ซ่งฉือซวี้ตัวแข็งทื่อไปทั้งร่าง
เด็กสาวนุ่มนิ่มราวกับปุยฝ้าย โดยเฉพาะตำแหน่งนั้น ความรู้สึกยากจะบรรยายเป็นคำพูดได้ ยังไงก็ตามในชีวิตยี่สิบกว่าปีของเขาไม่เคยสัมผัสอะไรแบบนี้มาก่อน อิ่มแน่นแนบชิดตัวเขา อีกทั้งมือเล็ก ๆ คู่หนึ่งยังเกาะอยู่ตรงกล้ามท้องของเขา...
ราวกับมีเปลวไฟพลุ่งขึ้นในกาย ความรู้สึกแปลกประหลาดทำให้ซ่งฉือซวี้เกร็งแผ่นหลังโดยไม่รู้ตัว
ซูจินเล่อหน้าแดงไปทั้งดวง ยิ่งเธอพยายามถอยห่างจากเขา ก็ยิ่งเหมือนว่าคนทั้งสองจะยิ่งอยู่ในท่วงท่าที่คลุมเครือชวนให้คิดมาก
ชายวัยกลางคนคนหนึ่งกระโดดลงจากรถตู้ขนมปัง แล้วเอ่ยขึ้นอย่างเก้อเขินว่า "ไม่เป็นไรนะครับสหาย พวงมาลัยรถคันนี้จู่ ๆ ก็ลื่น"
ซ่งฉือซวี้ขมวดคิ้ว "รถมีปัญหาก็รีบไปซ่อมเถอะครับ แบบนี้อันตรายเกินไปแล้ว"
"ครับ ๆ เราจะไปอู่ซ่อมเดี๋ยวนี้แหละ" เมื่อเห็นว่าทั้งคู่ไม่เป็นไร ชายวัยกลางคนก็ขึ้นรถไปอีกครั้ง
คนขับที่อยู่ข้าง ๆ มองผ่านกระจกมองหลังแวบหนึ่ง แล้วขมวดคิ้ว "นั่นใช่ลูกชายคนโตของตระกูลซ่งหรือเปล่า ดูท่าทางเหมือนนะ เด็กสาวคนนั้นเป็นแฟนเขาหรือ"
ชายวัยกลางคนร้องอ๋อ "เขาคือซ่งฉือซวี้หรือ"
"น่าจะใช่" คนขับค่อย ๆ ขับรถไป "ก็ไม่รู้ว่าท่านซ่งคิดยังไง ลูกแท้ ๆ ของตัวเองไม่รัก กลับไปรักคนนอกที่ไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองตั้งสองคน"
ชายวัยกลางคนหัวเราะเยาะเย้ย "ก็เจ้าเฉินจืออินนั่นมันเอาอกเอาใจคนเก่ง แค่เป่าหูบนเตียงหน่อยก็เรียบร้อย ซ่งฉือซวี้ต้องต่อสู้ด้วยตัวคนเดียวจนมาถึงตำแหน่งทุกวันนี้ แต่กลับต้องหลีกทางให้น้องชายข้างหลัง น่าสงสารจริง ๆ"
