ซูจินเล่อแทบจะยกมือปิดหน้า ในสายตาซ่งฉือซวี้เธอคงเป็นหญิงที่อยากแต่งงานสุด ๆ แล้วกระมัง ก่อนหน้านี้คือเจียงหงจวิน ตอนนี้ก็หู่จื่อ
ทว่าหลินหยุนกลับดีใจเมื่อได้ยิน “เสี่ยวซ่งมาแล้ว รีบเข้ามานั่งสิ”
ซ่งฉือซวี้เดินเข้าไป ทักทายซูอี้อัน “ผมหาคุณที่หน่วยไม่เจอ เลยมาที่บ้านพักครอบครัว”
ซูอี้อันรับคำ “เพิ่งจัดการเรื่องแผนยุทธการเสร็จ”
พูดจบก็มองหลินหยุนอย่างจนใจ “แม่ครับ ผมบอกแล้วไงว่าเล่อเล่อยังเด็ก ไม่ต้องรีบร้อนเรื่องหาแฟน”
แถมหู่จื่อตัวโตล่ำบึกตรงไหนที่คู่ควรกับน้องสาวเขา?
พูดให้ชัดก็คือ ใครก็ตามที่คิดจะมาจีบน้องสาวเขา เขามองว่าไม่ใช่คนดีทั้งนั้น
หลินหยุนขึงตาใส่ “แกจะรู้อะไร ฉันบอกแกไว้เลยนะ แกก็ต้องรีบหาแฟนเหมือนกัน! ตอนนี้เราลงหลักปักฐานแล้ว ถ้าไม่รีบสร้างครอบครัว พ่อกับแม่ก็ไม่มีกะจิตกะใจทำงานหรอก”
ก่อนหน้านี้ขาซูอี้อันเจ็บ สาว ๆ ที่เคยดูตัวไว้ต่างพากันหลบเลี่ยง หลินหยุนกลัวลูกชายเสียใจ ก็เลยไม่เคยเอ่ยถึงเรื่องนี้ในบ้าน แต่ตอนนี้ขาซูอี้อันหายดีแล้ว แถมยังได้เลื่อนขั้น ฉวยโอกาสเร่งทั้งพี่ทั้งน้องไปพร้อมกัน
อยู่ ๆ ไฟก็ลามมาถึงตัว ซูอี้อันเลยได้แต่หุบปากอย่างจนใจ
หลินหยุนหันไปถามซ่งฉือซวี้อย่างกระตือรือร้น “เสี่ยวซ่ง หู่จื่อเป็นคนยังไงบ้าง”
ซ่งฉือซวี้วิเคราะห์อย่างเป็นเหตุเป็นผล “เขาเคยสร้างผลงานในกองทัพ ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติหมู่ พ่อแม่แข็งแรงดี มีพี่ชายและน้องสาวอีกคน นิสัยร่าเริงสดใส เป็นคนดี”
