ยามท่านโหวผู้เกรียงไกรกลับถึงจวน
เหล่าสตรีในเรือนหลังพากันกรูเข้ามาราวแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ
“ท่านโหวกลับมาแล้วหรือเจ้าคะ”
“ท่านโหวคงเหนื่อยแล้วกระมัง ให้ข้าช่วยถอดเสื้อผ้า แล้วไปพักที่เรือนของข้าดีหรือไม่เจ้าคะ”
“เหตุใดต้องไปเรือนของเจ้าเล่า หากจะไปก็ควรมาที่เรือนข้าสิ ท่านโหวดูสิ ข้างดงามหรือไม่เจ้าคะ”
เซี่ยเชวียซานถูกพวกนางล้อมเอาไว้จนดิ้นไม่หลุด ทันใดนั้นเขาก็ชักกระบี่ยาวที่พกติดตัวออกมา “พวกเจ้าถอยไปให้หมด!”
เหล่าสตรีออดอ้อนเหล่านั้นไหนเลยจะเคยเห็นเหตุการณ์เช่นนี้ ต่างพากันถอยกรูด แต่ยังส่งสายตาหวานหยดย้อยจับจ้องเขา
“ท่านโหวเกือบทำข้าบาดเจ็บแล้วนะเจ้าคะ~”
“ท่านโหวโกรธเกรี้ยวด้วยเหตุใดกัน พวกพี่น้องก็แค่อยากดูแลท่านโหวเท่านั้นเองเจ้าค่ะ”
“ของสิ่งนี้น่ากลัวเหลือเกิน ท่านโหวรีบเก็บเสียเถิดเจ้าค่ะ”
พวกนางล้อมเขาอยู่ไม่ยอมไปไหน ใครเล่าจะรู้ว่าการได้เห็นท่านโหวน้อยเซี่ยกับตาตนเองนั้นต่างจากได้ยินเพียงคำเล่าลือ บัดนี้พอได้พบก็แทบก้าวขาไม่ออก ท่านโหวช่างสง่างามราวต้นหยก รูปโฉมหล่อเหลาองอาจยิ่งนัก
เซี่ยเชวียซานเห็นแก่หน้าจึงไม่อาจไล่พวกนางไปตรง ๆ ได้ เขาข่มกลั้นโทสะแล้วกล่าวอย่างสุขุมว่า “พวกเจ้าคือคนที่ภรรยาของข้ารับเข้ามา แต่นางกลับไม่ได้บอกข้าสักคำ คิดว่านางคงกำลังงอนอยู่ ข้าไม่รับอนุภรรยาหรอก”
“ประเดี๋ยวพวกเจ้าไปที่คลัง รับเงินทองไปเสีย แล้วจากจวนโหวไป ข้าจะไม่เอาความอีก มิฉะนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เห็นแก่ความงาม โยนพวกเจ้าออกไปเสียก็แล้วกัน”
สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไป ท่านโหวช่างรักมั่นเหลือเกิน ถึงกับไม่ยอมรับอนุภรรยาเพื่อฮูหยินของตน
ในที่แห่งนี้มีผู้ใดบ้างที่ไม่งามล่มเมือง โฉมสะคราญจนมัจฉาจมวารี ปักษีตกนภา
