หลังมื้ออาหาร
คนในตระกูลเจียงไม่ยอมให้เจียงหว่านช่วยเก็บชามตะเกียบ บอกให้เธอพักผ่อน เจียงหว่านเองก็ไม่ได้ปฏิเสธ
เธอนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ไผ่ตรงหน้าประตู มองดูคนในตระกูลเจียงทำงานกันเงียบ ๆ
คนเก็บชามคือพ่อเจียงที่แขนขาด
คนเช็ดโต๊ะคือแม่เจียงที่ตาบอด
คนล้างชามคือน้องชายคนเล็กที่ขาพิการ
คนกวาดพื้นคือพี่ชายคนโตที่สติไม่สมประกอบ
แม้แต่คุณปู่เจียงก็ยังยุ่งอยู่กับการรมบ้านให้เธอด้วยหญ้าโกฐจุฬาลัมพา
ส่วนหลานชายตัวน้อยวัยห้าขวบที่เป็นออทิสติก ก็นั่งนิ่ง ๆ อยู่บนม้านั่งเตี้ยตรงมุมห้องอย่างว่าง่าย
ทุกคนต่างรู้หน้าที่ของตัวเองโดยไม่ต้องพูดกัน
ทำให้บ้านที่ทรุดโทรมไปเสียทุกมุมหลังนี้ กลับมีความกลมเกลียวและอบอุ่นในแบบที่ต่างออกไป
เจียงหว่านมองภาพตรงหน้า ในใจรู้สึกหลากหลายจนบอกไม่ถูก
เดิมทีเธอตั้งใจจะหาที่สักแห่งเพื่อบำเพ็ญเพียรอย่างสงบ แล้วก็คลอดลูกออกมา
ตอนกลับมาบ้านตระกูลเจียงที่ชนบท เธอก็คิดแค่ว่าถ้าอยู่ร่วมกันได้ก็ค่อย ๆ ปรับตัวให้ดี ทำหน้าที่ที่ร่างเดิมควรทำให้ครบ ถือว่าได้สะสางกรรมสัมพันธ์ที่ผูกพันกันไว้
แต่ตระกูลเจียงนี้ลำบากกว่าที่เธอคิดไว้มาก!!
หรือจะพูดว่า
คนตระกูลเจียงอยู่รอดมาจนถึงตอนนี้ได้ ก็เพราะบรรพบุรุษสั่งสมบุญกุศลไว้มหาศาลจริง ๆ!!!
เจียงหว่านเงยหน้ามองท้องฟ้า ฟ้ามืดลงแล้ว แต่เหนือบ้านเก่าของตระกูลเจียงกลับมืดครึ้มกว่าบริเวณอื่นอย่างเห็นได้ชัด...
เจียงหว่านเป็นผู้ฝึกปลูกพืชวิญญาณ ไม่ถนัดศาสตร์ฮวงจุ้ยและการพยากรณ์ภูมิประเทศ
แต่เธอก็มองออกว่าคนทั้งตระกูลเจียงถูกเคราะห์ร้ายปกคลุม โชคชะตาแทบถูกสูบจนหมดสิ้น...
มีคนกำลังเล่นงานตระกูลเจียง!!!
แต่เธอคิดไม่ออก ใบหน้าของคนตระกูลเจียงล้วนมีเมตตา เป็นคนที่มีจิตใจโอบอ้อมอารี อีกทั้งตระกูลเจียงก็อยู่ชนบท แล้วไปทำให้ใครขุ่นเคืองจนถึงขั้นถูกวางแผนสูบโชคชะตาจนสิ้นตระกูลได้อย่างไร???
คิดไม่ออกเลย!
ตอนนี้เธอสูญเสียพลังบำเพ็ญไปแล้ว จึงคำนวณอะไรไม่ได้
แต่ถึงพลังบำเพ็ญยังอยู่ เธอก็ไม่ถนัดศาสตร์พยากรณ์อยู่ดี
ปวดหัวจริง ๆ!!!
“หว่านหว่าน มองอะไรอยู่เหรอ ถึงได้จ้องตั้งนาน?”
คุณปู่เจียงเดินออกมาหลังรมบ้านเสร็จ พอเห็นเจียงหว่านเหม่อมองท้องฟ้า ก็ถามด้วยความเป็นห่วง
เจียงหว่านได้สติ มองใบหน้าคุ้นเคยของคุณปู่เจียงแล้วหัวใจก็บีบรัดขึ้นมาเล็กน้อย
ทั้งที่รู้ว่าเขาไม่ใช่ชายชราคนนั้น
แต่หัวใจก็ยังเจ็บแปลบขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้
เธอมักอดนึกถึงคำพูดที่ชายชราพูดกับเธอก่อนตายไม่ได้ เขาบอกว่า “เด็กน้อย ไม่ต้องสนใจแล้ว รีบหนีไปเถอะ ปู่ผิดเอง โลกบ้าบอนี่จะพังไปก็ช่างมัน ปู่ไม่ควรลากเธอมารับเคราะห์แทน...”
แต่เธอจะหนีไปไหนได้?
ชายชราไม่อยู่แล้ว
บ้านของเธอก็ไม่เหลืออีกแล้ว...
“ทำไมจู่ ๆ ก็ร้องไห้ล่ะ?”
พอเห็นเจียงหว่านน้ำตาไหลขึ้นมา คุณปู่เจียงก็ร้อนใจทันที คิดว่าเธอปรับตัวกับชีวิตลำบากในชนบทไม่ได้ จึงรีบปลอบว่า “เด็กดี อย่าร้องเลย ถ้าอยู่ชนบทไม่ชิน พรุ่งนี้ปู่จะพากลับไปส่งในเมือง”
“ไม่เป็นไรค่ะ”
เจียงหว่านเช็ดน้ำตา ก่อนหยิบหยกขาวของตระกูลเจียงออกจากกระเป๋าแล้วยื่นให้คุณปู่เจียง “คุณปู่ ดูนี่สิคะ”
คุณปู่เจียงชะงักไปเมื่อเห็นหยกขาว
เขาจำหยกชิ้นนี้ได้แน่นอน
มันคือของตกทอดประจำตระกูลเจียง
ไม่ใช่ว่าซูอี๋เอาไปแล้วหรอกหรือ?
“นี่เป็นของตกทอดของตระกูลเจียง หนูเอากลับมาแล้วค่ะ”
เจียงหว่านวางหยกขาวลงในมือคุณปู่เจียง “คุณปู่เก็บไว้ดี ๆ นะคะ หยกชิ้นนี้ดีต่อสุขภาพ พกติดตัวไว้เถอะค่ะ”
พลังวิญญาณในหยกชิ้นนี้ไม่เลวเลย
แม้จะเทียบไม่ได้กับศิลาวิญญาณที่เธอหยิบมาใช้วางค่ายกลได้ตามใจบนทวีปชางหลาน แต่ในโลกที่พลังวิญญาณเบาบางแห่งนี้ก็นับว่าดีมากแล้ว
หากสวมใส่เป็นประจำก็ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง
พอได้ยินเช่นนั้น คุณปู่เจียงกลับยัดหยกคืนให้เจียงหว่าน “ถ้าอย่างนั้นเธอก็เก็บไว้ใส่เถอะ”
ยังไม่ทันที่เจียงหว่านจะปฏิเสธ คุณปู่เจียงก็พูดด้วยสีหน้าเปี่ยมเมตตาว่า “เด็กดี เป็นตระกูลเจียงที่ทำให้เธอต้องลำบากใจ กลับมาอยู่บ้านนี้แล้วยังต้องทนทุกข์อีก เก็บหยกนี่ไว้เถอะ วันหน้าเธอกลับเข้าเมืองไป อาจเอาไปแลกเงินได้บ้าง”
คุณปู่เจียงถอนหายใจ “จริง ๆ แล้วปู่ก็เห็นแก่ตัวเหมือนกัน”
“ตอนรู้ว่าเด็กถูกสลับตัวกัน ปู่ก็คิดจะไปรับเธอกลับมา แต่ดูสภาพบ้านเราตอนนี้สิ รับเธอกลับมาก็เท่ากับทำร้ายเธอ”
“ไม่ต้องห่วงนะ ปู่กับพ่อแม่ของเธอคุยกันเมื่อคืนแล้ว พวกเรายังพอมีเงินเก็บอยู่ประมาณสองแสนหยวน ถึงตอนนั้นจะให้เธอทั้งหมด พอกลับเข้าเมืองแล้วลองดูว่าจะเอาไปจ่ายเงินดาวน์บ้านได้ไหม ถ้ายังไม่พอ พวกเราค่อย ๆ หาทางกัน...”
นี่คิดจะซื้อบ้านในเมืองให้เธอหรือ?
เงินสองแสนหยวนคงเป็นทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลเจียงแล้ว!!
เจียงหว่านรู้สึกบางอย่างเอ่อล้นขึ้นมาในใจ เป็นความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย
ทั้งขมขื่น
ทั้งฝาดฝืน
แต่ก็อบอุ่นอยู่บ้าง
“คุณปู่!” เจียงหว่านเงยหน้าขึ้น มองคุณปู่เจียงอย่างจริงจัง “หนูกลับมาแล้ว ก็ไม่ได้คิดจะไปไหนอีกค่ะ”
ก่อนหน้านี้เธอทำเพื่อตัวเอง
แต่ตอนนี้...บางทีเธออาจทำอะไรให้ครอบครัวนี้ได้บ้าง!
เจียงหว่านไม่ถนัดศาสตร์ฮวงจุ้ย แต่เธอถนัดวางค่ายกล
คนที่โชคร้าย มักเป็นเพราะมีไออัปมงคล ไออัปมงคลเป็นพลังด้านหยิน เมื่อหยินก่อตัวเป็นปราณ คนเราก็จะพบเจอแต่เรื่องโชคร้าย จนส่งผลกระทบต่อโชคชะตาของตัวเอง
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เธอก็จะวางค่ายกลรวมวิญญาณ
ใช้พลังวิญญาณสลายไออัปมงคล!
ขจัดเคราะห์ร้าย!!!
อีกทั้งเคราะห์ร้ายที่สะสมอยู่ทั่วทั้งตระกูลเจียงก็ลึกล้ำมาก โชคชะตาใกล้ถูกสูบจนหมดสิ้นแล้ว ดังนั้นในค่ายกลรวมวิญญาณนี้ ยังต้องวางค่ายกลพลิกชะตาด้วย
เมื่อค่ายกลทั้งสองซ้อนทับกัน จึงจะพลิกสถานการณ์ได้
เช่นนี้โชคชะตาที่ถูกสูบไปจากตระกูลเจียงก็จะค่อย ๆ กลับคืนมา และทำให้ทุกสิ่งเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
การวางค่ายกลรวมวิญญาณไม่ยาก
ใช้หยกขาวของตกทอดประจำตระกูลเจียงเป็นจุดศูนย์กลางค่ายกล แล้วเสริมด้วยค่ายกลต้นกำเนิดที่เธอฝึกฝนมา ก็เพียงพอให้คงอยู่ได้หนึ่งถึงสองปี
สิ่งที่ยากคือค่ายกลพลิกชะตา
คิดไม่ถึงว่าสิ่งนี้จะถูกจำกัดโดยวิถีสวรรค์ของโลกนี้ด้วย
เจียงหว่านจัดการอยู่นานกว่าครึ่งคืน สุดท้ายจึงใช้พลังบุญกุศลเส้นหนึ่งที่เพิ่งได้รับมา วางค่ายกลสำเร็จ
ในชั่วขณะที่ค่ายกลก่อตัว แสงสีขาวสายหนึ่งพลันแผ่กระจายออกจากบ้านเก่าตระกูลเจียงเป็นศูนย์กลางกลางรัตติกาล ขยายเป็นวงกลมรัศมี 500 เมตร ก่อนพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อตัวเป็นม่านแสงสีขาวโปร่งใสไร้รูปร่าง
เคราะห์ร้ายสีดำทะมึนที่ปกคลุมอยู่เหนือบ้านตระกูลเจียงพลันถูกสลายไปในพริบตา...
คนตระกูลเจียงที่หลับใหลอยู่ต่างคลายหัวคิ้วที่ขมวดแน่นแทบจะพร้อมกัน ก่อนหลับสนิทอย่างผ่อนคลายเป็นครั้งแรกในรอบนาน
เช้าวันถัดมา
คนแรกที่ตื่นคือคุณปู่เจียง
ตั้งแต่บ้านเกิดเรื่องต่อเนื่องกันมา เขาก็แทบไม่เคยนอนหลับเต็มอิ่ม ปกติจะตื่นตอนตีสามตีสี่ แต่วันนี้กลับนอนยาวจนถึงหกโมงกว่า
พอตื่นขึ้นมาก็รู้สึกสดชื่น สมองปลอดโปร่งกว่าที่เคยเป็นมา
ร่างกายก็เหมือนยกภาระหนักนับพันชั่งออกไป ความสบายแผ่ซ่านไปทั่วทั้งตัว!
แปลกจริง ๆ!
พอเดินออกจากห้อง ก็เห็นเจียงอ้ายกั๋ว ลูกชายของเขาเพิ่งตื่นเหมือนกัน
“อ้ายกั๋ว เพิ่งตื่นเหมือนกันเหรอ?”
“ครับพ่อ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน หลับทีเดียวก็ตื่นเอาป่านนี้ พ่อก็เพิ่งตื่นเหรอครับ?” เจียงอ้ายกั๋วมองพ่ออย่างประหลาดใจ
เขารู้จักพ่อของตัวเองดี
พ่อนอนน้อยกว่าเขาเสียอีก
ปกติเวลาที่เขาตื่น พ่อก็รดน้ำแปลงผักนอกลานไปหนึ่งรอบแล้ว
แต่สิ่งที่ทำให้พ่อลูกประหลาดใจยิ่งกว่าคือ ตอนเปิดประตูบ้านเก่าออก
ภาพที่เห็นนอกลานกลับเขียวชอุ่มไปทั่ว ดอกไม้นานาชนิดเบ่งบานแข่งกัน กลิ่นหอมอบอวลลอยมาเป็นระลอก
ส่วนแปลงผักตรงลานตากพืชผลหน้าบ้าน นอกจากต้นมะเขือเทศจะเต็มไปด้วยผลสีแดงสุกปลั่งแล้ว ผักใบเขียวหลากชนิดที่ปลูกเป็นแถวก็ยังเขียวสดฉ่ำน้ำ แม้แต่ต้นหอมรอบ ๆ ที่เดิมถูกถอนออกไปเกือบหมด ก็ยังแตกยอดใหม่เขียวชอุ่มขึ้นมาอีกครั้ง...
“นี่...นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”
คุณปู่เจียงกับเจียงอ้ายกั๋วมองหน้ากัน ในดวงตาเต็มไปด้วยความประหลาดใจและไม่อยากเชื่อ...
