เฉียวเลี่ยงพิงหัวเตียง เปิดวีแชตขึ้นมา
หน้าต่างสนทนาของซางหยางเด้งข้อความขึ้นมารัว ๆ
“คุณเฉียว ไม่เป็นไรใช่ไหมครับ?”
“ผมรู้ว่าคุณบริสุทธิ์ และผมก็รู้ด้วยว่าผู้ชายคนนั้นไม่ใช่สามีคุณ”
“ผมมีเรื่องสำคัญมากจะบอกคุณ อย่าคิดสั้นเด็ดขาดนะครับ”
“เมื่อกี้ผมโทรหาคุณแต่โทรไม่ติด เห็นข้อความแล้วโทรกลับหาผมได้ไหมครับ?”
“ถ้าคุณไม่โทรกลับ ผมคงต้องไปหาคุณที่บ้านแล้ว”
เฉียวเลี่ยงชะงักเล็กน้อย ความห่วงใยและคำปลอบใจของซางหยางทำให้หัวใจเธออุ่นวาบ แต่ก็รู้สึกว่าเป็นเรื่องสมควรอยู่แล้ว
ใจคนเราไม่เหมือนกัน
บางคนแผ่แสงสว่างไร้ขอบเขต
บางคนสร้างความมืดมิดไม่มีที่สิ้นสุด
ซางหยางเป็นคนประเภทแรก ชาติที่แล้วเขาใช้ชีวิตพิสูจน์คำกล่าวที่ว่า “แสงแห่งมนุษยธรรมจะส่องประกายในยามวิกฤตเสมอ”
ภาพแผ่นหลังของเขาที่แม้บาดเจ็บสาหัสก็ยังยืนหยัดขวางอยู่หน้าผู้รอดชีวิตผุดขึ้นมาในหัวเฉียวเลี่ยงอีกครั้ง เธอขยี้จมูกแล้วรีบโทรหาซางหยางทันที
อีกฝ่ายรับสายแทบจะในวินาทีเดียว
เสียงซางหยางเต็มไปด้วยความกังวลและระมัดระวัง “คุณเฉียว?”
“อืม ฉันเอง”
ซางหยางถอนหายใจโล่งอก ก่อนถามเสียงเบา “คุณยังโอเคไหมครับ?”
“ไม่โอเค ฉันควบคุมพลังจิตไม่เป็น คุณสอนฉันก็พอ” เฉียวเลี่ยงพูดตามตรง ทั้งยังแอบสนุกกับการแกล้งคนซื่อ ๆ
“แปะ”
ซางหยางตกใจจนสะดุ้ง มือถือหลุดจากมือ
“คุณเฉียว: ???”
ซางหยางจ้องมือถือที่ตกอยู่บนพื้น มือซ้ายขยำผ้ากางเกงสูทไปมา ไม่รู้ควรทำอย่างไรดี
ความลับของเขาถูกเปิดเผยแล้ว!!!
เขาจะถูกมองเป็นตัวประหลาด!!!
เขาเคยผ่าตัดให้คนตั้งหลายคน แต่ยังไม่เคยถูกใครผ่าเลย อย่านะ!!!
เขาลืมไปสนิทว่าต้องถามเฉียวเลี่ยงว่าเธอรู้ได้อย่างไร
