ซูอี้อันดำรงตำแหน่งรองเสนาธิการในฝ่ายการเมือง เพราะเพิ่งเข้ารับตำแหน่ง งานจิปาถะจึงค่อนข้างเยอะ กว่าจะกลับจากหน่วยทหารก็ปาเข้าไปสองทุ่มกว่าแล้ว
หลินหยุนมองลูกชายด้วยความปลาบปลื้ม "ผอมไปหน่อย แต่ก็ดูกระฉับกระเฉงขึ้น"
ซูอี้อันเช็ดมือ เห็นว่าในห้องเก็บกวาดใกล้เสร็จแล้ว จึงนั่งลงรินน้ำดื่มหนึ่งแก้ว "ผมยื่นรายงานไปแล้ว ให้ทางเบื้องบนจัดสรรที่พักให้เร็วที่สุด แต่ว่าขั้นตอนการอนุมัติหลายชั้นกว่าจะผ่านก็ช้าหน่อย"
ซูจินเล่อนั่งบนม้านั่งตัวเล็ก มือทั้งสองข้างเท้าคาง "พี่คะ หนูว่าอยู่ที่นี่ไม่ใช่ทางออก"
หากเธอรู้ก่อนว่าการมาอยู่บ้านพักครอบครัวทหารคือการมาอยู่บ้านของพี่ซ่ง ยังไงก็ต้องเกลี้ยกล่อมพ่อแม่ให้ปฏิเสธแน่
ซูอี้อันรับคำ "ก็แค่ชั่วคราว นี่คือเรือนหอของฉือซวี้"
ซูจินเล่อยิ่งนั่งไม่ติดที่ รู้สึกว่าคำว่าสาวชาเขียวตัวโตกำลังจะประทับลงกลางหน้าผากตัวเอง
ผู้หญิงดี ๆ ที่ไหนจะมาอยู่ในเรือนหอของคนอื่น พอพี่ซ่งแต่งงานไป ภรรยาเขาต้องมองเธอขวางหูขวางตาแน่
ตอนแรกหลินหยุนไม่ได้คิดมาก แค่รู้สึกว่าบ้านพักครอบครัวทหารปลอดภัย แถมไม่ต้องเสียเงิน แถมอยู่ใกล้ลูกชาย เป็นเรื่องดีที่ได้ประโยชน์ถึงสามต่อ แต่พอซูอี้อันพูดแบบนี้ นางก็รู้สึกว่าไม่เหมาะสมแล้ว
"งั้น...จ่ายค่าเช่าให้เสี่ยวซ่งดีไหม" หลินหยุนคิดไปมา "น่าอายจัง เรือนหอจะให้คนนอกมาอยู่ตามอำเภอใจได้ยังไง"
ซูเวยหัวจิตใจเรียบง่ายที่สุด หัวเราะร่าพูดแทรกขึ้นมา "เสี่ยวซ่งไม่ได้เห็นเราเป็นคนนอกนะ"
