เมิ่งชิงเหยาแก้มร้อนผ่าว
คลื่นความร้อนที่อวลอยู่ข้างหูทำให้หัวใจของนางสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้เป็นระลอกใหญ่
“ตระกูลเมิ่งของเรา ทำไมอยู่ดีๆ ถึงได้มีคนอย่างแกที่เป็นตัวซวยเข้ามาในบ้านได้นะ? ช่างเป็นกรรมจริงๆ!”
เมิ่งหยวนเหอเอ่ยขึ้นอีกด้านพร้อมกับถอนหายใจน้อยๆ ว่ากล่าวเป็นเชิงตำหนิ
ที่จริงเมื่อครู่เขาคอยส่งสายตาให้เมิ่งชิงเหยาอยู่ตลอด หวังจะให้เมิ่งชิงเหยาเลือกที่จะตัดขาดความสัมพันธ์กับหลินเฟิง อย่างนั้นทางฝั่งตระกูลซูอาจจะปิดบังเรื่องนี้ได้จริงๆ อย่างแย่ที่สุดก็ยังพอจะเบนความโกรธแค้นไปได้บางส่วน
นี่ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมตอนที่เมิ่งชิงเหยาเผชิญหน้ากับคำถามของหลินเฟิงเมื่อครู่นี้ ถึงได้ลังเลอยู่ชั่วครู่
ความคิดของเมิ่งหยวนเหอนั้นง่ายมาก หากซูหมิงซวนยังไม่ตาย พวกเขาตระกูลเมิ่งขอขมากันดีๆ พูดคุยกัน เรื่องการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่สามารถยุติลงอย่างสันติได้
แต่ตอนนี้ซูหมิงซวนตายแล้ว และยังตายที่ตระกูลเมิ่งอีก ต่อให้หลินเฟิงมาจากเมืองหลวงและมียศพันโท ก็ไม่อาจปกป้องตัวเองได้ และไม่ต้องพูดถึงการปกป้องตระกูลเมิ่งเลย
ใครบ้างจะไม่รู้ว่าเบื้องหลังของตระกูลซูคือบุคคลผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งในเมืองหลวง?
ต่อให้เบื้องหลังของหลินเฟิงในเมืองหลวงจะมีอำนาจบ้าง แล้วจะไปเทียบกับผู้ยิ่งใหญ่คนนั้นที่อยู่เบื้องหลังตระกูลซูได้หรือ?
ซูเทียนหยางรักและทะนุถนอมซูหมิงซวนมากเพียงใด พอซูหมิงซวนตาย ซูเทียนหยางจะไม่คลั่งหรือ? ถึงตอนนั้นหากใช้พลังของบุคคลผู้ยิ่งใหญ่นั้น เกรงว่าไม่เพียงแค่หลินเฟิงจะต้องตาย แม้แต่เบื้องหลังของหลินเฟิงที่ยังไม่มีใครรู้ก็คงต้องถูกกวาดล้างจนสิ้น!
