรียกให้เธอเข้ามาใกล้ แล้วลดเสียงกระซิบอย่างลึกลับว่า
“เดิมทีฉันกะจะเก็บเรื่องนี้ไว้เงียบ ๆ แต่ปิดไม่มิดแล้ว ต่อไปพวกเธอต้องยกฉันขึ้นหิ้ง เพราะฉันมีที่พึ่งใหญ่แล้ว!”
หลี่อิ๋นเป่าทั้งตกใจทั้งโมโห เธอเคยขอให้เฉียวเลี่ยงรับ “การดูแลเป็นพิเศษ” จากคุณจงหลายครั้ง แต่ยัยเด็กบ้านี่กลับทำเป็นถือตัว
แต่ตอนนี้เฉียวเลี่ยงกลับบอกว่ามีที่พึ่งแล้ว?!
แล้วรอยยิ้มประจบประแจงกับศักดิ์ศรีที่เธอทิ้งไป เพื่อช่วยเฉียวเลี่ยงตีสนิทคุณจงล่ะ มันหมายความว่ายังไง?!
นี่ไม่ใช่ข่าวดีเลย มิน่าล่ะยัยเด็กบ้านี่ถึงกล้าขัดคำสั่งเธอ
แต่หลี่อิ๋นเป่าก็เก็บความไม่พอใจซ่อนไว้ตามสัญชาตญาณ ก่อนฝืนยิ้มออกมา “ใครเหรอ? ซี๊ด~”
ยิ้มแล้วเจ็บหน้า
ยัยเด็กบ้านี่มือหนักจริง ๆ!
ไว้หาโอกาสส่งเฉียวเลี่ยงขึ้นเตียงคุณจงให้ได้!
เธออยากเห็นนักว่าที่พึ่งใหญ่โตของเฉียวเลี่ยงจะใหญ่สักแค่ไหน!
เฉียวเลี่ยงแบมือ “อยากรู้เหรอ? เอาบัตรมาก่อน!”
หลี่อิ๋นเป่ากล้ำกลืนความโมโห แล้วส่งบัตรคอนเสิร์ตอิเล็กทรอนิกส์ให้
เฉียวเลี่ยงเปิดโทรศัพท์ตรวจบัตรเสร็จ ก็รีบโพสต์เวยป๋อทันที
【พี่สาวมาช่วยพวกเธอเคลียร์รถเข็นแล้ว ทำตามพี่ ขั้นแรก √ เลือกทั้งหมด ขั้นที่สอง กดลบ】
หลังโพสต์แล้ว เฉียวเลี่ยงเองก็รู้สึกว่าค่ากุศลลดลงเรื่อย ๆ -1-1-1-1……
แต่ไม่สำคัญหรอก มุกล้อเล่นที่ไม่ทำร้ายใครย่อมไม่เป็นไร และเมื่อเธอแข็งแกร่งขึ้น เธอก็จะช่วยคนได้อีกมาก
ไม่ถึงหนึ่งนาที ข้อความแจ้งเตือนในหัวก็เริ่มเด้งรัวไม่หยุด
【ดูดซับอารมณ์ด้านลบจากเจี่ยงเสี่ยวเสี่ยว พลังจิต +123, +136, +119……】
【ดูดซับอารมณ์ด้านลบจากหยางลี่ พลังจิต +8, +11, +12……】
【ดูดซับอารมณ์ด้านลบจากหลี่จินเป่า พลังจิต +250, +250……】
【ดูดซับ……】
นับไม่ไหว นับยังไงก็ไม่ไหว
เฉียวเลี่ยงสัมผัสได้ว่าพลังจิตกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เธอยิ้มจากใจ ครั้งนี้เธอก็จะปกป้องคนที่เคยปกป้องเธอได้แล้ว!
หลี่อิ๋นเป่าเร่งถามว่าที่พึ่งของเธอเป็นใครกันแน่
ภาพร่างสูงใหญ่กำยำหลายร่างผุดขึ้นในหัวเฉียวเลี่ยง เธอเชิดคางเล็กน้อย แววตาเป็นประกายขึ้นมา “ประเทศชาติ”
หลี่อิ๋นเป่านิ่งค้างไปหนึ่งวินาที ก่อนสีหน้าเปลี่ยนเป็นโกรธจัด แล้วทนไม่ไหวตวัดมือตบหน้าเฉียวเลี่ยง
“เธอกล้าแกล้งฉันเหรอ?”
เฉียวเลี่ยงจับข้อมืออีกฝ่ายไว้ได้อย่างง่ายดาย แล้วบิดสวนออกด้านนอก “กร๊อบ” ข้อมือหัก
สิบกว่าปีในวันสิ้นโลกที่ผ่านมาไม่สูญเปล่า
“อ๊าก!!!” หลี่อิ๋นเป่ากรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เธอจ้องเฉียวเลี่ยงอย่างไม่อยากเชื่อ ยัยโง่ที่เคยพึ่งพาเธอไปเสียทุกเรื่อง ทำไมจู่ ๆ ถึงเปลี่ยนเป็นคนละคน?
เหมือนคนบ้า!
ซี๊ด~~~ แถมยังเป็นคนบ้าที่แรงเยอะมากด้วย!
เฉียวเลี่ยงผลักเธอออกจากห้องนอน “สองสามวันนี้อย่ามากวนฉัน เว้นแต่ฉันจะมีธุระไปกวนเธอ”
ข้อมือหลี่อิ๋นเป่าเจ็บปวดรวดร้าว เธอต้องรีบไปโรงพยาบาล ไม่มีเวลามาทะเลาะกับเฉียวเลี่ยง
หลังรีบลงไปชั้นล่าง เธอก็สั่งบอดี้การ์ดด้วยสีหน้าหม่นคล้ำและเสียงต่ำ “จับตาดูคนไว้ ห้ามปล่อยให้ออกไปไหนเด็ดขาด”
พอเดินออกจากวิลล่า หลี่อิ๋นเป่าก็หันกลับไปมองห้องนอนของเฉียวเลี่ยง พลางแค่นหัวเราะ
น้องสาว พี่จะทำให้เธอรู้เองว่าผลของการไม่เชื่อฟังเป็นยังไง!
เฉียวเลี่ยงไม่สนใจเลยว่าหลี่อิ๋นเป่าคิดหรือทำอะไร
ตอนนี้เธอกำลังแลกเปลี่ยนวาทศิลป์แบบไม่เป็นมิตรกับเหล่าครอบครัวในช่องคอมเมนต์
【ซาลาเปาเนื้อหนึ่งลูก】:เฉียวเลี่ยง คราวนี้ชื่อเสียงเธอเหม็นเน่าหมดแล้ว
【เฉียวเลี่ยง】:พูดอีกทีนะ ผู้หญิงดี ๆ ได้ชื่อเสียง ส่วนผู้หญิงร้าย ๆ ได้ทุกอย่าง (^-^)V
【ตามไอดอลลงสุสาน】:วิธีเรียกความสนใจตื้นเขินเกินไปแล้ว
【เฉียวเลี่ยง】:มีความเป็นไปได้ไหมว่าฉันกำลังเอาชีวิตเข้าแลก?
……
เหล่า “ครอบครัว” เดือดดาลกันจนแทบคลั่ง ข้อความแจ้งเตือนในหัวเฉียวเลี่ยงเลื่อนผ่านเร็วเสียจนเห็นเป็นเงาซ้อน
พลังจิตเพิ่มขึ้นเป็นระดับ 3 อย่างง่ายดาย มีโอกาส 30% ที่จะคัดลอกพลังพิเศษของคนอื่นได้ และกำลังพุ่งทะยานสู่ระดับ 4 อย่างรวดเร็ว
เฮอะ ไม่อย่างนั้นจะพูดได้ยังไงว่าพลังของประชาชนนั้นยิ่งใหญ่?
ต้องรู้ก่อนว่าค่าประสบการณ์ที่ต้องใช้เลื่อนแต่ละระดับนั้นมากกว่าระดับก่อนหน้าอยู่มาก
เฉียวเลี่ยงมีกำลังใจฮึกเหิม ลุยต่อ!
พอดีกับที่มีคอมเมนต์ใหม่เด้งขึ้นมา:【โรคบ๊วยเปรี้ยวด๊งด๊ง】:ขำจะตาย ตัวตลกชัด ๆ
เฉียวเลี่ยงพิมพ์ตอบอย่างรวดเร็ว:ตายให้ฉันขำหน่อยสิ——ส่งไม่สำเร็จ
บนหน้าจอมีข้อความแจ้งเตือนปรากฏขึ้นหนึ่งบรรทัด:บัญชีของคุณเข้าข่ายละเมิด《ข้อตกลงชุมชน》 บัญชีถูกระงับการใช้งานแล้ว
???
เดี๋ยวนะ ระงับบัญชีหลังจากให้พลังจิตเธอขึ้นระดับ 4 ก่อนไม่ได้หรือไง?
ขณะที่กำลังหงุดหงิด เธอก็พบว่าข้อความแจ้งเตือนเลื่อนเร็วกว่าเดิมอีก
เฉียวเลี่ยงไม่รู้ว่าควรหัวเราะหรือร้องไห้ เธอถูกระงับบัญชี แต่เหล่า “ครอบครัว” กลับร้อนใจยิ่งกว่าเธอเสียอีก!
เอาเถอะ ถึงเวลาไปทำความรู้จักเพื่อนสักคนที่สถานที่จัดคอนเสิร์ตแล้ว
