ยังไม่ทันที่ซูหรงหรงจะพูดจบ หลิวซิ่วจือก็ถอนหายใจแล้วตบไหล่อันอันเบา ๆ ก่อนเดินไปทางบ้านเก่า “รีบกลับกันเถอะ ไต้ฝุ่นกำลังจะขึ้นฝั่งแล้ว อีกอย่างพ่อของลูกยังรอฟังข่าวอยู่ที่บ้านนะ!”
เวลานี้ยังมีคนไม่น้อยยืนรอฟังข่าวอยู่แถว ๆ นั้น พอเห็นพวกเขาจะกลับ ทุกคนก็รีบกรูกันเข้ามา “เจี้ยนกั๋ว ปลากะรังที่นายจับได้ก่อนหน้านี้ขายได้จินละเท่าไร?”
“สองเหมา”
“ถ้าจ่ายหนี้ซุนเอ้อร์โก่วหมดในคราวเดียวได้ ฉันว่านายต้องจับปลากะรังได้อย่างน้อย 100 จินแน่ ๆ ใช่ไหม?”
“ก็ต้องเหลือเงินติดมือไว้บ้างสิ ถึงจะจ่ายเงินก้อนใหญ่ขนาดนี้ได้!”
หลินเจี้ยนกั๋วพยักหน้า “ประมาณนั้นแหละ!”
จะว่าไปแล้ว เพราะเขาไม่ได้เรื่อง ทำให้พ่อแม่และคนในครอบครัวต้องพลอยทนรับความทุกข์และสายตาดูแคลนไปด้วย
อคติในใจผู้คนหนักอึ้งราวกับภูเขาลูกใหญ่ที่กดทับไหล่ของพวกเขา
เขาบอกว่าตัวเองหาเงินได้ 200 หยวนในวันนี้ ก็เพื่อให้คนพวกนี้หุบปาก
ยิ่งไปกว่านั้น ยังอยากให้พวกเขารู้ให้ชัดว่า หลินเจี้ยนกั๋วคนนี้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่แล้ว ด้วยความสามารถของเขา ย่อมเลี้ยงดูครอบครัวนี้ได้อย่างแน่นอน
แทบจะชั่วพริบตา ข่าวที่ว่าหลินเจี้ยนกั๋วออกทะเลก่อนพายุไต้ฝุ่นขึ้นฝั่ง จับปลากะรังได้ 100 จิน และร่ำรวยขึ้นมา ก็แพร่ไปทั่วหมู่บ้านไห่โกวราวกับลมพัด
แม้หมู่บ้านไห่โกวจะมีชาวประมงจำนวนมากที่หากินกับทะเล แต่ใช่ว่าทุกครั้งจะได้ปลากลับมาเต็มลำ
การจับปลาต้องอาศัยฝีมืออยู่บ้าง แต่หลายครั้งก็ต้องพึ่งทั้งความกล้าและโชคด้วย
