หลิวอาเฉียวไม่คิดเลยว่าออกมาซื้อกับข้าวจะพบมารดาเจียงกับพวกเขา บัดนี้เจียงจู้เป็นถึงแม่ทัพแล้ว เหตุใดบิดามารดาของเขาจึงยังต้องมาซื้อกับข้าวที่ตลาดด้วยตนเอง?
ช่างน่าแปลกนัก ทว่านางไม่ได้คิดมาก อย่างไรเสียพวกเขาก็เคยเป็นพ่อตาแม่ยายของนาง นางจึงพยักหน้าทักทายอย่างมีมารยาท
“อาเฉียว วันนี้บ้านเรามีเรื่องน่ายินดี น้องรองของเจ้าสอบได้ พวกเราอยากฉลองกัน เจ้ายกปลาตัวนี้ให้พวกเราเถิด”
มารดาเจียงเอ่ยขึ้นอย่างเห็นเป็นเรื่องสมควร
แต่ก่อนหลิวอาเฉียวเชื่อฟังนางทุกอย่าง ทั้งยังกตัญญูยิ่งนัก มารดาเจียงจึงเคยชินกับการวางท่าผู้อาวุโสยามพูดจา
แต่คราวนี้ยังไม่ทันที่หลิวอาเฉียวจะเอ่ยปาก จู่ ๆ หลิวเจียเหอก็ชะโงกหน้าออกมาจากข้างกายนาง “ท่านย่าเจียง พวกเราจ่ายเงินแล้ว ปลาตัวนี้ซื้อกลับไปบำรุงร่างกายท่านพ่อเจ้าค่ะ”
“ท่านพ่อของเจ้า? โจวเฉิงอวี้คนนั้นน่ะหรือ? เขาสอบไม่ผ่านอยู่แล้ว จะบำรุงร่างกายให้เขาไปเพื่อสิ่งใด ช่างสิ้นเปลืองเปล่า ๆ”
มารดาเจียงได้ยินเช่นนั้นก็อดเยาะเย้ยไม่ได้
นางได้ยินบุตรชายเล่าว่า ตอนสอบโจวเฉิงอวี้ส่งกระดาษคำตอบตั้งแต่เนิ่น ๆ ทั้งก่อนหน้านี้ยังขาดการศึกษาไปหลายปี จะชดเชยได้รวดเร็วเพียงนั้นได้อย่างไร?
ยิ่งกว่านั้น โจวเฉิงอวี้ได้กราบผู้อาวุโสเจียงเป็นอาจารย์ ก็เพราะหลิวเจียเหอมีบุญคุณช่วยชีวิตหลานชายของอีกฝ่าย
พอนึกถึงหลิวเจียเหอกับมารดาที่มอบโอกาสดีเช่นนี้ให้โจวเฉิงอวี้ มารดาเจียงก็อดขุ่นเคืองไม่ได้ นางขุ่นใจที่หลิวเจียเหอไม่ช่วยอาของตนเอง กลับไปช่วยคนนอก
