คุณหนูใหญ่เกิดใหม่กลายเป็นปีศาจ! พลิกโต๊ะทุบบ้านตระกูลดัง

ตอนที่ 5 อยากเป็นรอยเขียวรอยม่วง หรืออยากเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย?

5 นาที· 1.2K คำ
เนื้อหาถูกแปลด้วย AI และขัดเกลาโดยผู้มีประสบการณ์ด้านการแปลเรียบร้อยแล้ว

อีซือเหยี่ยนเอากระสุนออกที่โรงพยาบาล

ทำแผลเรียบร้อยแล้ว

ไม่รอช้า รีบกลับฐานทันที

ในห้องประชุม เขากับฉีจิ้นและเชอจิ่งเฉิงสามคนล้อมรอบจอ เปิดคลิปกล้องวงจรปิดซ้ำไปมา

เนื้อหาคือภาพที่หรงเจาหนิงต่อยนักฆ่าทีละคนจนสลบ

“เฮ้ย! โลกนี้มีมนุษย์วิวัฒนาการจริงดิ? ความเร็วจนเห็นเป็นเงาแล้ว” เชอจิ่งเฉิงร้องด้วยความทึ่ง

ฉีจิ้น: หึ! เมื่อก่อนมีคนไม่เชื่อคำพูดเขา ตอนนี้รู้ซึ้งแล้วสิ!

อีซือเหยี่ยนมองจอด้วยสีหน้าเรียบเฉย นิ้วเคาะโต๊ะเป็นจังหวะ

ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาถึงถาม “ต้องใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะหาตัวคนคนนั้นเจอ?”

“เอ่อ... เกรงว่าจะยากนิดนึง!” เชอจิ่งเฉิงตอบตามจริง

คนในคลิปใส่หน้ากากอนามัย

ดูจากรูปร่างภายนอก อายุดูยังน้อยอยู่

“ยังไงก็ต้องหาตัวให้เจอ” อีซือเหยี่ยนย้ำอีกครั้ง

ไม่ว่าอีกฝ่ายจะมีสถานะอะไร แต่ที่ช่วยชีวิตเขาไว้คือเรื่องจริง

ไม่งั้นด้วยระเบิดมือที่พวกนักฆ่าพกมา วันนี้เขากับฉีจิ้นคงได้เจอเคราะห์หนัก

แถมยังอาจลามไปถึงคนอื่น

เชอจิ่งเฉิงเพิ่งจะอ้าปากจะพูด

จู่ๆ จอที่วนคลิปก็ส่งเสียง “ซ่า” ภาพกลายเป็นสัญญาณรบกวนทันที

เชอจิ่งเฉิงเด้งตัวจากเก้าอี้ สบถออกมา “เฮ้ย! นี่ฝีมือใครวะ?”

อีซือเหยี่ยนก็ชะงักไปเหมือนกัน ก่อนจะพูดขึ้นทันที “นอกจากตัวเธอเอง นายคิดว่ายังมีใครอีก?”

เชอจิ่งเฉิงตาเบิกกว้างทันที “หมายความว่า คนนี้ไม่ใช่แค่ฝีมือดี แต่ฝีมือแฮกเกอร์ยังเหนือชั้นกว่าฉันอีก?”

อีซือเหยี่ยนมองเขาแวบหนึ่งอย่างมีความหมาย ไม่พูดอะไรอีก แล้วลุกขึ้นก้าวยาวๆ ออกไป

ฉีจิ้นตามหลังไปทันที

“เห้ย รอพวกแกด้วยดิ!” เชอจิ่งเฉิงก็รีบวิ่งตามไป

ห้องสอบสวน

หัวหน้านักฆ่าสภาพเหมือนหมาขี้แพ้ ถูกจับทิ้งลงกับพื้น

“พูดมา! ใครส่งแกมาฆ่าฉัน?” อีซือเหยี่ยนก้าวเข้าไป เหยียบหลังมือนักฆ่า

ใบหน้านักฆ่ากระตุกอย่างรุนแรง แต่มุมปากกลับยกยิ้มเหี้ยม “อยากรู้? ไปถามยมบาลเอาแล้วกัน!”

“งั้นเหรอ?” อีซือเหยี่ยนไม่ได้โกรธ แต่ในตากลับฉายแววสนุกขึ้น “ฉันชอบพวกกระดูกแข็งแบบแกที่สุด”

เขาเดินไปที่ชั้นวางอุปกรณ์ลงโทษข้างกำแพง ไล้นิ้วผ่านของหลายอย่าง

สุดท้ายกลับหยิบคีมขึ้นมาอันหนึ่ง

“วิธีจัดการพวกกระดูกแข็งที่ดีที่สุด ก็คือถอนเขี้ยวเล็บพวกมันออกทีละอัน!” อีซือเหยี่ยนหมุนคีมในมือ

นักฆ่าเห็นดังนั้น ลูกกระเดือกขยับขึ้นลงอย่างห้ามไม่อยู่ รอยยิ้มบนหน้าแข็งค้าง

“หัวหน้า งานสกปรกแบบนี้ไม่ต้องถึงมือท่านหรอก” ฉีจิ้นตาไว รับคีมจากมือเขา “ผมจัดการเอง อย่าให้มือท่านเปื้อน”

อีซือเหยี่ยนลากเก้าอี้ข้างๆ มา

เขาทรุดตัวนั่งลง ไขว่ห้าง จุดบุหรี่ด้วยท่าทางเกเรแต่เท่

“—อ๊ากก!”

ไม่นาน เสียงร้องโหยหวนของนักฆ่าก็ดังก้องห้องสอบสวน

เมื่อฉีจิ้นดึงเล็บชิ้นที่สามออก นักฆ่าก็ทนไม่ไหว อ้อนวอนด้วยเสียงแหบพร่า “หยุด! ผมบอก! ผมบอกทุกอย่าง!”

อีซือเหยี่ยนเปลี่ยนท่านั่ง เชิดคางเล็กน้อย บอกให้พูดต่อ

“ครึ่ง... ครึ่งเดือนก่อน มีลูกค้านิรนามคนหนึ่งลงคำสั่งในเว็บมืด ทุ่มหนึ่งร้อยล้านเพื่อเอาชีวิตท่าน!”

นักฆ่าเจ็บจนหน้าซีด พูดตะกุกตะกัก

“พูดต่อ!” อีซือเหยี่ยนขยี้บุหรี่กับพื้นให้ดับ น้ำเสียงเฉียบขาดขึ้น

“ท่านก็รู้กฎของเว็บมืด เราสืบข้อมูลลูกค้าเองไม่ได้ ไม่งั้น... ไม่งั้นผิดกฎใหญ่หลวง ผมรู้แค่นี้จริงๆ”

“แล้วพวกแกถึงได้รู้กำหนดการฉันวันนี้ได้ยังไง?” อีซือเหยี่ยนถามต่อ

วันนี้เขาออกไปข้างนอกกะทันหัน

ใส่ชุดธรรมดา ขับรถส่วนตัว

ออกมาจากหน่วยแล้ว ไม่เห็นมีรถสะกดรอยตาม

พวกนักฆ่ากลางถนนโผล่มาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

ในเมืองใหญ่แบบเมืองหลวง สามารถระบุเป้าหมายได้แม่นยำขนาดนี้ แถมมีการวางแผนและดักซุ่มในย่านชุมชน

ยังกับว่าพวกมันรู้เส้นทางล่วงหน้า!

คิดถึงตรงนี้ สีหน้าอีซือเหยี่ยนก็พลันเครียดขึ้น

หรือว่าข้างกายเขามีสายสืบ?

เห็นนักฆ่าลังเลไม่ยอมพูด

อีซือเหยี่ยนมองอย่างเฉียบขาดราวกับมีด “พูดมา พวกแกรู้เส้นทางฉันได้ยังไง?”

ภายใต้แรงกดดันมหาศาลนี้ นักฆ่าจึงยอมปริปากอีกครั้ง “คือ... คือลูกค้าบอกเรามา! แผนลอบสังหารวันนี้ก็ตกลงกับอีกฝ่ายล่วงหน้าแล้ว”

“ล่วงหน้า?” อีซือเหยี่ยนขมวดคิ้วแน่น “ล่วงหน้านานแค่ไหน?”

“ห... หนึ่งสัปดาห์ก่อน!” นักฆ่าตอบตามตรง

ได้ยินคำตอบนี้ อีซือเหยี่ยนรู้สึกเย็นวาบที่สันหลัง

หนึ่งสัปดาห์ก่อน ตัวเขาเองยังไม่รู้เลยว่าวันนี้จะทำอะไร

เชอจิ่งเฉิงกับฉีจิ้นก็สบตากัน ต่างเห็นแววเหลือเชื่อในตาอีกฝ่าย

อีซือเหยี่ยนลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างรวดเร็ว สาวเท้าไปตรงหน้านักฆ่า ย่อตัวลง กุมคอเสื้อขึ้น

“เปิดแชทให้ฉันดู!” อีซือเหยี่ยนเร่งเร้า

“นี่ เอ่อ...” นักฆ่าลังเล

เพราะบัญชีเว็บมืดของแต่ละคน ไม่ใช่จะให้ใครดูก็ได้

อีซือเหยี่ยนต่อยหน้าทันที กลิ่นเลือดกระจายไปทั่ว

นักฆ่ายอมทันที “ได้! ผมให้ดู! ผมให้ดู!”

ถ้ายังขัดขืนตอนนี้ ใครจะรู้ว่าไอ้บ้าคนนี้จะทรมานเขาแบบไหนอีก

เชอจิ่งเฉิงรีบเอาคอมมา

เมื่ออีซือเหยี่ยนเห็นแชทที่อีกฝ่ายทำนายตารางงานของเขาล่วงหน้าหนึ่งสัปดาห์ได้อย่างแม่นยำ

ความเย็นเยียบแล่นจากปลายเท้าขึ้นสู่หัวใจอีกครั้ง

ใครกันอยู่เบื้องหลังที่ต้องการเอาชีวิตเขา?

ถึงมีอิทธิฤทธิ์ล้ำฟ้าขนาดนี้?

ฉีจิ้นกลืนน้ำลายแรงๆ พูดด้วยความกลัวระคน “หัวหน้า ไม่งั้น... พวกเราไปหาพระมาดูหน่อยไหม? เรื่องนี้มันเหนือธรรมชาติเกินไปแล้ว”

“ฉันก็ว่าใช่! ควรหาพระมาดูที” เชอจิ่งเฉิงเสริม

สองคนนี้เพิ่งเจอลอบสังหาร แล้วจู่ๆ ก็มีสาวสวมหน้ากากโผล่มา แถมยังเจอแชทนี้อีก

เอาเป็นว่ามันชวนขนลุกไปหมด

ได้ยินแบบนั้น อีซือเหยี่ยนแววตาฉายแววดุดันขึ้นมาทันที น้ำเสียงหนักแน่น “เจอเทวดาก็เชือดเทวดา เจอผีก็ฟาดผี!

อยากเอาชีวิตฉัน ก็เข้ามาเลย!”

——

สองทุ่มตรง

ในห้องอาหารใหญ่โตของตระกูลลี่ บรรยากาศเงียบเหงาอย่างบอกไม่ถูก

“บอกให้ถอย! ถอยสิวะ! กูพิมพ์ถอยจนนิ้วจะหักแล้ว ไอ้พวกเพื่อนร่วมทีมซื่อบื้อนี่ไม่มีตากับหูหรือไง?”

เห็นป้อมแตก ลี่ฟางก็โมโหด่าทอเป็นชุด สุดท้ายขว้างมือถือทิ้งด้วย

พ่อบ้านหวังชินกับภาพแบบนี้แล้ว

เขาเดินเบาๆ ไปข้างหรงเจาหนิง ถามเสียงเบา “คุณหนูครับ รอมาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว ท่านกับคุณชายสามจะรับประทานก่อนไหม?”

ทันใดนั้น เสียงลี่ฟางกินอาหารอย่างเกรี้ยวกราดก็ดังขึ้น

หรงเจาหนิงสีหน้าเรียบเฉย ใช้ส้อมจิ้มลงบนจานแรงๆ

เสียง “เคร้ง” ดังขึ้น จานแตกกระจายทันที

“ไปถามพวกมันหน่อยสิ ว่าอยากเป็นรอยเขียวรอยม่วง หรืออยากเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย?” เธอถามเสียงเย็น

เนื้อหานี้ได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้พิมพ์ อ่านต่อได้ที่ BaoNovel.com
ดันขึ้นเพื่อไปตอนถัดไป