ซูเหยาเหยารู้สึกได้ว่าไอร้อนที่แนบอยู่กับท้องน้อยของนางชัดเจนขึ้นทุกขณะ
นางยิ้มบาง ๆ หลับตาลง แล้วค่อย ๆ โน้มเข้าไปหา
ทว่าเซียวเฉินเยวียนกลับยื่นมือผลักนางออกไปกะทันหัน
ซูเหยาเหยาลืมตาขึ้น สีหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง
……
ยังไม่ทันที่นางจะได้ตั้งตัว เซียวเฉินเยวียนก็ยื่นมือมาอุ้มนางขึ้นทั้งร่าง แล้วก้าวยาว ๆ ออกจากบ่อน้ำพุร้อน
น้ำกระเซ็นแตกกระจาย
ซูเหยาเหยาร้องอุทาน สัญชาตญาณทำให้นางโอบคอเขาไว้แน่น
เซียวเฉินเยวียนอุ้มนางเดินเข้าไปในศาลาไม้ไผ่ วางนางลงบนตั่งไม้ไผ่ที่ปูเบาะนุ่ม จากนั้นก็รีบคว้าผ้าแห้งที่แขวนอยู่ข้าง ๆ มาห่อตัวนางไว้ทั้งร่าง
ท่วงท่ารวดเร็ว ทว่ายังคงอ่อนโยนเช่นเดิม
เมื่อทำทุกอย่างเสร็จ เขาถอยหลังไปสองก้าว หันหลังให้นาง
“สวมอาภรณ์ให้เรียบร้อย” น้ำเสียงของเขาเจือความข่มกลั้นอย่างเห็นได้ชัด “ข้าจะส่งเจ้ากลับ”
กล่าวจบก็เดินตรงออกไปนอกศาลาไม้ไผ่
สายลมยามราตรีพัดมา นำพาความหนาวเหน็บเสียดกระดูกมาด้วย ทว่าเขากลับรู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งกาย
เมื่อครู่……ดีที่ยังยับยั้งใจได้ทัน……
เขาหลับตาลง ปลายนิ้วขยับคลึงโดยไม่รู้ตัว ตรงนั้นว่างเปล่า ประคำไม่อยู่แล้ว
ทว่าเสียงประคำกระทบกันอันใสกังวานกลับยังวนเวียนอยู่ข้างหู
ยังมี……สัมผัสนุ่มอุ่นของผิวตรงข้อมือนาง กลิ่นบุปผาจาง ๆ ในเรือนผม และส่วนโค้งเว้าอ่อนนุ่มของนางที่แนบชิดกับกายเขา……
เขาหลับตาลง พยายามท่องมนต์ชำระจิตในใจ
ด้านหลังมีเสียงสวบสาบของการสวมอาภรณ์ดังขึ้น
