หานเถียนเถียนพูดไม่ออก เธอไม่คิดเลยว่าเซี่ยเวยจะไม่รู้จักกาลเทศะขนาดนี้
เวลาแบบนี้ไม่ควรลุกขึ้นมาช่วยตัดสินใจแทนเธอหรือไง?
พอนึกถึงเรื่องที่ผ่านมา ทุกครั้งที่ไปกินข้าวด้วยกัน เซี่ยเวยก็มักกินมูมมามราวกับไม่เคยได้กินข้าวมาก่อน พอกินเสร็จก็ยังห่อกลับไปอีกชุด
เป็นผู้หญิงแท้ ๆ แต่กินก็ไม่เรียบร้อย นั่งก็ไม่เรียบร้อย ไม่มีมารยาทสักนิด
บางทีเธออาจเป็นคนแบบนี้จริง ๆ ทั้งไม่มีสมอง ไม่มีไหวพริบ แถมยังซื่อบื้ออีกต่างหาก
หานเถียนเถียนจึงทำได้แค่พูดให้ตรงกว่านี้
“เวยเวย เธอว่าฉันควรเอาเด็กออกไหม? ฉันยังเด็กอยู่เลย ต้องมีลูกตอนอายุเท่านี้ น่ากลัวเกินไปจริง ๆ”
“ใช่ น่ากลัวจริง ๆ”
เซี่ยเวยคล้อยตาม ระหว่างใช่กับไม่ใช่ เธอเลือกคำว่า “หรือ” อย่างหนักแน่น
ไม่ให้คำแนะนำสักคำ
เมื่อไม่ได้คำตอบ หานเถียนเถียนก็วางสายอีกครั้ง ขุ่นเคืองที่เซี่ยเวยโง่เง่า
เธอตัดสินใจไม่ได้ ทำใจจัดการกับเด็กคนนี้อย่างเด็ดขาดไม่ลง
ในฐานะเพื่อนสนิทที่สุด เซี่ยเวยก็ควรคอยวิ่งวุ่นช่วยจัดการทุกอย่างให้เธอสิ
ตั้งแต่ยังเด็ก หานเถียนเถียนก็รู้แล้วว่าตัวเองเป็นที่ชื่นชอบมาก เหมือนนางเอกในการ์ตูนไม่มีผิด
เด็กผู้ชายรอบตัวมักแย่งกันจนหึงหวงเพราะเธอ ส่วนเด็กผู้หญิงก็ยิ่งอิจฉาและเกลียดเธอ
นี่ไม่ใช่คุณสมบัติพื้นฐานของนางเอกหรอกหรือ?
เดิมทีเธอไม่คิดจะไปยุ่งกับผู้หญิงที่เข้ากับคนยาก
แต่พอได้พบเซี่ยเวย หานเถียนเถียนก็เปลี่ยนใจ
ราวกับว่าเมื่อยืนอยู่ข้างเซี่ยเวย ทุกอย่างจะแตกต่างออกไปเล็กน้อย
พวกเธอเหมือนเป็นคู่หูที่ถูกกำหนดมาแล้ว ขอเพียงยืนด้วยกัน สายตาของทุกคนก็จะจับจ้องมาที่หานเถียนเถียน
เซี่ยเวยเป็นเหมือนใบไม้เขียวที่สวรรค์ส่งมาเพื่อขับเน้นเธอโดยเฉพาะ
ความรู้สึกนี้ช่างลึกลับยากอธิบาย หลังจากรู้จักกัน พวกเธอก็ไม่เคยแยกจากกันอีกเลย เป็นเพื่อนร่วมโต๊ะกันมาตลอด
ขอเพียงยืนอยู่ด้วยกัน เธอก็จะกลายเป็นจุดสนใจของผู้คน เป็นดอกไม้สีแดงที่มีใบไม้เขียวขับเน้น
ทำอะไรก็ราบรื่นไปหมด โชคดีอย่างเหลือเชื่อ
ตามเหตุผลแล้ว ใบไม้เขียวแบบนี้ก็ควรออกมาช่วยเธอในยามที่ต้องการความช่วยเหลือสิ
ช่วยคลี่คลายความกลัดกลุ้ม แบ่งเบาความทุกข์ใจให้เธอ
หัวใจของหานเถียนเถียนขมขื่นขึ้นมา เธอไม่น่าปล่อยให้แฟนหนุ่มทำตามใจเลย
พลาดป้องกันไปแค่ครั้งเดียว…ทำไมถึงบังเอิญขนาดนี้นะ
แต่งงานกันไปแบบนี้ก็ดูเหมือนไม่ใช่ว่าจะไม่ได้
ครอบครัวของฮั่วซือเชียนมีฐานะดี ความสามารถโดดเด่น หน้าตาหล่อเหลา เป็นผู้ชายดี ๆ ที่หาได้ยาก
แต่ถึงอย่างไรก็ยังเป็นนักศึกษา หานเถียนเถียนกังวลว่าจะมีคนเอาไปซุบซิบนินทา
พอคิดอีกที พวกเขาก็เป็นแฟนกันอย่างถูกต้อง ไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสม จะแต่งงานมีลูกก็เป็นเรื่องสมเหตุสมผล
คนที่อิจฉาเธอ ในอนาคตก็อาจหาแฟนที่ยอดเยี่ยมกว่าของเธอไม่ได้ด้วยซ้ำ
พูดไปแล้ว คำซุบซิบนินทาก็เป็นแค่คำพูดเปรี้ยว ๆ ของคนขี้อิจฉา
แต่ความอึดอัดในใจของหานเถียนเถียนก็ยังไม่จางหาย
เธอทำใจตัดสินใจไม่ได้ สับสนว้าวุ่นอยู่เนิ่นนาน สุดท้ายจึงได้แต่กลับห้องเช่าร่วมอย่างเหม่อลอย
ทันทีที่เปิดประตู สิ่งแรกที่เห็นคือเซี่ยเวยนอนเอกเขนกอยู่บนโซฟาอย่างสบายใจ เคี้ยวมันฝรั่งทอดกรุบกรอบ
ภาพนั้นทำให้ใจของหานเถียนเถียนดิ่งลงเหวในพริบตา
เธอตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เต็มไปด้วยความทุกข์ที่ไม่รู้จะระบายกับใคร
แต่เพื่อนสนิทที่สุดกลับทำเหมือนไม่ใช่เรื่องของตัวเอง ไม่สนใจเรื่องที่เกิดขึ้นกับเธอเลยสักนิด
มีเพื่อนสนิทที่ไหนทำกันแบบนี้บ้าง?
ความน้อยใจที่สะสมมานานพลันปะทุขึ้น
หานเถียนเถียนไม่พูดอะไรสักคำ เพิ่งก้าวเข้าประตู น้ำตาเม็ดโต ๆ ก็ร่วงลงมา
เสียงร้องไห้ที่จู่ ๆ ก็ดังขึ้นทำเซี่ยเวยสะดุ้ง เธอรีบทิ้งมันฝรั่งทอดในมือ
แล้วควักโทรศัพท์ออกมาอย่างรวดเร็ว กดโทรหาฮั่วซือเชียน
ยังดีที่ครั้งก่อนเธอบันทึกเบอร์ไว้
“ฮั่วซือเชียน! รีบมาหน่อย เถียนเถียนร้องไห้หนักมาก
ตอนนี้เธอกำลังท้องอยู่ ร้องไห้แบบนี้จะกระทบเด็กไหม?”
ฮั่วซือเชียนที่อยู่อีกฝั่งของสายร้อนใจขึ้นมาทันที เขาบอกเสียงเข้มให้เซี่ยเวยปลอบหานเถียนเถียนให้ดี ส่วนตัวเองจะออกเดินทางเดี๋ยวนี้ อีกไม่นานก็ถึง
เซี่ยเวยแอบบ่นในใจ ก็ต้องรีบมาสิ
เป็นพ่อของเด็กแท้ ๆ ทำไมถึงไม่ใส่ใจเลย?
ตอนที่ไม่ควรทำกลับไม่ยั้งคิด พอถึงเวลาที่ควรใส่ใจกลับไม่สนไม่แคร์
เธอฝืนกลอกตาใส่ แล้วทำตัวเหมือนเครื่องปลอบใจไร้ความรู้สึก นั่งลงข้างหานเถียนเถียน ก่อนยื่นกระดาษทิชชูให้เงียบ ๆ สองสามแผ่น
หานเถียนเถียนคว้าทิชชูไปเช็ดน้ำตาลวก ๆ แล้วโยนทิ้งไว้ข้าง ๆ
น้ำตายังคงไหลไม่หยุด ยังไม่ทันที่เธอจะสงบอารมณ์ ทิชชูแผ่นใหม่เอี่ยมสองสามแผ่นก็ถูกยื่นมาให้ตรงหน้าอีกครั้ง
จากนั้นก็วนซ้ำไปมา
เซี่ยเวยเม้มปากแน่น ไม่ส่งเสียงสักคำ
เธอไม่กล้าให้คำแนะนำจริง ๆ ถ้าพูดผิดไป ผลที่ตามมาคงเกินรับไหว
แม้ตอนนี้จะเศร้าใจเต็มอก หานเถียนเถียนก็อดรู้สึกพูดไม่ออกไม่ได้
ทำไมถึงมีคนซื่อบื้อขนาดนี้นะ ทั้งดูสีหน้าไม่เป็น ทั้งไม่รู้จักปลอบใจคน
เวลาแบบนี้ควรพูดจาอ่อนโยนสักหน่อยเพื่อปลอบเธอสิ ปลอบใจขั้นพื้นฐานยังทำไม่ได้ แบบนี้จะเป็นที่พึ่งให้เธอได้ยังไง
ฮึ สมควรแล้วที่ไม่มีผู้ชายเอา
แต่ก็ดีเหมือนกัน พอฮั่วซือเชียนมาถึง เธอจะได้อาศัยโอกาสนี้คุยเรื่องอนาคตของทั้งสองคนให้ชัดเจน
ช่วงนี้หานเถียนเถียนกระวนกระวายใจ จึงไม่ได้ไปเรียนที่มหาวิทยาลัยเลย
แต่โชคของเธอดีมาก
อาจารย์หลายคนที่ปกติชอบเรียกชื่อนักศึกษาเช็กชื่อ ช่วงนี้กลับไม่เช็กชื่อเลยสักครั้ง
แม้แต่งานหลังเลิกเรียนก็ถูกยกเลิก เธอจึงไม่ต้องเปลืองแรงรับมือกับการเรียน
สบายถึงขนาดนี้ แม้แต่เซี่ยเวยเห็นแล้วยังอดคิดอยากโดดเรียนไม่ได้
น่าเสียดายที่เซี่ยเวยโชคไม่ดีมาตลอด ไม่เคยเจอโชคดีหล่นมาจากฟ้า จึงไม่กล้าเสี่ยงทำอะไรบุ่มบ่าม
สวรรค์ลำเอียงเกินไปแล้ว
แต่เซี่ยเวยไม่ได้ท้อ เธอมีลางสังหรณ์ลึก ๆ ว่าโชคมีวันหมดวันเติม
สักวันหนึ่ง เธอจะหลุดพ้นจากพันธนาการและเป็นอิสระได้อย่างแท้จริง
คนเราไม่มีทางโชคร้ายอยู่ตลอด และก็ไม่มีทางโชคดีอยู่ตลอดเช่นกัน
ไม่นานนัก เสียงเคาะประตูรัวเร็วพลันดังขึ้น ฮั่วซือเชียนรีบร้อนมาถึง
พอเข้ามาในห้อง สายตาของเขาก็จับจ้องหญิงสาวที่กำลังร้องไห้แน่นิ่ง ก่อนก้าวยาว ๆ เข้าไปหาแล้วก้มลงจูบริมฝีปากของหานเถียนเถียนอย่างหนักหน่วง
ความน้อยใจทั้งหมดที่ยังไม่ได้เอ่ยออกมา ถูกจูบเร่าร้อนนั้นปิดกั้นไว้ในลำคอ
บรรยากาศในห้องพลันร้อนระอุขึ้น จูบอ้อยอิ่งยิ่งทวีความคลุมเครือ ลมหายใจของทั้งคู่คลอเคล้ากัน ราวกับกำลังจะล้ำเส้น
เซี่ยเวยรู้กาลเทศะ ถอยกลับเข้าห้องของตัวเองแล้วล็อกประตูจากด้านในอย่างคล่องแคล่ว
สิ่งไม่ควรมองก็อย่ามอง สิ่งไม่ควรฟังก็อย่าฟัง
บนโลกนี้มีคนบางประเภทที่รักกันอย่างเร่าร้อน อยากประกาศให้คนทั้งโลกรู้ ให้ทุกคนได้รู้ถึงรัก โลภ โกรธ หลง ของพวกเขา
เมื่อมีคนแบบนี้อยู่ ก็ย่อมมีคนที่ไม่ชอบเข้าไปสอดรู้สอดเห็น
เซี่ยเวยเป็นคนประเภทที่ไม่อยากเข้าไปยุ่ง เธอไม่อยากแอบฟังจริง ๆ นะ
บทสนทนาอู้อี้ขาด ๆ หาย ๆ ลอยผ่านประตูห้องเข้ามา
“ฮั่วซือเชียน นายมันคนสารเลว!”
“ฉันเป็นคนสารเลวหรือเปล่า ภรรยาของฉันไม่รู้ดีอยู่แล้วเหรอ?”
“อย่า…”
เซี่ยเวยขยี้หู ก่อนสวมหูฟังตัดเสียงรบกวนทันที ตัดเสียงจากด้านนอกทั้งหมดออกไป
เธอสงสัยอยู่บ้าง พระเอกนางเอกก็มีเรื่องท้องไม่ตั้งใจแบบนี้ด้วยเหรอ?
บางทีความคิดของเธออาจจะหัวโบราณเกินไป นิยายที่เคยอ่านมักให้มีลูกหลังแต่งงาน ค่อยเป็นค่อยไป ไม่ค่อยเห็นสถานการณ์แบบนี้
ตอนนี้พวกเขายังเป็นนักศึกษา หากจะเก็บเด็กคนนี้ไว้ จังหวะชีวิตเดิมย่อมต้องเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน
เรื่องอื่นยังไม่ต้องพูดถึง แค่เรื่องนี้หานเถียนเถียนก็ต้องพักการเรียนแน่ ๆ
ดีเอ็นเอของคนเอเชียตะวันออกแข็งแกร่งเกินไป เรื่องพักการเรียนแบบนี้ใครจะรับไหว?
ตัดอนาคตทางการศึกษาไม่ต่างจากฆ่าพ่อแม่
เซี่ยเวยครุ่นคิดแต่ก็ไม่ได้คำตอบ จึงเปิดนิยายลูกพลับขึ้นมาเพื่อค้นหาประสบการณ์จากเนื้อเรื่อง
นิยายทุกเรื่องและโลกทุกใบต่างมีเส้นเรื่องหลักของตัวเอง
เส้นเรื่องหลักของนิยายแก้แค้นคือ ตัวเอกพลิกกลับสถานการณ์และเลื่อนระดับขึ้นมาตลอดทาง กำจัดศัตรูจนหมดสิ้น ก่อนเอาชนะบอสในท้ายที่สุด