“ท่านแม่ ท่านพ่อมีบุตรชายอีกคนแล้ว บัดนี้คนทั้งจวนแม่ทัพล้วนเห็นน้องชายสำคัญที่สุด แม่เลี้ยงกับคนอื่น ๆ ก็ไม่ดีกับข้า ข้าจึงคิดหนีออกมาหาท่าน”
เห็นสีหน้าของหลิวอาเฉียวเปลี่ยนไป เจียงเจียเยว่ก็รีบลุกจากเก้าอี้ เดินไปยืนข้างกายนาง ดวงตาคู่นั้นมองนางอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ
อย่างไรเสียตนก็เป็นบุตรสาวของนาง ท่านแม่คงไม่ใจร้ายถึงเพียงนี้กระมัง?
“พวกเขาทำไม่ดีกับเจ้าอย่างไร? ทุบตีเจ้าหรือ? มีบาดแผลตามตัวหรือไม่? หรือปล่อยให้อดอยาก? ข้าเห็นเจ้าก็ไม่ได้ผอมลงกว่าแต่ก่อนนี่”
หลิวอาเฉียวยังไม่ทันเอ่ยปาก หลิวเจียเหอก็กวาดตามองเจียงเจียเยว่ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า พลางกล่าวเย้ยหยัน
“ข้า...พี่หญิง ท่านอยากให้ข้าถูกทุบตีหรือ? ท่านทนเห็นข้ามีความสุขไม่ได้ถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?”
เจียงเจียเยว่ถูกหลิวเจียเหอซักจนติดอ่างไปชั่วขณะ จากนั้นจึงหันไปมองนางอย่างขุ่นเคือง
“หยุด! ข้าไม่ใช่พี่หญิงของเจ้า เจ้าลืมเรื่องที่เคยทำไปแล้วหรือ? เจ้าเขียนหนังสือตัดขาดสายสัมพันธ์ไว้แล้ว บัดนี้เจ้าไม่มีความเกี่ยวข้องใดกับข้าและท่านแม่อีก”
หลิวเจียเหอมองเจียงเจียเยว่ด้วยแววตาเย้ยหยัน เอ่ยถึงหนังสือตัดขาดสายสัมพันธ์อย่างไม่ลังเล หลิวอาเฉียวเพียงมองอยู่เงียบ ๆ ข้างกัน
นางผิดหวังในตัวเจียงเจียเยว่ ทว่าอย่างไรเสียก็เป็นบุตรสาวของตน จะให้นางกล่าวคำไร้เยื่อใยออกมาในยามนี้ นางก็ยังใจแข็งไม่พอ
ในเมื่อเจียเหอเป็นผู้เอ่ยขึ้น เช่นนั้นก็ปล่อยให้นางพูดเถิด เรื่องที่เจียงเจียเยว่ทำในครานั้นไม่อาจให้อภัยได้จริง ๆ
“หนังสือตัดขาดสายสัมพันธ์อะไร? เจียเหอ อาเฉียว นี่มันเรื่องอะไรกัน?”
