รอยยิ้มไร้เดียงสาของเสิ่นจือจือจางลงเล็กน้อย “หมายความว่ายังไง?”
เจียงเหมียนมองประกาศนักศึกษาใหม่ที่เลื่อนผ่านหน้าจออิเล็กทรอนิกส์ไม่หยุด “เอฟโฟร์ประกาศแล้วว่าจะขุดตัวนักเรียนหัวกะทิทั้งหมดในหมู่นักศึกษาใหม่ออกมา ถ้าเธอเปิดเผยตัวตนตรงนั้น พวกเขาไม่มีทางปล่อยเธอไปง่าย ๆ แน่”
คิ้วที่คลายลงของเสิ่นจือจือขมวดเข้าหากันเล็กน้อย “...ไม่ใช่ว่าตระกูลป๋อเป็นคนเสนอให้เพิ่มสัดส่วนนักเรียนหัวกะทิเหรอ? พวกเขายังบอกด้วยว่าจะไม่เปิดเผยภูมิหลังของนักเรียนไม่ใช่เหรอ?”
“นั่นเป็นแค่มาตรการปลอบกระแสสังคม” เจียงเหมียนส่ายหน้า “ได้ยินว่าเป็นแผนรักษาเสถียรภาพที่ห้องเลขานุการของตระกูลป๋อเสนอมา แต่เอฟโฟร์ไม่ยอมรับแผนนี้เลยสักนิด”
“ในชิงหย่า คนที่มีอำนาจปิดฟ้าด้วยมือเดียว มีแค่พวกเขามาตลอด”
“พวกเขาต่างหากคือคนกำหนดกฎ”
ใบหน้าของเสิ่นจือจือซีดลง “ฉัน...เคยเห็นโพสต์ในเว็บบอร์ด บอกว่าพวกเขาจะแจกป้ายแดงให้คน พอได้ป้ายแดงแล้วก็จะปล่อยให้ใคร ๆ รังแกได้ตามใจ...”
“นั่นมันเรื่องในอดีตแล้ว” เจียงเหมียนพูดเรียบ ๆ “ทำตัวเด่นเกินไปก็เท่ากับทิ้งหลักฐานให้คนอื่นจับผิด ง่ายที่จะถูกคนเจตนาไม่ดีขุดขึ้นมาใช้ประโยชน์”
“แล้วตอนนี้ล่ะ?”
เจียงเหมียนสูดหายใจลึก สีหน้าตึงเครียด “ตอนนี้ทุกบ่ายวันพุธคือวันล่า ในช่วงเวลานั้น การทำร้ายและกลั่นแกล้งทุกรูปแบบได้รับอนุญาต”
“ทางวิทยาลัยอ้างว่าเป็นกิจกรรมนอกหลักสูตร ให้นักศึกษาได้สัมผัสความโหดร้ายของสังคมล่วงหน้าและเพิ่มทักษะการปรับตัว”
“แต่ความจริง ที่นั่นคือสนามประลองส่วนตัวของเอฟโฟร์ ใครทำให้พวกเขาไม่สบอารมณ์ ต่อให้ไม่ต้องลงมือเอง แค่ปรายตามอง ลูกสมุนก็จัดการแทนแล้ว”
เสิ่นจือจือกอดอก ไหล่สั่นระริก ดูน่าสงสารราวกับถูกขู่จนขวัญหนีดีฝ่อ
ทว่าลึกลงไปหลังแพขนตาที่หลุบต่ำ กลับมีแววตื่นเต้นที่ปกปิดไม่มิดวูบผ่าน
ก็จริง ถ้าลองมองจากมุมของเอฟโฟร์ ก็ไม่มีอะไรให้ต้องกลัวเลย
“วันนี้...บังเอิญเป็นวันพุธพอดี” เสิ่นจือจือพูดเสียงเบา
เจียงเหมียนพยักหน้า “เพราะงั้นวันล่าครั้งนี้ต้องโหดกว่าเมื่อก่อนแน่”
“ไม่มีใครจัดการพวกเขาเลยเหรอ?”
เจียงเหมียนยกมุมปาก “ป๋ออิงหาน ลูกชายคนเดียวของตระกูลป๋อ ทายาทผู้สืบทอดของกลุ่มทุนอันดับหนึ่งในประเทศ ตระกูลป๋อควบคุมไม่ใช่แค่เงินทุน แต่ยังรวมถึงสื่อ ท่าเรือ เส้นทางเดินเรือ และเงินบริจาคทางการเมือง เพดานสูงสุดในสายตาคนอื่น สำหรับเขาเป็นแค่เส้นสตาร์ตเท่านั้น”
“ลู่สือเยี่ยน ทายาทคนต่อไปของตระกูลลู่ ตระกูลลู่ทำธุรกิจการเงิน อสังหาริมทรัพย์ และเครือโรงพยาบาล ภายนอกดูสุภาพเรียบง่าย แต่เบื้องหลังเครือข่ายซับซ้อนพันกันยุ่งเหยิง ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้”
“เซียวจิงเย่ แม่เป็นขุนนางยุโรป ตระกูลทำธุรกิจอุตสาหกรรมอาวุธ ครองตลาดส่งออกอาวุธส่วนใหญ่ในต่างประเทศ ส่วนตัวเขาก็บ้าระห่ำและเอาแต่ใจ มีหมารับใช้กลุ่มหนึ่งที่รู้จักอ่านสีหน้าคนเก่งที่สุดอยู่ใต้บัญชา”
“หลีสืออวิ้น ลูกชายคนเล็กของตระกูลหลี ภายนอกทำธุรกิจรักษาความปลอดภัย โลจิสติกส์ และสถานบันเทิง แต่เบื้องหลังมีเครือข่ายธุรกิจที่แม้แต่แฮกเกอร์ชั้นนำยังสืบไม่เจอ”
“ทั้งสี่คนโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก ทั้งชาติตระกูล ผลประโยชน์ และเส้นสายล้วนผูกกันไว้หมด ชิงหย่าคือดินแดนในฝันที่สร้างไว้ให้พวกเขาเสพสุข ไม่ต้องพูดถึงครูกับกรรมการวิทยาลัยเลย ผู้ปกครองหลายคนยังยอมรับกลาย ๆ ว่าพวกเขาจะทำอะไรเกินขอบเขตก็ได้”
“เธอคิดว่าใครกล้าจัดการพวกเขา?”
ไม่มีใครกล้าเอาอนาคตและชะตาชีวิตของตัวเองไปเดิมพัน
เสิ่นจือจือมองเจียงเหมียนอย่างครุ่นคิด ก่อนจะถามขึ้นกะทันหัน “เธอ...เคยถูกพวกเขารังแกไหม?”
เจียงเหมียนเอียงศีรษะเล็กน้อย แววตาใสกระจ่าง “ฟังดูเหมือนเธอหวังให้ฉันโดนเลยนะ?”
“จะเป็นไปได้ยังไง!”
เสิ่นจือจือรีบคล้องแขนเธอ “ฉันแค่เป็นห่วงเธอ เงื่อนไขของเธอดีกว่าฉันก็จริง แต่ที่นี่เธอคงไม่ได้ร่ำรวยอะไร แถมสุขภาพก็ไม่ดี...”
“ตอนนี้ฉันยังไม่เป็นไร”
เจียงเหมียนดึงแขนกลับอย่างแนบเนียน เธอสัมผัสได้ว่ายิ่งอยู่ใกล้เสิ่นจือจือ ก็ยิ่งถูกเนื้อเรื่องควบคุมได้ง่าย
“ทุกปีฉันได้ทุนการศึกษาของตระกูลลู่ แล้วก็ต้องช่วยตระกูลลู่ถ่ายสื่อประชาสัมพันธ์ ถือเป็นแบบอย่างที่พวกเขาเอาไว้แสดงภาพลักษณ์การกุศลต่อสาธารณะ”
“เพราะงั้นคนพวกนั้นคงไม่เล่นแรงเกินไป ยิ่งไปกว่านั้น ฉันสุขภาพไม่ดี ถ้าเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นมาจริง ๆ ก็จัดการยาก”
คำพูดนี้จริงบ้างไม่จริงบ้าง
เจียงเหมียนเปลี่ยนเรื่อง “สรุปตอนนี้ ยิ่งอยู่ห่างจากโรงยิมได้เท่าไรก็ยิ่งดี”
เสิ่นจือจือจ้องใบหน้าด้านข้างของเจียงเหมียน ความสงสัยในใจยิ่งกดไว้ไม่อยู่
เสิ่นจือจือ:【ระบบ ตัวประกอบคนนี้แปลกจริง ๆ ตัวประกอบคนอื่นพอพูดถึงเอฟโฟร์ก็ไม่กลัวก็คหลงใหล แต่เธอกลับ...】
เหมือนกำลังวางแผนใช้ประโยชน์จากพวกเขา
ระบบ:【ตัวประกอบระดับต่ำอาจเกิดความผิดปกติเล็กน้อยเป็นครั้งคราวเมื่อมีข้อมูลบรรทุกมากเกินไป ไม่ส่งผลต่อเนื้อเรื่องหลัก】
จริงเหรอ?
เสิ่นจือจือข่มความสงสัยไว้ชั่วคราว ก่อนจะออดอ้อนเสียงนุ่ม “แล้วตอนนี้ทำยังไงดี? ผลการเรียนฉันก็ไม่ดีเท่าเธอ ถ้าถูกจับได้ว่าเป็นนักเรียนหัวกะทิ ฉันต้องตายแน่”
ฝีเท้าของเจียงเหมียนชะงักทันที
ความรู้สึกเหมือนถูกควบคุมที่คุ้นเคยถาโถมเข้ามาอีกครั้ง บังคับให้เธอยกมือขึ้นกดไหล่เสิ่นจือจือไว้
มาอีกแล้ว
เนื้อเรื่องควบคุมเธออีกครั้ง
แพขนตาของเธอสั่นไหว ได้ยินเสียงตัวเองดังขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้
“เพราะงั้นเธอห้ามเปิดเผยว่าตัวเองเป็นนักเรียนหัวกะทิ”
“เธอต้องหัดแกล้งทำตัวเป็นคุณหนูตระกูลร่ำรวย ยิ่งเหมือนก็ยิ่งดี จนกว่าจะเรียนจบห้ามเผยพิรุธเด็ดขาด”
“ฉัน...ทำได้จริงเหรอ?” เสิ่นจือจือเงยหน้าขึ้นมองเธอ ดวงตาเป็นประกายชุ่มวาว
“ฉันจะช่วยเธอ”
เจียงเหมียนหัวเราะเย็นชาในใจแล้วเสริมว่า
ก็ไม่แน่หรอก
...
เจียงเหมียนพาเสิ่นจือจือเดินสำรวจเส้นทาง
อาคารทุกหลังคือผลงานทุ่มสุดฝีมือของสถาปนิกจากนานาประเทศ ภาพสีน้ำมันที่แขวนอยู่ตามทางเดินล้วนเป็นของแท้ชิ้นเอก
แม้แต่สายลมยังเหมือนผ่านการขัดเกลาด้วยเงินตรา อบอวลด้วยบรรยากาศหรูหราแต่เย็นชา
วิทยาลัยชิงหย่าไม่เหมือนโรงเรียน
แต่เหมือนอาณาจักรส่วนตัวที่สร้างขึ้นเพื่อบ่มเพาะทายาทของชนชั้นผู้มีอำนาจโดยเฉพาะ
คนธรรมดาแค่ได้ก้าวเข้ามาก็นับเป็นบุญมหาศาลแล้ว
เจียงเหมียนชี้ไปยังอาคารเรียนข้าง ๆ “ทางตะวันออกคนน้อย ถ้าเกิดเรื่องขึ้นมาจริง ๆ ก็มาหลบที่นี่ได้”
แววตาของเสิ่นจือจือเปี่ยมด้วยความทึ่งอย่างไม่ปิดบัง “ที่นี่เว่อร์เกินไปแล้วมั้ง โรงเรียนเดียวมีทั้งสนามขี่ม้าและหอศิลป์ขนาดย่อมเป็นของตัวเองด้วยเหรอ?”
เจียงเหมียนชินแล้ว “สำหรับพวกเขา วิทยาลัยไม่ใช่ที่เรียน แต่เป็นเวทีสังคมสำหรับคัดกรองชนชั้น แลกเปลี่ยนทรัพยากร และยืนยันสถานะ”
พูดจบ เธอก็เลี้ยวพาเสิ่นจือจือเข้าไปในอาคารประชุมที่ค่อนข้างเงียบสงบ
ด้านหน้ามีต้นอู๋ถงเรียงเป็นแนว ใบหนาทึบจนบังทางเข้าไว้
“ที่นี่คือสภานักศึกษา ชั้นหนึ่งเป็นสำนักงาน ส่วนชั้นสอง...”
ยังพูดไม่ทันจบ ไฟเหนือศีรษะก็สว่างวาบเป็นสีแดงแสบตา กะพริบถี่รัว เสียงสังเคราะห์จากระบบดังสะท้อนก้องไปทั่วทางเดินอันว่างเปล่า
【คำเตือน! ตรวจพบรหัสประจำตัวที่ไม่รู้จักเข้าสู่เขตส่วนกลางของวิทยาลัย】
【เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย โปรดตรวจสอบทันที】
【อาวุธพร้อมใช้งานแล้ว!】
เพื่อรับประกันความปลอดภัยของเอฟโฟร์ อาคารประชุมติดตั้งระบบอาวุธปัญญาประดิษฐ์ทางทหารรุ่นล่าสุด
สังหารคนได้อย่างไร้ร่องรอย
เสิ่นจือจือสะดุ้งด้วยความตกใจ รีบคว้าชายแขนเสื้อเจียงเหมียนไว้แน่น “เกิดอะไรขึ้น?”
ลมหายใจของเจียงเหมียนสะดุด “เธอยังไม่ได้ลงทะเบียนข้อมูลใบหน้าเหรอ?”
“ข้อมูลหน้าอะไร?” เสิ่นจือจือทำหน้ามึนงง “ไม่มีใครบอกฉันเลยว่าต้องลงทะเบียนใบหน้าด้วย”
หัวใจเจียงเหมียนจมวูบ
ระบบรักษาความปลอดภัยของชิงหย่าผูกกับฐานข้อมูลประจำตัวภายใน วันเข้าเรียนวันแรก นักศึกษาใหม่ต้องลงทะเบียนใบหน้า ลายนิ้วมือ และสายรัดข้อมือให้ครบทั้งสามอย่าง
เว้นแต่ว่า...
เว้นแต่มีคนจงใจทำให้เธอพลาดขั้นตอนนี้
หรือไม่ก็นี่อาจเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อเรื่องตั้งแต่แรก
“แย่แล้ว”
ในชั่วขณะเดียวกัน
เสียงปืนดังสนั่นมาจากสุดทางเดิน ผสานกับเสียงสัญญาณเตือนแหลมบาดหูจากลำโพง จนเสิ่นจือจือกรีดร้องไม่หยุด
เสียงผู้ชายแฝงความเกียจคร้านและโอหังดังข้ามแสงสีแดงกับทางเดินยาวมา
“หนูโง่ที่ไม่รู้จักเจียมตัวตัวนั้น วิ่งมาถึงที่นี่แล้วเหรอ?”
