เกิดใหม่ในยุค 80: ปฏิเสธงานแต่งแล้วหันไปแต่งกับนายทหารเย็นชา

บทที่ 5 สงสัยว่าตัวเองให้ราคาสูงไป

6 นาที· 1.3K คำ
เนื้อหาถูกแปลด้วย AI และขัดเกลาโดยผู้มีประสบการณ์ด้านการแปลเรียบร้อยแล้ว

ซูจินเล่อรีดเสื้อผ้าอีกครั้งจนเรียบกริบไม่มีรอยยับแม้แต่น้อย แล้วหยิบถุงหอมที่ทำจากกลีบดอกไม้ออกมาใส่รวมกับเสื้อผ้า เพื่อให้เสื้อมีกลิ่นหอมดีขึ้น

เพราะเสื้อผ้าที่รีดแล้วจะมีกลิ่นแปลก ๆ เธอจึงติดถุงหอมไว้เป็นนิสัย

แม้จะตัดสินใจไปขายเสื้อ แต่จริง ๆ แล้วซูจินเล่อไม่ได้หวังทำกำไร เธอแค่เสียดายเงินสามหยวน เธอไม่มีประสบการณ์ด้านการค้าเลย จึงไม่กล้าคิดมาก แค่คิดว่าทุนสามหยวน ขายได้สี่หยวนก็ดีมากแล้ว จะได้ไม่ขาดทุน

ถ้าไม่ได้จริง ๆ ขายสามหยวนก็ยังดี ค่าแรงก็ไม่เอาแล้ว...

เธอคิดถึงที่แม่บอกว่าจะเอาซาลาเปาไส้หมูกลับมาตอนเย็น ซาลาเปาหมูหนึ่งลูกราคาหนึ่งเหมา ถ้าเธอขายได้สามหยวนจะแลกซาลาเปาหมูลูกโต ๆ ได้ถึงสามสิบลูก! ตั้งแต่พี่ชายบาดเจ็บกลับมา ครอบครัวก็ประหยัดขึ้นมาก จริง ๆ แล้วไม่ได้กินเนื้อสัตว์มานานแล้ว

คิดถึงตรงนี้เธอยิ่งเสียใจขึ้นไปอีก เธอต้องเอาฟางยัดสมองแน่ ๆ ถึงยอมเสียเงินสามหยวนไปตัดเสื้อให้กู้จิ่งซิว สู้เอาไปซื้อหมูสี่ชั่งกลับบ้านยังดีกว่า

รอจนพับเสื้อจัดเรียบร้อยแล้ว ก็เป็นเวลาบ่ายสี่โมงกว่า ซูอี้อันลองถามดูว่า “พรุ่งนี้ค่อยไปไหม วันนี้ก็เย็นมากแล้ว”

ขนาดกลับบ้านมารอบหนึ่งแล้ว ก็พอมองออกว่าการออกไปขายเสื้อผ้าคนเดียวเป็นความท้าทายใหญ่สำหรับเธอ เขาก็อดสงสารน้องสาวไม่ได้

ในใจซูจินเล่อก็ยังกังวล แต่พอคิดถึงซาลาเปาหมูสามสิบลูก ก็เกิดความกล้าขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เธอให้กำลังใจตัวเองว่า “ฉันทำได้”

ซูอี้อันถูกเธอทำให้ขำ “ดี”

ถึงจะพูดอย่างนั้น เขาก็ยังล้วงกระเป๋าหยิบเงินออกมาหนึ่งเหมา “ถึงขายไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เอานี่ไปซื้อถังหูลู่กินนะ”

ซูจินเล่อไม่เอา “ฉัน...ไม่ใช่เด็ก...”

“ไม่ใช่เด็กแล้วเป็นอะไร” ซูจิ่งเหอกลั้วหัวเราะพลางขยี้ผมเธอจนยุ่ง ตอนเธอเบิกตากว้างไม่พอใจก็ปล่อยมือ “เอาละ ไปเร็วกลับเร็ว อย่าคุยกับคนไม่รู้จัก”

ซูจินเล่อก็คิดเหมือนกัน เธอยังจงใจอ้อมไม่ผ่านหน้าบ้านกู้จิ่งซิว ไม่อยากเจอคนนี้แม้แต่น้อย คราวนี้ไปถึงที่หมายได้ราบรื่น ฝั่งตรงข้ามห้างสรรพสินค้าใหญ่ เป็นที่รวมตัวของพ่อค้าแม่ค้ารายย่อย

เธอมาที่แบบนี้ครั้งแรกด้วยตัวเอง ในใจก็อดตื่นเต้นไม่ได้ จึงหามุมที่มีคนน้อย เอาหนังสือพิมพ์ใหญ่ปูกับพื้น แล้วค่อย ๆ วางเสื้อเชิ้ตลงบนนั้นอย่างระมัดระวัง สุดท้ายหยิบกระดาษแข็งแผ่นหนึ่งออกมา

ข้างบนเขียนว่า ขายเสื้อ...

เธอไม่กล้าเขียนราคา กลัวเรียกราคาสูงไปแล้วคนไม่อยากซื้อ อีกทั้งกลัวถูกเอาเปรียบหากตั้งน้อยไป เลยคิดว่าให้คนที่อยากได้เสนอราคามาตอนนั้น แค่เกินสามหยวน เธอก็ขาย!

ผู้คนผ่านไปมา มีคนมองเธอด้วยความสงสัยไม่น้อย แต่ไม่มีใครเข้ามาถามเลยสักคน

ซูจินเล่อยืนแห้งอยู่ครู่หนึ่งก็เริ่มร้อนใจ ป้าข้าง ๆ ที่ขายไข่คนหนึ่งเตือนเธอว่า “หนู ขายของแบบนี้ไม่ได้นะ ต้องตะโกนเรียกลูกค้าดัง ๆ ถึงจะเวิร์ก เหมือนป้าเนี่ย ตะโกนว่า ขายไข่จ้ะ ขายไข่จ้ะ! ใครสนใจไข่บ้าง...”

ป้าตะโกนสอนซูจินเล่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “เห็นไหม ต้องตะโกนแบบนี้!”

แต่ซูจินเล่อจะกล้าได้ยังไง ถ้าเธอตะโกนดังขนาดนั้น ใคร ๆ ก็ต้องหัวเราะเยาะเธอตายแน่?

รออีกนาน ก็ยังไม่มีใคร

ซูจินเล่อกัดฟัน ในที่สุดก็รวบรวมความกล้าอยากจะลองดู เธอพูดตะกุกตะกักเลยทำได้แค่ตะโกนทีละคำ “ขาย...เสื้อ...ผ้า...”

ป้านึกว่าเธอตื่นเต้น ยังให้กำลังใจอย่างเอ็นดู “ดีแล้ว ตะโกนแบบนี้แหละ!”

ซูจินเล่อเห็นไม่มีใครมองเธอด้วยสายตาแปลก ๆ ก็มีกำลังมากขึ้น เสียงก็ดังขึ้นด้วย “เสื้อ...ผ้า!”

ป้าให้กำลังใจเธออย่างเต็มที่ “หนูนี่มีพลัง! เสียงดังจริง ๆ!”

ซูจินเล่อหน้าแดงไปหมด แต่ก็ค่อย ๆ หมดความกังวล ตะโกนทีละคำจนคึกคักขึ้นเรื่อย ๆ ตะโกนขายเสื้อผ้าซ้ำไปซ้ำมา

ในที่สุด หญิงวัยกลางคนท่าทางภูมิฐานคนหนึ่งก็ถูกดึงดูดเข้ามา เธอมองเสื้อเชิ้ตสีขาวนี้ถูกใจตั้งแต่แรกเห็น “เสื้อตัวนี้สวยดีนะ สไตล์ไม่เหมือนในห้างสรรพสินค้าเลย หนูทำเองหรือ”

ซูจินเล่อรีบพยักหน้า “ใช่!”

หญิงผู้นี้มาจากครอบครัวข้าราชการ การแต่งตัวพิถีพิถันมาก ชอบเสื้อผ้าทำมือที่มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใครที่สุด แต่ถ้าจะให้ตัดทุกตัวตามไซซ์ตัวเองก็สิ้นเปลืองเหลือเกิน

เดิมเธอตั้งใจจะเดินหาซื้อเสื้อให้ลูกชายใส่ตอนหมั้นหมาย หาไปหามาก็ไม่ถูกใจ ไม่คิดว่าจะมาเจอที่ถนนนี้

เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวนี้ดีไซน์สวย เนื้อผ้าจับแล้วนุ่มสบาย มีกลิ่นหอมดอกไม้อ่อน ๆ อีกด้วย

เธอถามว่า “เสื้อตัวนี้ไซซ์อะไร”

ซูจินเล่อตื่นเต้นเล็กน้อย “หนึ่งเจ็ดห้า...ใส่ได้”

เธอพูดช้าลงหน่อยก็แทบฟังไม่ออกว่าตะกุกตะกัก หญิงคนนั้นก็ไม่ได้สนใจ มองว่าไซซ์อะไรก็พอดี ก็เลยถามราคา “เสื้อตัวนี้ราคาเท่าไหร่”

ซูจินเล่อนึกไม่ถึงว่าจะถามราคาเร็วขนาดนี้ เธอไม่มีประสบการณ์เลย ยิ่งตื่นเต้นเข้าไปใหญ่ สมองว่างเปล่าไปหมด “พี่ว่า...ล่ะ”

“ให้ฉันว่า” หญิงคนนั้นชี้จมูกตัวเอง นี่เป็นครั้งแรกที่เจอให้คนซื้อเสนอราคาเอง!

แต่เด็กสาวดูอายุไม่มาก แถมยังดูอ่อนแอบอบบาง เธอเลยค่อนข้างอดทน ยิ่งกว่านั้นเสื้อเชิ้ตตัวนี้ยิ่งมองก็ยิ่งชอบ คิดอยู่ครู่หนึ่งก็ลองเสนอ “งั้น...แปดหยวนดีไหม”

ราคานี้ก็สมเหตุสมผลดี เสื้อเชิ้ตสีขาวในห้างสรรพสินค้ามีตั้งแต่แปดหยวนไปจนถึงสิบกว่าหยวน แน่นอนว่าแพงหน่อยก็มียี่สิบกว่าหยวน แต่คนซื้อน้อยมาก ราคาทั่วไปของเสื้อเชิ้ตสีขาวก็แปดหยวนสิบหยวน เวลาซื้อของต้องต่อราคา เธอจะให้ราคาสูงเกินไปไม่ได้ ให้มากไปแล้วจะต่อราคายังไง

ที่จริงแล้ว ในใจเธอคิดว่าเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวนี้สิบสองหยวนก็ยังคุ้ม

แต่ดวงตาซูจินเล่อกลับเบิกกว้าง เธอตื่นเต้นจนตะกุกตะกัก “แปด...แปดหยวน...”

เธอแปดอยู่นาน หญิงคนนั้นเข้าใจผิด คิดว่าเธอรังเกียจว่าน้อยไปเลยยิ้ม “เธอก็บอกมาสิว่าราคานี้ได้ไหม จะให้ว่าน้อยไปก็ไม่ได้นะ”

“ไม่...ไม่...” ซูจินเล่ออยากบอกว่าไม่ได้รังเกียจว่าน้อยไป เธอยังรู้สึกว่ามากไปด้วยซ้ำ ตั้งแต่แรกเธอแค่อยากขายราคาทุน สี่หยวนยังว่าน่าจะแพง!

ปกติเธอไม่เคยไปห้าง เสื้อผ้าก็ทำเอง จะไปรู้ราคาตลาดได้ยังไง

แต่ไม่ไปไม่มาอยู่พักหนึ่ง หญิงคนนั้นก็เข้าใจผิดไปกันใหญ่ “ไม่ขายหรือ”

ซูจินเล่อร้อนใจจะตาย ยิ่งร้อนใจก็ยิ่งพูดไม่ออก ขอบตาแดงไปหมด “ไม่...”

หญิงคนนั้นเห็นเธอใกล้จะร้องไห้ ก็รู้ตัวว่าราคาที่ให้ก็ไม่ได้สูง ดูเหมือนตัวเองกำลังรังแกคนอื่น ก็เลยเอ่ยปากเอง “ก็ได้ ๆ จะร้องไห้ทำไมกัน ให้เพิ่มอีกสองหยวนได้ไหมล่ะ ตอนนี้เสื้อเชิ้ตยี่ห้อไห่ซานในห้างก็ราคานี้แหละ!”

ซูจินเล่อกลืนน้ำลายอย่างแรง สิบหยวนหรือ

หญิงคนนั้นเห็นเธอไม่พูด ก็ไม่พอใจนิดหน่อย “เธอขายเสื้อก็ต้องบอกราคาสิ จะให้ฉันเพิ่มราคาไปเรื่อย ๆ ได้ไง สิบหยวนตกลงขายไม่ขาย”

ซูจินเล่อบีบตัวเองอย่างแรงจนเจ็บ ตะโกนออกไปดัง ๆ หนึ่งคำ “ขาย!”

“หา”

“สิบหยวน...ขาย...ขาย!”

เธอกลัวคนจะหนีไป ยังพยายามพยักหน้าอย่างหนักหน่วง เพื่อแสดงความกระตือรือร้นที่จะขายเสื้อผ้า

หญิงคนนั้น “...”

เฮ้อ...ตกลงง่ายขนาดนี้ สงสัยว่าตัวเองให้ราคาสูงไปแล้ว!

เนื้อหานี้ได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้พิมพ์ อ่านต่อได้ที่ BaoNovel.com