เจียงหว่านลองใช้จิตสัมผัสตรวจดู แล้วหัวใจก็พลันหนักอึ้ง
เธอดึงมือกลับอย่างแนบเนียน ก่อนยิ้มอย่างสุภาพแล้วพูดว่า “คุณยาย นั่งลงก่อนเถอะค่ะ มีอะไรเราค่อย ๆ คุยกัน”
คุณยายฮั่วมองเจียงหว่านด้วยแววตาเปี่ยมเมตตา “หนูยังจำยายได้ไหมจ๊ะ? วันที่ 19 เดือนที่แล้ว ที่ถนนหมินจิ้นในเมืองไห่ ยายหัวใจกำเริบ หนูเป็นคนช่วยยายไว้”
เจียงหว่านคิดจะบอกว่าแค่ช่วยเหลือเล็กน้อยเท่านั้นเอง
แต่คุณยายกลับจับมือเธอไว้อีกครั้ง แล้วพาไปนั่งตรงหน้าโต๊ะ ให้ทั้งคู่นั่งหันหน้าคุยกัน
มือคู่นั้นกุมมือเธอไว้แน่น ราวกับไม่อยากปล่อย
สายตายังจ้องเธอไม่วาง ยิ่งมองก็ยิ่งพอใจ ปากก็พร่ำพูดขอบคุณไม่หยุด
เจียงหว่านพยายามดึงมือกลับ แต่ไม่สำเร็จ
ไม่รู้ว่าคุณยายจับมือยังไง ถึงได้แน่นเหมือนเชื่อมติดกับมือเธอไปแล้ว
ยังดีที่เจียงหว่านรู้สึกได้ว่า บุญกุศลจากร่างคุณยายไหลเข้าสู่ร่างเธอเพียงริ้วหนึ่ง แล้วก็หยุดลง
ไม่อย่างนั้นเจียงหว่านคงทำใจนิ่งขนาดนี้ไม่ได้
แต่เจียงหว่านรับมือกับ “ความกระตือรือร้น” ของคุณยายไม่ไหวจริง ๆ สุดท้ายเธอจึงหาเหตุผลว่าจะไปดูไก่กับลูกเป็ดที่หลังบ้าน แล้วถึงดึงมือกลับมาได้
ทว่าคุณยายกลับถือโอกาสรุกต่อ!
“หว่านหว่านจ๊ะ ยายถนัดเลี้ยงไก่เลี้ยงเป็ดที่สุดเลย ให้ยายไปดูด้วยได้ไหม?” คุณยายฮั่วมองเจียงหว่านด้วยดวงตาเป็นประกาย แถมยังเปลี่ยนมาเรียกเธออย่างสนิทสนมว่า “หว่านหว่าน” อีกด้วย
เจียงหว่านจะพูดอะไรได้ล่ะ? ในเมื่ออีกฝ่ายอยากตามไปด้วย ก็ปล่อยให้ตามไปเถอะ!
แต่ตอนลุกขึ้น เธอเหลือบเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ เขาก็มองเธอด้วยแววตาเป็นประกายเช่นกัน
