รุ่งเช้าวันถัดมา ตำหนักน้ำพุร้อนถูกปกคลุมด้วยหมอกบาง
ยามซูเหยาเหยาตื่นขึ้น มุมปากก็ยกขึ้นโดยไม่รู้ตัว ท่าทางของใครบางคนเมื่อคืนที่ใบหูแดงก่ำ ลมหายใจหอบกระชั้น ช่างน่าสนใจกว่าท่าทีเย็นชาที่เห็นเป็นประจำหลายเท่านัก
ชุนเถาหวีผมให้นางพลางหัวเราะกลั้นไม่อยู่
“คุณหนู เมื่อคืนทางองค์ชายรองมีเรื่องใหญ่โตเชียว ได้ยินว่ากลับไปแล้วก็อบรมคุณหนูรองสกุลซูยกใหญ่ แถม...แถมยังลงไม้ลงมือด้วยเจ้าค่ะ”
ซูเหยาเหยาใช้มือจัดปอยผมข้างขมับหน้ากระจก
หมากัดกันเอง ปากก็เปื้อนขนทั้งคู่
บุรุษที่ลงมือกับสตรี ช่างไร้รสนิยมเสียจริง
แต่เรื่องนั้นก็ไม่เกี่ยวข้องกับนางแล้ว
นางเปลี่ยนมาสวมกระโปรงหรูฉวินเนื้อเบาสบาย ใช้ปิ่นไม้เพียงอันเดียวรวบผมยาวไว้อย่างหลวม ๆ ไม่แต่งหน้าแต้มชาด กลับยิ่งมีความงามตามธรรมชาติประหนึ่งดอกบัวผุดพ้นจากสายน้ำ
เมื่อวานถูกชายหญิงคู่นั้นก่อเรื่องเสียจนไม่ได้แช่น้ำพุร้อนให้ดี วันนี้อย่างไรก็ต้องไปเพลิดเพลินให้เต็มที่
ซูเหยาเหยาเดินเลียบระเบียงไปยังสระน้ำพุร้อน แต่ระหว่างทางกลับพบซูอวิ๋นเอ๋อร์เข้า
นางเป็นดังที่ชุนเถาบอกจริง ๆ แก้มซ้ายบวมแดง แม้จะใช้แป้งหนา ๆ ปกปิด ก็ยังมองเห็นรอยฝ่ามือได้อย่างชัดเจน
ดวงตาก็แดงก่ำ ราวกับเพิ่งร้องไห้มา
พอเห็นซูเหยาเหยา แววตาของนางก็ไหววูบ รีบยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นปิดใบหน้าครึ่งหนึ่งโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะหันหลังเตรียมเดินไปอีกทาง
“น้องหญิงเป็นอะไรไปหรือ?” ซูเหยาเหยาหยุดฝีเท้า เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย “สีหน้าไม่ค่อยดีเลยนะ”
ร่างของซูอวิ๋นเอ๋อร์แข็งเกร็ง นางหันกลับมา ฝืนยิ้มออกมาได้ “มะ...ไม่มีอะไร...เมื่อคืนแค่นอนไม่ค่อยหลับเท่านั้น”
