ตอนนี้ซ่งหงปิงแทบอยากจับทหารทั้งกองทัพมัดรวมกันส่งไปช่วยปลูกผักให้รู้แล้วรู้รอด!
ผู้อาวุโสเสิ่นหัวเราะอย่างขบขัน “ใจเย็นก่อน ต่อให้นายอยากส่งคนไปช่วย ก็ต้องดูด้วยว่าอีกฝ่ายยินดีรับหรือเปล่า”
“อีกอย่าง ผักพวกนี้ก็ไม่ได้มาจากสถาบันวิจัย ถ้าสถาบันวิจัยทำผักที่มีสรรพคุณแบบนี้ออกมาได้ สู้พัฒนายาขึ้นมาโดยตรงยังสะดวกกว่าเลย!”
“ไม่ได้มาจากสถาบันวิจัยเหรอ? แล้วผักพวกนี้มาจากไหน?”
ซ่งหงปิงขมวดคิ้ว ก่อนจะนึกถึงละครสั้นที่หลานสาวชอบดูขึ้นมาได้กะทันหัน เขาเผลอพูดว่า “คงไม่ได้มาจากโลกบำเพ็ญเซียนหรอกนะ?”
ผู้อาวุโสเสิ่นชะงักไปครู่หนึ่ง
ในหัวพลันนึกถึงสถานที่เขียวชอุ่มร่มรื่น ชวนให้รู้สึกสบายอย่างยิ่ง รวมถึงบทสนทนากับเด็กสาวคนนั้น
เขาอดยิ้มไม่ได้ “อืม! ที่นั่นพิเศษจริง ๆ เด็กสาวคนนั้นก็น่าสนใจมาก”
“ที่ไหน? เด็กสาวคนไหน?”
ซ่งหงปิงฟังแล้วงุนงงไปหมด สีหน้าไม่พอใจเล็กน้อยขณะเร่งเร้า “เลิกอุบไว้ได้แล้ว รีบเล่ามาเลยว่ามันเรื่องอะไรกันแน่?”
ผู้อาวุโสเสิ่นจึงเล่าสถานการณ์ของตระกูลเจียงแห่งหมู่บ้านไป๋เจียงให้เขาฟังคร่าว ๆ
พอฟังจบ ซ่งหงปิงกลับเงียบไป
ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาถึงค่อย ๆ เอ่ยปาก “เพราะงั้น ที่นายมาครั้งนี้ จะให้ฉันส่งคนไปคุ้มกันเธอ? หรือว่า...”
ซ่งหงปิงไม่ได้พูดต่อ
แต่ผู้อาวุโสเสิ่นรู้ว่าเขาหมายถึงอะไร
เขาอดกลอกตามองอีกฝ่ายไม่ได้ “นายคิดว่าฉันเป็นคนแบบไหนกัน? ต่อให้ฉันคิดอย่างนั้นจริง นายจะยอมเหรอ?”
ผู้อาวุโสเสิ่นรู้จักนิสัยของซ่งหงปิงดี
