งานนี้เดิมทีก็ได้มาเพราะอาศัยความสัมพันธ์ของอวิ๋นรั่วอวี่ เซี่ยเวยจึงไม่อยากทำให้คุณหนูเสียหน้า
คนเราเกิดมาทั้งที ก็ต้องมีศักดิ์ศรีให้รักษา
หลังจากวุ่นวายอยู่พักใหญ่ เอกสารที่กองพะเนินบนโต๊ะถูกเธอจัดการเรียบร้อยทีละฉบับ งานทั้งหมดเสร็จสิ้น เซี่ยเวยถึงได้ผ่อนลมหายใจเบา ๆ
เธอลุกขึ้นบิดขี้เกียจ ยืดแขนขา ก่อนเดินไปยังห้องพักดื่มชา ตั้งใจจะรินน้ำอุ่นสักแก้วให้ตัวเองผ่อนคลาย
พอเงยหน้าขึ้น สายตาก็ปะทะเข้ากับร่างสูงโปร่งสง่างามร่างหนึ่ง
เซี่ยเวยชะงักไปโดยไม่รู้ตัว
ผู้ชายตรงหน้ามีเค้าโครงใบหน้าคล้ายอวิ๋นรั่วอวี่อยู่ห้าส่วน
เพียงแต่เมื่อเทียบกับความสดใสมีชีวิตชีวาของอวิ๋นรั่วอวี่แล้ว เขากลับดูเย็นชาและห่างเหินกว่า
คิ้วคมดุจดาบ ดวงตาเป็นประกาย จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากัน โครงหน้าสะอาดคมชัด
สายเลือดช่างเป็นสิ่งน่าอัศจรรย์ ต่อให้ไม่ต้องพูด เซี่ยเวยก็รู้ได้ทันทีว่าเขาเป็นใคร
พี่ชายของคุณหนู อวิ๋นเยี่ยนฉือ
ชื่อของทั้งคู่ยังคล้องจองกันพอดี
พี่น้องคู่นี้ต่างก็หน้าตาดีกันทั้งคู่
หลังชะงักไปครู่หนึ่ง เซี่ยเวยก็รวบรวมสติ ยกยิ้มบาง ๆ แล้วพยักหน้าทักทายเขาอย่างสุภาพ
ทักทายเสร็จ เธอก็ถือแก้วน้ำหมุนตัวจากไป
ยามเดินสวนกัน กลิ่นหอมจาง ๆ ยังลอยอ้อยอิ่งอยู่ตรงนั้น
อวิ๋นเยี่ยนฉือยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ไม่ขยับเขยื้อน
หอมจัง...
เธอเป็นใครนะ?
^
บางคนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ต่อให้อยู่ตึกเดียวกัน ทั้งปีก็แทบไม่เจอกันสักครั้ง
แต่พอได้พบหน้ากันเป็นครั้งแรก กลับบังเอิญเจอกันบ่อยผิดปกติ
หรือจะพูดให้ถูกก็คือ ท่ามกลางผู้คนมากมาย เราจะเผลอคอยสังเกตว่าอีกฝ่ายปรากฏตัวเมื่อไร
นับตั้งแต่เจอกันที่ห้องพักดื่มชา เซี่ยเวยก็พบอวิ๋นเยี่ยนฉือโดยบังเอิญตามที่ต่าง ๆ อยู่เสมอ