“คุณหนูใหญ่ ไม่สิ คุณเจียง คุณนายสั่งไว้ว่า เพื่อป้องกันไม่ให้คุณเจียง ‘เผลอ’ หยิบของที่ไม่ใช่ของตัวเองไปอีก ก่อนออกจากบ้านเราต้องตรวจสัมภาระค่ะ”
แม่หลิว แม่บ้านประจำตระกูล พาคนรับใช้สองคนมาขวางเจียงหว่านที่กำลังลากกระเป๋าเดินทางลงบันได สีหน้าเหมือนยิ้มแต่ไม่ยิ้ม
เดิมทีเจียงหว่านเป็นคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลซู ชื่อเดิมคือซูหว่าน
เมื่อครึ่งปีก่อน ตระกูลซูพบว่าเจียงหว่านไม่ใช่ลูกสาวตัวจริงของบ้าน แต่เป็นลูกสาวปลอมที่ถูกสลับตัวโดยเจตนา
หลังรับซูอี๋ ลูกสาวตัวจริงกลับมา แม้จะไม่ได้ส่งเจียงหว่านออกไป แต่เมื่อซูอี๋กลับมา ธาตุแท้ ‘เลวร้าย’ นานัปการของเจียงหว่านก็เผยออกมา
ทั้งผลักซูอี๋ตกบันได
วางยาเธอ
ขโมยของของเธอ
กลั่นแกล้งซูอี๋ที่โรงเรียน
ถึงขั้นเพื่อแย่งคู่หมั้นของซูอี๋อย่างฮั่วเฉิน จงใจวางยาแล้วปีนขึ้นเตียงเขา แต่กลับถูกชายแก่ตัณหากลับย่ำยีแทน สุดท้ายยังตั้งท้องอีก...
ตระกูลซูรู้สึกเสียหน้าอย่างยิ่ง จึงประกาศตัดขาดความสัมพันธ์กับเจียงหว่านและไล่เธอออกจากบ้าน แถมยังเปลี่ยนนามสกุลให้ด้วย
พวกเขากลัวว่าเจียงหว่านจะหน้าด้านหน้าทนเกาะตระกูลซูไม่ยอมปล่อย คอยเอาเปรียบอยู่ร่ำไป
วันนี้คือวันที่เจียงหว่านถูกไล่ออกจากบ้าน
แม่หลิวพูดจบก็ส่งสัญญาณให้คนรับใช้ลงมือ
เจียงหว่านเบี่ยงตัวหลบมือที่ยื่นมาแย่งกระเป๋า สายตาเย็นชากวาดผ่านคนรับใช้ทั้งสอง ก่อนจะหยุดลงที่แม่หลิว
เธอไม่ได้พูดอะไรสักคำ แต่แม่หลิวกลับยืนนิ่งแข็งทื่อ ราวกับถูกสิ่งน่ากลัวจ้องมองอยู่
เมื่อแม่หลิวได้สติ เจียงหว่านก็ลากกระเป๋าเดินทางเดินผ่านเธอไปทางประตูใหญ่แล้ว
เมื่อกี้นี้เธอถึงกับถูกสายตานั่นทำให้กลัวงั้นเหรอ?
แม่หลิวหน้าเสีย รีบพาคนตามไปทันที “คุณเจียง...”
“พี่สาว? จะไปไหนเหรอ ทำไมลากกระเป๋ามาด้วยล่ะ?”
เสียงอ่อนหวานของซูอี๋ดังขึ้นพอดีตรงหน้าประตู และขวางทางออกของเจียงหว่านไว้ได้อย่างเหมาะเจาะ
เธอสวมชุดเดรสยาวสีขาวของชาแนล ดัดผมเป็นลอนใหญ่ ใบหน้าประณีตที่แต่งแต้มมาอย่างตั้งใจประดับด้วยสีหน้าไร้เดียงสาและบริสุทธิ์ ดวงตาที่ปัดมาสคาร่าจนขนตายาวกะพริบปริบ ๆ มองเจียงหว่าน
ราวกับประหลาดใจกับการกระทำของเจียงหว่านมาก
ส่วนคนที่ยืนอยู่ข้างเธอก็คือฮั่วเฉิน
อดีตคู่หมั้นของเจียงหว่าน
หลังสถานะลูกสาวตัวจริงและตัวปลอมกลับคืนสู่ที่ทาง เขาก็กลายเป็นคู่หมั้นของซูอี๋ไปโดยปริยาย
ฮั่วเฉินรังเกียจเจียงหว่านจากก้นบึ้งของหัวใจ
แต่เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นเจียงหว่านในเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์เรียบง่าย ไม่แต่งหน้า เขากลับชะงักไปอย่างห้ามไม่อยู่
หญิงสาวตรงหน้ามีผิวขาวเนียนดุจหยก งดงามราวดอกท้อ แต่ก็ดูสง่างามโดยไม่เย้ายวน...
สวยมาก
งามบริสุทธิ์ราวกับไม่แปดเปื้อนธุลี!
แตกต่างจากความงามแบบเดิมที่ต้องแต่งหน้าเข้มและประดิดประดอยอย่างสิ้นเชิง!
นี่...นี่คือซูหว่านเหรอ?!
ซูอี๋สังเกตเห็นท่าทีผิดปกติของฮั่วเฉิน ประกายริษยาและความอำมหิตวาบผ่านดวงตา เธอส่งสายตาให้แม่หลิวอย่างแนบเนียน
แม่หลิวเข้าใจทันที รีบก้าวไปคว้ากระเป๋าเดินทางในมือเจียงหว่าน พร้อมตะโกนเสียงดังว่า
“คุณเจียง ฉันรู้ว่าคุณไม่พอใจที่ถูกไล่ออกจากตระกูลซู แต่คุณจะขโมยเครื่องประดับในห้องของคุณหนูใหญ่ไม่ได้ค่ะ! นั่นเป็นสินสอดที่ตระกูลฮั่วมอบให้คุณหนูใหญ่ ถ้าคุณเอาไปแล้ว คุณหนูใหญ่จะอธิบายกับตระกูลฮั่วอย่างไรคะ?”
ประกายเย็นเยียบวาบผ่านดวงตาเจียงหว่าน แต่เธอยังคงไม่พูดอะไร
มือที่จับกระเป๋าเดินทางไม่คลายออกแม้แต่น้อย ต่อให้แม่หลิวออกแรงทั้งหมดที่มีก็ยังดึงกระเป๋าให้ขยับไม่ได้สักนิด
ซูอี๋ขอบตาแดงก่ำ น้ำเสียงสะอึกสะอื้นก่อนเอ่ยขึ้นว่า “พี่สาว ฉันรู้ว่าพี่เกลียดฉัน”
“ถ้าพี่ชอบสินสอดพวกนั้น ฉันยกให้พี่ได้ทั้งหมด แต่ในนั้นมีแหวนหมั้นที่พี่อาเฉินให้ฉัน แหวนวงนั้นฉันให้พี่ไม่ได้จริง ๆ...พี่คืนมันให้ฉันได้ไหม?”
“พี่ไม่ต้องห่วง ขอแค่คืนแหวนให้ฉัน เครื่องประดับชิ้นอื่นพี่เอาไปได้หมด”
น้ำตาซูอี๋ร่วงเผาะ ใบหน้าดูบอบบางน่าสงสารพร้อมเอ่ยวิงวอน
“ถ้าอย่างนั้นฉันให้เงินพี่ก็ได้ เงินทั้งหมดในบัตรฉันยกให้พี่!”
“พี่สาว คืนแหวนให้ฉันเถอะนะ ได้ไหม?”
ฮั่วเฉินเห็นแล้วก็ปวดใจอย่างยิ่ง เขาคิดว่าซูอี๋ใจดีเกินไป ถึงได้ถูกกลั่นแกล้งซ้ำแล้วซ้ำเล่า!
เมื่อหันไปมองเจียงหว่านอีกครั้ง ความตื่นตะลึงในดวงตาก็ถูกแทนที่ด้วยความดูแคลนและรังเกียจไปหมดแล้ว
น้ำเสียงของเขาเย็นชาและแฝงความเกลียดชัง “ซูหว่าน ฉันไม่คิดเลยว่านอกจากนิสัยแย่แล้ว เธอยังโลภขนาดนี้ด้วย”
“อี๋เอ๋อร์ใจกว้างขนาดนี้แล้ว เธอยังไม่รู้จักพออีกเหรอ? รีบเอาแหวนออกมา อย่าบังคับให้ฉันลงมือเอง”
เจียงหว่านสัมผัสได้ถึงความปวดหน่วงบางเบาที่แล่นมาจากกลางอก
เธอถอนใจในใจ
เด็กสาวผู้น่าสงสารคนนี้ แม้ตายไปแล้วก็ยังเสียใจให้คนที่ไม่คู่ควร
เจียงหว่านเคยเป็นผู้ฝึกปลูกพืชวิญญาณแห่งทวีปชางหลันในโลกบำเพ็ญเซียน ถูกตาเฒ่าหลอกให้สู้ตายไปพร้อมกับพืชปีศาจบรรพกาล โดยอ้างว่าเพื่อสรรพชีวิตใต้หล้า
เมื่อสามวันก่อน เธอฟื้นขึ้นมาแล้วก็กลายเป็นเจียงหว่าน ลูกสาวปลอมของตระกูลซูคนนี้
เจ้าของร่างเดิมยอมรับไม่ได้ที่ตัวเองตั้งท้องและถูกตระกูลซูไล่ออกจากบ้าน จึงกินยานอนหลับฆ่าตัวตาย
เธอมีความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม
ย่อมรู้ดีถึงทุกสิ่งที่เจ้าของร่างเดิมประสบในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงความรู้สึกที่มีต่อฮั่วเฉินและความไม่ยินยอมพร้อมใจที่ต้องสูญเสียเขาไป
ดังนั้นเมื่อได้ยินฮั่วเฉินพูดเช่นนั้น เธอจึงเอ่ยขึ้นช้า ๆ ในที่สุดว่า “ผู้ชายเฮงซวย”
นี่เป็นคำที่เธอเรียนรู้มาจากโลกนี้
เหมาะกับผู้ชายคนนี้สุด ๆ!
ฮั่วเฉินชะงักไป ก่อนสีหน้าจะมืดครึ้มลงทันที “ซูหว่าน เธอ...”
“โอ๊ย!”
จังหวะนั้นเอง แม่หลิวก็ร้องลั่นขึ้นมาอย่างกะทันหัน
ที่แท้เจียงหว่านปล่อยมือเสียแล้ว
แม่หลิวหงายหลังทั้งตัว ก้นกระแทกพื้น ส่วนกระเป๋าเดินทางที่เธอกระชากอย่างแรงก็ร่วงลงพื้นเสียงดังปัง ก่อนจะอ้าออกทันที
ข้าวของในกระเป๋ากระจายเกลื่อนพื้น
ข้างในมีเพียงเสื้อผ้าสองสามชุด ไม่มีอย่างอื่นอีกเลย
“ทำไมถึงมีแต่เสื้อผ้า? ทั้งที่ควรจะ...” แม่หลิวมองของในกระเป๋า สีหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
เมื่อซูอี๋เห็นเสื้อผ้าเหล่านั้น คิ้วก็ขมวดเข้าหากันอย่างแทบสังเกตไม่เห็น
“เครื่องประดับที่พวกคุณพูดถึง ฉันไม่มีหรอก แต่...”
เจียงหว่านเดินตรงไปหาซูอี๋ ขณะที่ความสนใจของอีกฝ่ายยังอยู่ที่กระเป๋า เธอก็ยื่นมือคว้าหยกขาวที่ห้อยอยู่ตรงคอของซูอี๋ แล้วกระชากออกมาอย่างแรง
“อ๊ะ!”
ซูอี๋ร้องเบา ๆ ด้วยความเจ็บ
พอเห็นหยกขาวในมือเจียงหว่าน สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปทันที รีบยื่นมือจะแย่งกลับ “หยกของฉัน!”
หยกขาวมีขนาดไม่ใหญ่ แต่เมื่อสัมผัสกลับให้ความรู้สึกอบอุ่นนุ่มนวลเป็นพิเศษ แค่มองก็รู้ว่าเป็นหยกชั้นดี
ที่สำคัญกว่านั้น มันเป็นหยกขาวที่มีพลังวิญญาณแฝงอยู่ หากสวมใส่เป็นประจำจะช่วยบำรุงร่างกาย
ซูอี๋สุขภาพไม่แข็งแรงมาตั้งแต่เด็ก ตระกูลเจียงจึงให้เธอสวมใส่หยกสืบทอดประจำตระกูลชิ้นนี้
ต่อมาเมื่อซูอี๋กลับไปตระกูลซู เธอก็ไม่ได้คืนจี้หยกชิ้นนี้ แถมยังดูแคลนว่าตระกูลเจียงเป็นพวกบ้านนอกยากจน กล่าวหาว่าพวกเขาเคยทอดทิ้งและทารุณเธอ แต่กลับยึดของสืบทอดประจำตระกูลของคนอื่นไว้อย่างหน้าด้าน ๆ
เจียงหว่านปัดมือที่ยื่นมาแย่งหยกของซูอี๋ออก น้ำเสียงเย็นชา “หยกของตระกูลเจียงชิ้นนี้ ถึงเวลาคืนให้เจ้าของที่แท้จริงแล้ว”
“จริงสิ...”
เจียงหว่านโน้มตัวเข้าไปใกล้อีกนิด กระซิบด้วยเสียงที่มีเพียงทั้งสองคนได้ยิน “ของขวัญที่น้องสาวส่งให้ ฉันรับไว้แล้วนะ ฉันเองก็เตรียมของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ ไว้ให้น้องสาวเหมือนกัน หวังว่าจะชอบ”
พูดจบเจียงหว่านก็ถอยหลังหนึ่งก้าว
เมื่อเห็นเจียงหว่านเก็บหยกเข้ากระเป๋า ซูอี๋ก็ไม่สนใจแล้วว่าเธอพูดถึงของขวัญอะไร ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธทันที
นังแพศยานี่!
กล้าดียังไงมาแย่งหยกของเธอต่อหน้าคนอื่น?!
ซูอี๋แทบอยากพุ่งเข้าไปทันที กระชากผมอีกฝ่าย ฉีกหน้าสวย ๆ นั่นให้เละ แล้วแย่งหยกกลับมา
แต่เธอทำแบบนั้นไม่ได้—
ฮั่วเฉินอยู่ข้าง ๆ!
ซูอี๋จึงรีบเปลี่ยนสีหน้าให้ดูน้อยเนื้อต่ำใจ แล้วหันไปมองฮั่วเฉินด้วยน้ำเสียงสะอื้น “พี่อาเฉิน! ฉันไม่รู้ว่าทำไมพี่สาวถึงเกลียดฉันขนาดนี้ ทำไมต้องแย่งทุกอย่างไปจากฉันด้วย? หยกชิ้นนั้นฉันใส่มาตั้งแต่เด็ก ถ้าไม่มีมัน ฉันคงนอนไม่หลับไปตลอด...”
ฮั่วเฉินโอบซูอี๋อย่างสงสาร พลางปลอบเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แต่สายตาที่มองเจียงหว่านกลับคมกริบราวกับมีด “ซูหว่าน อย่าทำเกินไปนัก รีบคืนหยกให้อี๋เอ๋อร์เดี๋ยวนี้ อย่าให้ฉันต้องพูดซ้ำ!”
แววตาของเขาเต็มไปด้วยความรังเกียจ น้ำเสียงออกคำสั่งโดยไม่เปิดโอกาสให้โต้แย้ง
ถ้าเป็นเมื่อก่อน ต่อให้เจ้าของร่างเดิมจะเสียใจแค่ไหน ก็ต้องรีบยื่นหยกให้เขาด้วยสองมืออย่างว่าง่าย
แต่ตอนนี้เจียงหว่านเพียงปรายตามองเขาอย่างเฉยเมย แววตาราวกับกำลังมองคนปัญญาอ่อน เธอขี้เกียจจะพูดอะไรให้มากความด้วยซ้ำ จึงก้าวเดินออกไปตรง ๆ
“ซูหว่าน!”
ฮั่วเฉินโกรธจนก้าวตามมา ยื่นมือจะคว้าข้อมือเธอ
แต่ในวินาทีถัดมา
ทุกคนเห็นร่างหนึ่งพุ่งลอยออกไปอย่างแรง ตามด้วยเสียงร่างกระแทกพื้นหนัก ๆ และเสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดของฮั่วเฉิน
“พี่อาเฉิน...”
ซูอี๋ตะลึงจนพูดไม่ออก
แม่หลิวกับคนอื่น ๆ ก็ตกใจจนพูดไม่ออกเช่นกัน ทุกคนมองเจียงหว่านที่เตะคนกระเด็นออกไปอย่างไม่อยากเชื่อสายตา!
แต่เจียงหว่านไม่สนใจปฏิกิริยาของคนอื่น
เธอไม่แม้แต่จะเก็บเสื้อผ้ากับกระเป๋าเดินทางที่กระจายอยู่บนพื้น เพียงหมุนตัวเดินออกจากคฤหาสน์ตระกูลซู
ทันทีที่ก้าวพ้นคฤหาสน์ตระกูลซู แสงอาทิตย์ก็สาดลงบนตัวเธอ
เจียงหว่านสูดหายใจเข้าลึก ๆ
แต่ไม่นานเธอก็ขมวดคิ้ว
สมแล้วเชียว...
“เหม็นชะมัด!”
อากาศในโลกนี้มีพลังวิญญาณเบาบางก็ว่าแย่แล้ว ยังเจือปนด้วยไอขุ่นมัวที่ทำให้รู้สึกไม่สบายอย่างยิ่งอีก
มิน่าเล่าเจ้าของร่างเดิมถึงสุขภาพแย่ขนาดนั้น แม้แต่ลูกแฝดในท้องก็ยังไม่สบายไปด้วย
ในเวลาเดียวกัน
นอกเขตคฤหาสน์
รถกระบะสีเงินเก่า ๆ คันหนึ่งจอดอยู่ตรงทางเข้าหมู่บ้านจัดสรร ไม่นานก็มีชายชราผอมแห้ง หลังค่อมคนหนึ่งลงมาจากรถ
