โรงเรียนนานาชาติชิงหย่า วิชายิงปืน
เสียงปืนดังต่อเนื่องมาจากระยะไกล ปะปนกับเสียงลมจนฝูงกาในป่าตกใจบินกระจัดกระจายไปทั่ว
หน้าจออิเล็กทรอนิกส์เปลี่ยนตัวเลขทีละช่อง ก่อนจะหยุดอยู่ที่สามอันดับแรกของการสอบปลายภาคเรียนก่อน
อันดับหนึ่ง จี้หมิงโจว
อันดับสอง เจียงเหมียน
อันดับสาม โจวอวี่อัน
“เจียงเหมียนไม่ได้ที่หนึ่งเหรอ? ตั้งแต่เข้าโรงเรียนมาก็ครองอันดับมาตลอดไม่ใช่เหรอ ทั้งสอบย่อย แข่งขัน หรือคะแนนภาคปฏิบัติก็ไม่เคยตก ทำไมถึงโดนแซงได้ล่ะ?”
“จะเพราะอะไรอีกล่ะ ช่วงนี้ลู่สือเยี่ยนไม่สนใจเธอเลย ได้ยินว่าคุณชายลู่รับของขวัญจากผู้หญิงคนอื่น เธอก็เลยไม่มีสมาธิอ่านหนังสือแล้ว”
“จริงเหรอ?”
“จะไม่จริงได้ไง ตอนนั้นสีหน้าเจียงเหมียนก็เห็นชัดอยู่”
“นอกจากเรียนแล้ว ในหัวเธอก็มีแต่ลู่สือเยี่ยนไม่ใช่เหรอ?”
“เฮ้อ ช่วยไม่ได้ ก็ใครใช้ให้ลู่สือเยี่ยนเป็นทายาทตระกูลลู่ ทั้งอ่อนโยน ทั้งรวย แถมยังมีหน้าตาที่ทำให้คนอยากยกโทษให้ทุกเรื่องได้อีก”
“จริงด้วย ความรักนี่ทำให้ชักปืนช้าที่สุดเลย”
พอประโยคสุดท้ายจบลง เสียงหัวเราะเบา ๆ ก็ดังขึ้นรอบด้าน
ทั้งขบขัน ทั้งแฝงความเวทนาจากที่สูงอยู่เล็กน้อย
ที่โรงเรียนนานาชาติชิงหย่า ผลการเรียนคือทุนต่อรอง ส่วนชาติตระกูลคือบัตรผ่าน
ความรักน่ะ เป็นสิ่งที่ไร้ค่าที่สุด
ปัง!
เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด เสียงซุบซิบพลันเงียบกริบ
เหยื่อที่กำลังวิ่งหนีไม่ทันได้พุ่งต่อไปอีกสองก้าวก็เซถลาลงไปในพงหญ้าอย่างแรง ขนของมันเปรอะไปด้วยสีแดงคล้ำสะดุดตา
เขตล่าสัตว์จริง คือสนามฝึกส่วนตัวของเอฟโฟร์
“ว้าว...”
สาว ๆ จับจ้องไปทางนั้นทันที ลืมเรื่องซุบซิบเจียงเหมียนไปจนหมด “คุณชายป๋อหล่อเกินไปแล้ว!”
“เมื่อกี้ตอนเขาหันหน้ามามอง หัวใจฉันแทบหยุดเต้น!”
ป๋ออิงหานสวมชุดขี่ม้าสีดำสนิท แนวไหล่คมกริบ เอวคอดกิ่ว รองเท้าบูตยาวคลุมถึงใต้เข่า แสงแดดตกกระทบแนวกรามคมเข้ม ทิ้งเงาจาง ๆ ไว้
ดวงตาหงส์เรียวยาวหรี่ลงเล็กน้อย แววตาไร้ซึ่งความดูแคลน
เพราะการดูแคลนยังต้องใส่ใจอีกฝ่าย
ทั้งที่รู้ว่าเข้าใกล้แล้วอาจถูกกัดจนกระดูกหัก ก็ยังมีคนแห่กันเข้ามาไม่ขาดสาย อยากลองดูว่าตัวเองจะเป็นข้อยกเว้นคนนั้นหรือเปล่า
ลู่สือเยี่ยนวางหนังสือในมือลง “วันนี้อยากฆ่าคนเป็นพิเศษหรือไง? เดี๋ยวก็ทำคนร้องไห้จริง ๆ หรอก”
เซียวจิงเย่โอบไหล่หญิงสาวข้างกาย “น้องสาว คุณชายลู่ดีกับเธอขนาดนี้ ไม่แสดงอะไรหน่อยเหรอ?”
หญิงสาวที่ถูกโอบหน้าแดง ก่อนจะทุบเขาเบา ๆ อย่างครึ่งจริงครึ่งเล่น “ไม่กล้าหรอก... กลัวคุณชายลู่จะรำคาญฉัน”
“จะกลัวอะไร?” เซียวจิงเย่พูดเสียงยานคาง “ร้องไห้ให้สวยหน่อย ทำเสียงอ่อน ๆ แล้วเรียกพี่สือเยี่ยนสักคำ~ รับรองว่าใจอ่อนแน่”
“เลิกเอาฉันมาล้อเล่นได้แล้ว”
ลู่สือเยี่ยนพูดอย่างจนใจ “ฉันแค่ทนเห็นผู้หญิงร้องไห้ไม่ได้”
“สมกับเป็นคุณชายลู่จริง ๆ”
“มิน่าล่ะ คนที่ตามจีบเขาในโรงเรียนถึงไม่เคยขาด”
ท่ามกลางเสียงหัวเราะ คนรับใช้ก็จัดเก้าอี้หนังแท้ให้ป๋ออิงหานแล้ว ยืนก้มตัวคอยปรนนิบัติ ส่งผ้าขนหนู ส่งน้ำ ไม่กล้าหายใจแรง
ไม่รู้ว่าหญิงสาวฟังคำพูดของเซียวจิงเย่เข้าไปหรือเปล่า จู่ ๆ เธอก็พลิกข้อเท้า แล้วหาจังหวะล้มใส่อ้อมแขนป๋ออิงหาน
การได้ล้มเข้าไปในอ้อมแขนของทายาทเศรษฐีอันดับหนึ่ง เป็นโอกาสที่หลายคนปรารถนาแต่ไม่มีวันได้มา
แต่ก่อนที่เธอจะสัมผัสชายเสื้อของเขา ป๋ออิงหานก็ยื่นขายาวออกมา
หญิงสาวล้มลงข้างเท้าเขาเต็มแรง สภาพน่าอับอายจนไม่เหลือเค้าความสง่างาม
ปลายกระบอกปืนสีดำสนิทจ่ออยู่ตรงหว่างคิ้วของเธอ
ป๋ออิงหานวางแขนพาดบนเข่า โน้มตัวลงมองเธอโดยไม่พูดสักคำ ราวกับกำลังพิจารณาตัวอย่างสิ่งมีชีวิตที่เตรียมจะผ่าพิสูจน์
หญิงสาวกลั้นน้ำตาเอาไว้จนเต็มขอบตา ไม่กล้าปล่อยให้มันร่วงลงมา
หลีสืออวิ้นพิงราวกั้นอยู่อีกฝั่ง พลางตัดปลายซิการ์ “ร้องผิดคนแล้วน้องสาว ถ้าเธอล้มไปทางลู่สือเยี่ยน เขายังช่วยพยุงขึ้นมาได้”
“ป๋ออิงหานไม่ใช่พวกชอบทะนุถนอมผู้หญิงหรอก ยิ่งไปกว่านั้น...”
“ช่วงนี้อารมณ์เขาไม่ค่อยดี”
เซียวจิงเย่หัวเราะหยัน “เฉียวอวี้ ช่วยมีสมองหน่อยได้ไหม คิดว่าทุกคนจะหลงกลวิธีนี้หรือไง?”
ขนตาของเฉียวอวี้สั่นระริก “คุณชายป๋อ ฉัน... ฉันไม่ได้ตั้งใจนะคะ แค่เท้าลื่น...”
“เท้าลื่นเหรอ?”
“งั้นก็โชคร้ายจริง ๆ”
พูดจบ ปลายนิ้วของป๋ออิงหานก็แตะลงบนไกปืน ก่อนขึ้นลำกระสุน
ใบหน้าของเฉียวอวี้ซีดเผือดลงทันที
ภาพบนหน้าจออิเล็กทรอนิกส์เปลี่ยนเป็นประกาศรับนักเรียนใหม่ประจำปีนี้
【จากกระแสสังคมช่วงนี้ที่ตั้งคำถามต่อการผูกขาดทรัพยากรของโรงเรียนชิงหย่าและการปิดกั้นช่องทางความก้าวหน้าในอาชีพ หลังจากคณะกรรมการโรงเรียนหารือกันแล้ว ในปีนี้จะเพิ่มสัดส่วนการรับนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษ นอกจากนี้ เพื่อคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของนักเรียน รายชื่อนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษในปีนี้จะไม่ประกาศต่อสาธารณะ】
หลังประกาศออกมา นักเรียนด้านล่างก็เริ่มนั่งไม่ติด
“เพิ่มสัดส่วนนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษแล้วจะยังไงล่ะ? พอเข้าชิงหย่ามาก็ยังเป็นคนชั้นต่ำเหมือนเดิม”
“คนอ่อนแอถนัดที่สุดก็เรื่องหาเหตุผลมาแก้ตัวให้ความไร้ความสามารถของตัวเอง ราวกับว่าคนอื่นเกิดมาก็ต้องหลีกทางให้พวกเขา”
“ถ้าพวกเขามีความสามารถจริง จะดิ้นรนจนหัวแทบแตกเพื่อมาขอบัตรผ่านจากชิงหย่าทำไม?”
“นักเรียนที่มีความสามารถพิเศษ” หลีสืออวิ้นเอ่ยสามคำนี้อย่างไม่ใส่ใจ หางเสียงเจือรอยยิ้ม “คนธรรมดาโวยวายกันหนักเบื้องบนก็เลยโยนขนมให้ปลอบใจสักชิ้น”
ป๋ออิงหานก้มตามองเฉียวอวี้ “คิดว่าฉันจะโมโหเพราะเรื่องไร้สาระแบบนี้เหรอ?”
เฉียวอวี้ไม่กล้าตอบว่าใช่หรือไม่ใช่ ทำได้เพียงฝืนยิ้มประจบ “คุณชายป๋อ คุณจะมาหนักใจเพราะเรื่องแบบนี้ได้ยังไงคะ? ต่อให้นักเรียนที่มีความสามารถพิเศษดิ้นรนแค่ไหน ก็เป็นแค่ของเล่นที่มีไว้ให้คุณฆ่าเวลาเท่านั้น...”
ปากกระบอกปืนเย็นเฉียบค่อย ๆ เลื่อนออกไป
เฉียวอวี้ถอนหายใจโล่งอก คิดว่าตัวเองรอดจากเคราะห์แล้ว
แต่ในวินาทีถัดมา กระสุนก็เฉียดใบหูของเธอไปฝังอยู่ในเสาไม้ด้านหลัง
เฉียวอวี้กรีดร้อง ความเจ็บแสบร้อนแล่นวาบข้างหู
“ช่วงนี้นายเลือกคนห่วยลงนะ” ป๋ออิงหานโยนปืนใส่อ้อมแขนคนรับใช้ ก่อนปรายตามองเซียวจิงเย่อย่างเย็นชา
เซียวจิงเย่จิ๊ปาก “ป๋ออิงหาน ทำแบบนี้แล้วใครจะกล้าเข้าใกล้นาย? ไม่ต้องพูดถึงคนที่ตามจีบเลย คนขี้ขลาดหน่อยคืนนี้กลับบ้านไปก็ต้องฝันร้ายแล้ว”
“งั้นก็อย่าเข้าใกล้”
“ฉันรำคาญทุกคนเท่า ๆ กัน”
“ได้ยินแล้วใช่ไหม” หลีสืออวิ้นหัวเราะเบา ๆ พลางหมุนซิการ์ช้า ๆ “ไม่ใช่ว่าอารมณ์ไม่ดีหรอก แต่เกิดมาไม่เหมาะจะอยู่ร่วมกับสิ่งมีชีวิต”
เรื่องล้อเล่นแบบนี้มีแค่สมาชิกเอฟโฟร์ที่กล้าพูด ถ้าเป็นนักเรียนคนอื่น แค่ประเมินป๋ออิงหานตามใจปากก็เท่ากับรนหาที่ตาย
ประกาศรับนักเรียนใหม่บนหน้าจอยังคงเลื่อนต่อไป
【งานต้อนรับนักเรียนใหม่ครั้งนี้จะจัดขึ้นวันนี้ เวลา 15.00 น. ณ หอประชุมใหญ่ของโรงเรียน】
【ยินดีต้อนรับนักเรียนใหม่ ขอให้ปรับตัวเข้ากับชิงหย่า】
เซียวจิงเย่แค่นเสียง “โรงเรียนทำเป็นไม่เห็น ไม่ได้แปลว่าพวกเราต้องทำเป็นไม่เห็นด้วยสักหน่อย”
หลีสืออวิ้นเลิกคิ้ว “เอาไหม เล่นเกมกันสักเกม?”
“ลากพวกแมลงพวกนี้ออกมาจากเงามืด” มุมปากของหลีสืออวิ้นโค้งขึ้น ทว่ารอยยิ้มกลับไร้ไออุ่น “ใครซ่อนเก่งที่สุด ใครร้องไห้หนักที่สุด แค่คิดก็สนุกแล้ว”
เซียวจิงเย่หัวเราะอย่างเจ้าเล่ห์ “นายก็ยังเลวร้ายจนน่ากลัวเหมือนเดิมเลยนะ”
หลีสืออวิ้นยักไหล่อย่างจนใจ “ช่วยไม่ได้ ช่วงนี้เบื่อเกินไป”
สายตาของทุกคนพากันหันไปหาป๋ออิงหานโดยไม่ได้นัดหมาย
ถ้าจะเล่นจริง ๆ ก็ต้องรอให้เขาพยักหน้าก่อน
มุมปากของป๋ออิงหานยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาคว้าปืนขึ้นมาอีกครั้ง ปากกระบอกสีดำสนิทเล็งไปที่หน้าจออิเล็กทรอนิกส์
“ได้สิ หาออกมาให้เจอ แล้วบดขยี้ทีละคน”
ก่อนหน้าจอจะเปลี่ยนกลับไปยังอันดับผลการเรียนเพียงเสี้ยววินาที
เขาหรี่ตา เล็งเป้า
ปัง!
