หลินเจี้ยนกั๋วไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้นเมื่อไร แต่ตราบใดที่เขาชิงลงมือก่อนและเฝ้าอยู่ที่นั่นทุกวัน สักวันก็ต้องจับได้
เมื่อความคิดนี้ผุดขึ้นมาในหัว ในที่สุดหลินเจี้ยนกั๋วก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก เขาบังคับตัวเองให้ปล่อยวาง แล้วฝืนข่มตาหลับ
ถึงอย่างไร ไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องมีร่างกายแข็งแรงและมีสภาพจิตใจพร้อม หากออกทะเลไปโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง เกรงว่าจะยิ่งแย่กว่าเดิม
ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังลืมตาตื่นตรงเวลา 03:00 น.
ถ้าเป็นชีวิตก่อน ต่อให้ฆ่าเขาให้ตายก็คงลุกไม่ไหว
แต่จะว่าไป ยุคนี้ช่างเรียบง่ายเหลือเกิน พอตกกลางคืน นอกจากปั๊มลูกแล้วก็ไม่มีอะไรให้ทำอีก
คนทั่วไปจึงตื่นกันค่อนข้างเช้า
ที่น่าทึ่งคือ แม้ตอนกลางวันเขาจะเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน แต่พอตื่นหลังจากนอนหลับไปหนึ่งคืน กลับไม่รู้สึกเหนื่อยเลยสักนิด
หนุ่ม ๆ นี่ดีจริง!
เขาล้างหน้าแปรงฟันอยู่ในลานบ้าน พลางสูดกลิ่นลมทะเลเค็มคาว จากนั้นก็ได้ยินเสียงประตูเอี๊ยดอ๊าด แม่เริ่มลุกขึ้นมาทำงานแล้ว
พอเห็นหลินเจี้ยนกั๋วตื่นเช้าขนาดนี้ แม่ก็ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย “ทำไมไม่หลับต่ออีกหน่อยล่ะ?”
หลินเจี้ยนกั๋วเล่าให้ฟังคร่าว ๆ ว่าเตรียมจะออกทะเล
แม่ดูเหมือนไม่แปลกใจนัก วางเสื้อผ้าลงจากกะละมังซักผ้า แล้วเดินออกมาจากครัวพร้อมโจ๊กข้าวฟ่าง แป้งข้าวโพดนึ่ง และปลาแห้งตัวเล็ก ๆ “กินข้าวก่อน กินให้อิ่มแล้วค่อยไปทำงาน”
หลังกินจนอิ่มหนำ เขาก็หยิบเสบียงแห้งติดตัวไปด้วย แล้วเดินออกจากบ้าน
