ทั้งพ่อแม่ของทั้งสองฝ่ายต่างคาดไม่ถึง อยู่ดีๆ ฝ่ายหนึ่งก็บอกว่าไม่แต่ง อีกฝ่ายก็ยอมปล่อยมือง่ายๆ แม้แต่แม่สื่อยังตั้งตัวไม่ติด: "นี่ นี่รูปหล่อสาวงาม เหมาะกันจะตาย..."
หลี่เหลียนซินแม่ของกู้กลับแอบโล่งอก นางคิดไม่ตกมาตลอดว่าลูกชายอยู่ดีๆ จะแต่งกับลูกสาวตระกูลซูไปทำไม การศึกษาต่ำก็ช่างเถอะ ยังพูดติดอ่างอีก ที่สำคัญที่สุดคือตอนนี้บ้านสกุลซูยังมีภาระอันใหญ่หลวงติดตัวอยู่!
ว่าไปแล้วก็มีแค่ใบหน้าที่ดูงามพอใช้ แต่ก็ไม่ใช่หญิงงามล่มเมืองอะไร
แต่จิ่งซิวเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย เรียนจบแล้วก็อยู่เป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย อนาคตต้องได้เป็นถึงศาสตราจารย์! พวกเขาอุตส่าห์มาสู่ขอ ซูจินเล่อกลับไม่ยินดีอีก?
นางยิ้มจอมปลอม ขัดจังหวะแม่สื่อ: "ในเมื่อเด็กทั้งคู่ไม่เต็มใจ ก็แสดงว่าหมดบุญต่อกันสิ อีกอย่างตรงไหนเหมาะกันล่ะ เด็กจิ่งซิวนี่ก็จิตใจอ่อนเกินไป..."
น้ำเสียงสื่อว่าที่พวกเขามาสู่ขอวันนี้เป็นเพราะสงสารซูจินเล่อ ไม่อย่างนั้นซูจินเล่อก็ไม่คู่ควรกับลูกชายของนาง
สีหน้าซูจินเล่อเย็นชาลงไปอีก แม่สามีคนนี้ไม่พอใจนางมาทั้งชีวิต ตั้งแต่นางแต่งเข้าไปก็จับผิดร้อยแปด ตอนนั้นนางรักกู้จิ่งซิวหมดหัวใจ กู้จิ่งซิวก็ดีกับนาง ความสุขของชีวิตแต่งงานใหม่ทำให้นางยอมทนกับความน้อยใจนี้
จนกระทั่งต่อมานางให้กำเนิดลูกชาย ครอบครัวก็ย้ายไปอยู่ในบ้านพักบุคลากรของมหาวิทยาลัยจิง แยกออกมาอยู่จากพ่อแม่สามี ชีวิตของนางถึงค่อยยังชั่วขึ้นบ้าง
บิดาสกุลซูหน้าถมึงลง ลูกสาวเขายังไม่ต้องให้คนนอกมาดูถูก เขาลุกขึ้นมองครอบครัวสามคนนี้: "ในเมื่อไม่เหมาะสม ก็รีบออกไปได้แล้ว เล่อเล่อบ้านเราไม่กลัวอดเป็นเจ้าสาว!"
บิดาสกุลกู้และบิดาสกุลซูต่างก็เป็นคนงานในโรงงานอาหารกระป๋อง ทุกวันก้มหน้าก้มตาเจอกัน เขารีบมาไกล่เกลี่ย: "เข้าใจผิด เข้าใจผิด อย่าให้เรื่องเล็กน้อยมาทำลายไมตรีกันเลย"
หลี่เหลียนซินเบ้ปาก เดินออกไปข้างนอกอย่างไม่เต็มใจ เพิ่งจะพ้นประตูห้องไปก็ยังบ่นงึมงำอีก: "จะตีตัวให้ห่างก็ไม่ส่องกระจกดูบ้าง จิ่งซิวบ้านเราไม่กลัวอดเป็นเจ้าบ่าวต่างหาก..."
ไอ้เด็กติดอ่าง จะมีใครแต่งด้วยก็ผีแล้ว!
เห็นทีว่าบิดาสกุลซูกำลังจะเดือดดาล บิดาสกุลกู้รีบยิ้มประจบ: "พวกผู้หญิงก็ชอบพูดเพ้อเจ้อ อย่าไปถือสาเลย เรื่องวันนี้เป็นความผิดของทางเรา"
พูดจบเขาก็ดึงกู้จิ่งซิวให้ออกไปเช่นกัน
กู้จิ่งซิวกลับหยุดฝีเท้า เขาจ้องมองตรงไปที่ซูจินเล่อ ปลายคางผงกไปที่ข้าวของที่พวกเขานำมา: "เมื่อเป็นเช่นนี้ ของพวกนี้ก็ทิ้งไว้เถอะ ถือซะว่าเป็นการขอขมาแล้วกัน จะได้ไม่ต้องหาว่ามีใครหยุมหยิม"
บิดาสกุลกู้ชะงัก เพราะเป็นการมาสู่ขอ ของที่พวกเขาเอามาใช่ว่าจะจ่ายเงินมาน้อยๆ
ทว่าซูจินเล่อกลับเข้าใจความหมายแฝงของเขา เขากำลังบอกว่าในชาติที่แล้วที่นางหยิบยกสมุดบันทึกนั้นมาเพื่อขอหย่า เป็นการหยุมหยิม ชัดๆ ว่าเขาเองที่นางเป็นตัวแทนมาตลอดทั้งชีวิต แต่คนผิดกลับกลายเป็นนาง
"ไม่ต้อง บ้านเราไม่ได้ขาดของแค่นี้!" ยังไม่ทันที่นางจะเอ่ยปาก บิดาสกุลซูก็ปฏิเสธทันควัน เขาสะกดอารมณ์: "เดินดีๆ ไม่ต้องมาส่ง!"
เหมือนไล่คนยังไงยังงั้น เขาพาสองพ่อลูกออกไปส่งจนหมด
คนที่อัดอั้นตันใจสุดเห็นจะเป็นแม่สื่อ เดิมทีนางนึกว่างานแต่งนี้เป็นเรื่องที่ตอกตะปูแน่นหนาแล้ว กู้จิ่งซิวทั้งรูปหล่อทั้งงานดี ครอบครัวกู้แม้จะไม่ร่ำรวยมหาศาลแต่ก็เป็นครอบครัวที่มีคนทำงานทั้งคู่
ส่วนครอบครัวซูเล่า ซูจินเล่อทั้งไม่มีงานยังพูดติดอ่าง มีแค่บิดาสกุลซูคนเดียวที่ออกไปทำงานหาเงิน พี่ชายเดิมก็อยู่ในกองทัพ ท่าทางอนาคตไกล แต่ช่วงก่อนกลับบาดเจ็บเพราะทำภารกิจที่ขา ได้ยินว่าจะมีผลตามมาภายหลัง
ฝ่ายชายเงื่อนไขขนาดนี้ ยังไม่รีบตอบรับ แล้วทำไมยังไม่ยินยอมอีก?
แม่สื่อเหลือบมองใบหน้าด้านข้างของกู้จิ่งซิว พลางทอดถอนใจว่าอาจารย์หนุ่มมหาวิทยาลัยผู้นี้รูปงามเสียจริง ไม่รู้ทำไมถึงมาตกหลุมรักเด็กติดอ่างได้ รีบเอ่ยปาก: "อาจารย์กู้คะ ทางนี้ยังมีสาวดีๆ ไม่น้อยเลยนะ ดูๆ หาเวลามาเจอให้หมดเลยดีไหม?"
เจอคนไหนก็รับรองว่าจะต้องลงเอย มีสักกี่คนที่จะโง่แบบซูจินเล่อกัน?
กู้จิ่งซิวมองนางอย่างเรียบเฉย: "มีคนที่พูดไม่ได้ไหม?"
แม่สื่อตะลึง: "หา?"
ไม่เอาติดอ่าง แต่จะเป็นใบ้หรือ?
บิดาสกุลกู้ขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจความคิดของเขา: "จิ่งซิว ทางฝ่ายจินเล่อนั้นเขาปฏิเสธไปแล้วนะ"
กู้จิ่งซิวแสยะยิ้ม: "อืม ไม่เป็นไร"
เดี๋ยวนางก็ต้องเสียใจเอง นางรักเขามาตลอดทั้งชีวิต เขาไม่เชื่อว่านัยน์ตานางจะยังเห็นผู้ชายคนอื่นได้อีก
ตอนนั้นที่เขาแต่งกับซูจินเล่อก็เพราะนางมีใบหน้าละม้ายคล้ายมู่ฉิงอยู่บ้าง เพียงแต่เขาและมู่ฉิงที่สุดแล้วก็มีวาสนาบุญนำพา ต่อมาสมุดบันทึกนั้นเขาก็ไม่ค่อยได้เขียนแล้ว เพียงบางครั้งจะโหยหาอาลัยถึงช่วงเวลาที่เคยอยู่ด้วยกันกับมู่ฉิงเมื่อยังสาว
เพียงแต่ว่าซูจินเล่อนี่ช่างไม่เชื่อฟังเสียเลย!
ก่อนที่จะเกิดใหม่ ซูจินเล่อแน่วแน่จะหย่ากับเขา ท่าทีเช่นนั้นทำให้เขาโกรธยิ่ง เขาจะให้นางได้เห็นตัวเองและมู่ฉิงอยู่ด้วยกันแล้วต้องเสียใจแสนสาหัส มีอย่างนี้เท่านั้นนางถึงจะรู้ว่าตัวเองผิดมากเพียงไหน ถึงจะไม่กล้าพูดคำว่าหย่าออกมาอย่างง่ายดายอีก!
เขาจะให้นางกลับมาเอง อ้อนวอนขอให้เขามาแต่งกับนาง! เหอะ นางจะยอมไม่แต่งกับเขาได้ยังไง!
บ้านสกุลซู
ประตูใหญ่ถูกปิดลงอีกครั้ง ซูจินเล่อนั่งอยู่บนม้านั่ง อดีตทั้งหมดราวกับม่านหมอกที่ลอยผ่านไป นางรู้สึกคล้ายตัวเองเพิ่งฝันไปตื่นหนึ่ง เพียงแต่ว่าความฝันนี้เผาผลาญหัวใจสาวของนางจนหมดสิ้น
คุณแม่หลินหยุนจับมือของนางไว้ เอ่ยด้วยความเป็นห่วง: "เล่อเล่อ?"
นางเป็นแม่ จะไม่รู้ความคิดของลูกสาวได้อย่างไร ครอบครัวกู้เป็นครอบครัวที่เพิ่งย้ายมาเมื่อไม่กี่ปีก่อน กู้จิ่งซิวรูปร่างหน้าตาหล่อเหลาตรงสลอน โดดเด่นอยู่ท่ามกลางเด็กหนุ่มๆ รูปร่างอ้วนเตี้ยทั้งหลาย เล่อเล่ออยู่ในวัยแรกแย้มจะหลงรักเขาได้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย
ดังนั้นที่วันนี้ครอบครัวกู้มาสู่ขอกะทันหัน นางถึงได้กังวล ไม่ใช่ว่ารู้สึกว่าลูกสาวไม่คู่ควรกับกู้จิ่งซิว แต่กลับเป็นกังวลว่าลูกสาวจะแต่งไปพร้อมกับความรักเช่นนี้ แน่นอนว่าจะต้องได้รับความทุกข์อีกมาก
เด็กกู้จิ่งซิวนั้นเก่งก็จริง แต่กลับหยิ่งยโสเกินไป ไม่เหมือนคนที่จะรู้จักรักใคร่ นางไม่เคยหวังให้จินเล่อแต่งสูง มีเพียงหวังให้ได้พบคนที่รักนางจริงๆ
ความอุ่นส่งผ่านมาจากมือของซูจินเล่อ นางยิ้มให้แม่ ก่อนจะค่อยๆ เอ่ย: "หนู ไม่เป็นไร"
กลับมาถึงห้องของตัวเอง ซูจินเล่อมองไปที่เสื้อเชิ้ตสีขาวที่พับไว้อย่างเรียบร้อยบนหัวเตียง นั่นคือเสื้อที่นางแอบมองกู้จิ่งซิวอยู่เนิ่นนานแสนนานก่อนจะลงมือตัดเย็บด้วยมือของตัวเอง เพราะเหตุที่พูดติดอ่าง นางเลยไม่ได้ออกไปทำงานนอกบ้าน เมื่ออยู่บ้านว่างๆ ก็ชอบตัดเย็บเสื้อผ้า
งานฝีมือของนางดีมาก อายุแปดเก้าขวบก็เหยียบจักรเย็บผ้าได้แล้ว เสื้อผ้าของคนในบ้านล้วนเป็นนางทำเองทั้งสิ้น ชาติที่แล้วก็ทำให้กู้จิ่งซิวเป็นประจำ เพียงแต่ภายหลังร้านขายเสื้อผ้าสำเร็จรูปมีมากขึ้น เขาก็ค่อยๆ หมดความอดทนที่จะสวมเสื้อผ้าทำมือ โดยรู้สึกว่านางกำลังเสียเวลา
แต่นางก็ยังชอบทำ นี่คือความรื่นรมย์เพียงอย่างเดียวในชีวิตแต่งงานที่ราบเรียบ ภายหลังก็ทำเพื่อลูกและทำให้ตัวเอง
เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวนี้หลังจากที่นางทำเสร็จ ก็เคยคิดอยู่หลายครั้งว่าจะให้เขาในนามอะไร การส่งเสื้อให้ผู้ชายมันคลุมเครือเกินไป นางจะกล้าได้อย่างไร? ในชาติที่แล้วก็เป็นหลังจากที่นางหมั้นหมายกับเขาแล้ว ถึงหาโอกาสส่งให้
ตอนนั้นเขาใส่บนตัว ดูดีอย่างที่นางจินตนาการไว้ไม่มีผิด นางอารมณ์ดีลอยละล่องอยู่หลายวันติดต่อกัน
แต่ในสมุดบันทึกกระดาษสีเหลืองนั่นของเขาเขียนว่าอะไรนะ?
เขาเขียนว่า: เสื้อตัวนี้ของซูจินเล่อทำได้ไม่เลวนัก มู่ฉิงชมว่างาม แต่ข้ากลับไม่อยากใส่มันอีกแล้ว เพราะคำพูดนี้ของนางบอกให้ข้ารู้ว่า นางกำลังจะไปเมืองนอกแล้ว เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวนี้ สำหรับข้า มีเพียงการจากลา
ความในใจของนาง สำหรับเขาแล้วไม่มีความหมายใดเลย