สองวินาทีต่อมา เหมยฟางก็โทรด้วยเสียงมา
“พี่เลี่ยง ขอโทษนะ ฉันไปเป็นดารากับพี่ไม่ได้แล้ว”
เสียงของเหมยฟางฟังดูหดหู่สุด ๆ เธอเกลียดตัวเองที่รักษาศักดิ์ศรีไว้ไม่อยู่ แค่เพราะหนังสือพร้อมลายเซ็นของไอดอลเล่มเดียวก็ขายตัวเองเสียแล้ว!
แต่รองหัวหน้าสวี่บอกว่ายังมีอีกตั้งหลายเล่มนี่นา
เฉียวเลี่ยงกระตุกมุมปาก ใบหน้าแก่ ๆ ร้อนผ่าวขึ้นมาเล็กน้อย
เธอเหมือนผู้ชายเลว ๆ ที่หลอกเด็กสาว ลูบมือเล็ก ๆ เสร็จก็ลืมคำพูดที่เคยให้ไว้
รีบถามว่า “เป็นอะไรไป? อย่าเพิ่งร้อนใจ มีอะไรก็ค่อย ๆ เล่า ฉันช่วยเธอได้แน่นอน”
ก่อนวันสิ้นโลกจะมาถึง เรื่องเก้าสิบเปอร์เซ็นต์แก้ได้ด้วยเงิน ส่วนอีกสิบเปอร์เซ็นต์ก็ใช้เงินช่วยบรรเทาได้
บังเอิญว่าเธอมีเงิน
ถ้ายังไม่ได้อีกก็ไปหาคุณชายฮั่ว คนมีทั้งเงินทั้งอำนาจ ไม่เหมือนเธอที่มีแค่เงิน
โชคดีที่อำนาจของเขาใกล้หมดอายุแล้ว เมื่อวันสิ้นโลกมาถึง กฎเกณฑ์หลายอย่างในอดีตก็ใช้ไม่ได้อีกต่อไป
ครู่ต่อมา เฉียวเลี่ยงได้รู้ว่าเหมยฟางไปกินข้าวหลวงที่เมืองหลวงแล้ว เธอโล่งใจ แต่ก็อดเสียดายเล็ก ๆ ไม่ได้ เงินก้อนโตของเธอไม่มีที่ให้ใช้จริง ๆ!
เรื่องที่เหมยฟางไม่ควรพูด เธอก็ไม่ได้พูด ส่วนเรื่องที่เพิ่งมาถึงและไม่รู้อะไรเลย ต่อให้คิดอยากเล่าก็ไม่มีอะไรให้เล่า
“พี่เลี่ยง มีเรื่องสำคัญอะไรจะบอกฉันเหรอ? เรื่องเป็นดาราหรือเปล่า?”
เฉียวเลี่ยงรู้สึกซับซ้อนอยู่บ้าง เธอส่ายหน้า “ไม่สำคัญแล้ว เรื่องที่ฉันอยากบอก อีกไม่นานเธอก็จะรู้เอง แต่ห้ามบอกใครว่าฉันพูดเรื่องพวกนี้กับเธอ”
เธอมีแผนของตัวเอง และยังมีแค้นส่วนตัวที่ไม่ได้ชำระ ได้ย้อนกลับมามีชีวิตอีกครั้งทั้งที เธอจะเอาทั้งหมดที่ต้องการ
ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะเปิดเผยตัวเอง
“อ้อ” เหมยฟางตอบรับอย่างว่าง่าย ไม่ได้ซักไซ้ เธอรู้ว่าตัวเองโง่ คนโง่แค่เชื่อฟังและทำตาม ก็จะสร้างปัญหาให้คนอื่นน้อยลง
