หลินอินซีอธิบายไม่ได้
เธอกำขาศพไว้ในมือ เดินฉับ ๆ ไปที่หน้าประตูหอพัก สายตามุ่งมั่นจ้องมองผู้คนที่รวมตัวกันในห้อง “ใครเชื่อฉัน อยู่รอด”
ขานั้นเย็นเฉียบและหนักอึ้ง เมื่อผิวหนังถูกลอกออกไปแล้ว หลินอินซีต้องออกแรงนิ้วจิกเข้าไปในเนื้อแน่น ๆ ถึงจะกันไม่ให้มันหลุดมือ
สิ้นเสียงพูด
ตัวหลินอินซีเองยังรู้สึกว่ามันฟังดูเหลือเชื่อไปหน่อย
แต่เธอไม่มีเวลาคิดเรื่องอื่นแล้ว
“อ๊ากกกก น่าอายชะมัด!”
“จบแล้ว รุ่นพี่สมองถูกปรสิตสิง เริ่มเพ้อแล้ว!”
“รุ่นพี่จับขาศพ! รุ่นพี่จะเริ่มกินเนื้อขาสด ๆ แล้ว รุ่นพี่ไม่ใช่มนุษย์!”
ความหวาดกลัวเดือดพล่านราวกับหม้อน้ำมัน
ขมับของหลินอินซีเต้นตุบ ๆ
การอธิบายมีแต่เสียเวลา
และเวลา ตอนนี้มีค่ายิ่งกว่าชีวิต
ช่างเถอะ เธอตั้งใจจะลากศพออกไปตรง ๆ
“หนูเอง! รุ่นพี่ เห็นแก่ที่ปีก่อนให้หนูลอกข้อสอบ! หนูเชื่อว่ารุ่นพี่เป็นคน!”
เติ้งเหมียวพุ่งออกมาทันที
เธอคว้าศพบนเตียง
ตอนแรกที่สัมผัส มือเธอสั่นอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ยังย่อเข่าลงออกแรงจากต้นขา กัดฟันแบกศพขึ้น
“เอาศพมาให้ดี ตามฉันมา” หลินอินซีไม่พูดพร่ำ นำคนออกจากหอพัก 501 อย่างรวดเร็ว วางศพไว้ที่ทางหนีไฟ
เติ้งเหมียวหอบฮัก ๆ เอากองศพในมือตัวเองซ้อนไว้ตรงนั้นด้วย
จัดการหอพักไปสามห้องติด ๆ กัน
หลินอินซีเริ่มหมดแรงจริง ๆ
ท้องของเติ้งเหมียวปั่นป่วนด้วยน้ำกรด อยากอ้วกออกมาข้างนอก แต่ก็กัดฟันกลืนกลับลงไป
พวกนี้ล้วนถูกถลกหนังแล้ว
“แหวะ~รุ่นพี่ รุ่นพี่จะใช้ศพอุดประตูทางหนีไฟใช่ไหม แบบนี้ถ้าปีศาจขึ้นมาจากทางหนีไฟ มันก็จะนั่งกินศพอยู่ตรงนี้ ก็จะช่วยซื้อเวลาให้พวกเราหนี?”
ความกลัวและความตื่นเต้นท่วมสมองของเติ้งเหมียว เธอพูดเร็วจัด อะดรีนาลีนพลุ่งพล่าน
“ไม่ใช่” หลินอินซีแค่มีเวลาจำกัด คว้าคนมาช่วยออกแรง
เธอกำลังง่วนดูว่าชั้นนี้มีประตูหอพักห้องไหนเปิดอยู่
“หนูเข้าใจแล้ว!”
หลินอินซีกำลังนับกุญแจชั้นห้า ได้ยินแล้วเงยหน้า “เข้าใจอะไร?”
เติ้งเหมียวเต็มไปด้วยความตะลึง
“รุ่นพี่รู้ตั้งแต่แรกแล้วใช่ไหมว่าชั้นนี้ยังมีผู้รอดชีวิต รุ่นพี่ตั้งใจขึ้นมาช่วยพวกเราแท้ ๆ แต่พวกเขายังสงสัยเจตนาของรุ่นพี่ นี่มันเกินไปแล้ว!”
หลินอินซี “?”
เติ้งเหมียวยิ่งพูดยิ่งพลุ่งพล่าน
เธอชี้ไปที่กองศพตรงทางหนีไฟ
“แล้วก็ศพพวกนี้ด้วย!”
“ก่อนขึ้นมา รุ่นพี่ต้องคิดไว้แล้วแน่ ๆ ว่าจะเอากองศพไว้ที่นี่ สร้างกลิ่นกับกลิ่นคาวเลือด หลอกประสาทรับกลิ่นของปีศาจ!”
หลินอินซีเงียบไปอึดใจ
ดวงตาของเติ้งเหมียวยิ่งสุกใส
“แล้วรุ่นพี่ยังเรียกแค่หนูให้มาช่วย!”
“รุ่นพี่มองออกตั้งแต่แรกแล้วใช่ไหมว่าหนูมีจิตใจเข้มแข็งที่สุด จะประสานงานกับรุ่นพี่ได้!”
หลินอินซี “...”
เติ้งเหมียวคิดแล้วยิ่งรู้สึกสมเหตุสมผล
“ใช่! ต้องเป็นแบบนี้แน่!”
“ประโยคที่รุ่นพี่บอกว่า ใครเชื่อฉัน อยู่รอด ที่จริงคือการให้โอกาสสุดท้ายกับทุกคน! คนที่ยินดีเชื่อรุ่นพี่ก็มีโอกาสอยู่รอด!”
หลินอินซีอดไม่ได้ที่จะนวดขมับ เธอรู้สึกว่าตัวเองจำเป็นต้องอธิบายสักหน่อย
ตอนนั้นเอง
มือถือสั่นทีหนึ่ง
ข้อความในกรุ๊ปเด้งขึ้นมา
【แจ้งเตือนใหม่】
【ผู้ดูแลกระต่าย: หอพัก 501 สงสัยว่ายังมีผู้รอดชีวิต ปีศาจถลกหนัง 002 ขึ้นไปตรวจสอบเดี๋ยวนี้】
หลินอินซีหรี่ตาลงทันที ปีศาจถลกหนังจะทำตามแผนงาน
เธอเงยหน้ามองเติ้งเหมียว
“เราไปหอพัก 504 ตอนนี้เลย”
“ทำไม... เฮ้ยเฮ้ย... รุ่นพี่ รองเท้าหนูหลุด...”
เติ้งเหมียวถูกหลินอินซีลากเข้าไปหลบใน 504
หอพัก 504 อยู่ใกล้ปากทางหนีไฟที่สุด อีกทั้งยังปีนออกไปทางหน้าต่างด้านนอก เดินตามแท่นเครื่องปรับอากาศไปจนถึงหอพัก 507 ได้
หอพัก 507 เป็นห้องท้ายสุดของชั้นนี้ พอออกจากประตูแล้ว จะปีนออกไปทางหน้าต่างสาธารณะของทางเดินได้ หน้าต่างนอกมีท่อน้ำ ไถลตัวลงจากหอพักหญิงได้
เป็นทั้งที่หลบซ่อน และมีทางหนี
เติ้งเหมียวตามหลินอินซีไป หัวใจเต้นแรง
ใน 504 แทบจะเป็นสถานที่สังหารหมู่ เติ้งเหมียวมองดูศพที่กระจายกันอยู่ ถามว่า “รุ่นพี่ เอาจริงจังขนาดนี้เลยเหรอ? เราพักสักหน่อยได้ไหม? หนูดูหน้ารุ่นพี่เหนื่อยจนเขียวแล้ว”
หลินอินซีคว้าข้อมือของเติ้งเหมียวทันที “อย่าส่งเสียง ปีศาจถลกหนังขึ้นมาแล้ว!”
คราวนี้ หน้าเติ้งเหมียวเองก็เขียวเช่นกัน
มือของหลินอินซียังมีเลือดลื่น ๆ อยู่
กลิ่นคาวเลือดเข้มข้นทำให้การรับรู้กลิ่นของทั้งคู่ชาลงชั่วขณะ
เติ้งเหมียวก็ไม่ได้รังเกียจ กลับเอามือทาบทับหลังมือของหลินอินซี จับไว้แน่น หัวใจแทบจะกระเด็นออกมาที่ลำคอ
เสียงร้องโหยหวนดังมาจาก 501
เติ้งเหมียวรู้สึกหวาดกลัวสุดขีด เมื่อกี้ถ้าเธอไม่ออกมา คนที่ร้องโหยหวนตอนนี้ก็คือเธอ
ประตูหอพัก 504 พังเสียหาย แม้จะปิดอยู่ แต่ตรงกลางแตกเป็นรูใหญ่ มองจากข้างนอกเห็นถึงข้างใน
เสียงกรีดร้องและเสียงฝีเท้าวิ่งอย่างระส่ำระสายค่อย ๆ เบาลง
มือถือของหลินอินซีได้รับข้อความส่วนตัวจาก【ผู้ดูแลกระต่าย】
【ผู้ดูแลกระต่าย: นักจัดระเบียบ ปริมาณงานชั้น 5 เพิ่มขึ้น พบศพใหม่สามศพ งานส่วนที่เพิ่มจะคิดค่าล่วงเวลาให้หลังฟ้าสาง】
หลินอินซีตอบกลับด้วยสติกเกอร์ที่มีติดมาในระบบ
สติกเกอร์ของเธอล้วนเป็นหัวกระต่ายทำท่าทางน่ารักสารพัด
ดูเชย ๆ
เธอเลือกสติกเกอร์กระต่ายพยักหน้า
ไม่คิดว่าพอส่งไป สติกเกอร์กระต่ายหลังจากพยักหน้ากลับมีดอกกุหลาบขึ้นมาดอกหนึ่งแล้วยังส่งสายตาหวานเยิ้ม
บ้าเอ๊ย
รูปนิ่งดูเป็นกระต่ายซื่อ ๆ
พอขยับ กลายเป็นกระต่ายสายไนต์คลับไปแล้ว
เธอรีบกดยกเลิก
แต่ไม่มีตัวเลือกให้ยกเลิก
ฝั่งตรงนั้นเงียบกริบราวกับตาย
ไม่เป็นไร
หลินอินซีปลอบใจตัวเองในใจ ส่งดอกกุหลาบไปก็ถือเป็นมารยาททางสังคม ก่อนหน้านี้ตอนเธอส่งข้อความไปหาศาสตราจารย์เก่า ท่านก็ชอบตอบกลับแบบนี้
เติ้งเหมียวดูไม่เข้าใจว่าหลินอินซีทำอะไร
ในสายตาของเติ้งเหมียว จอมือถือของหลินอินซีเป็นสีดำ ไม่ได้เปิดเครื่องเลย แต่สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาตลอด
เติ้งเหมียวไม่กล้าส่งเสียง กลัวรบกวนความคิดของหลินอินซี
เธอรู้สึกว่า งานวิจัยของรุ่นพี่มีหัวข้อว่า "หมูตัวหนึ่งกลายเป็นคนแล้วจะกินเนื้อหมู นี่เป็นปัญหาจริยธรรมหรือเรื่องสยองขวัญ?" รุ่นพี่เก่งและมีพรสวรรค์ขนาดนั้น รุ่นพี่ต้องมีเหตุผลของรุ่นพี่แน่
กระทั่งเสียงร้องโหยหวนใน 501 หยุดลงสนิท
หลินอินซีได้รับข้อความกรุ๊ปใหม่
【แจ้งเตือนใหม่】
【ผู้ดูแลกระต่าย: ชั้น 5 มีนักจัดระเบียบกำลังทำงาน】
【002 ปีศาจถลกหนังตรวจสอบหอพักชั้น 5 ใหม่】
【ปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน:
1. ก่อนเข้าหอพักต้องเคาะประตู
2. หากมีนักจัดระเบียบทำงานอยู่ภายในหอพัก ปีศาจถลกหนัง 002 ห้ามเข้า
3. นักจัดระเบียบเป็นโรคกลัวสังคม ห้ามรบกวนการทำงานของนักจัดระเบียบ
4. นักจัดระเบียบต้องเปิดประตูให้ความร่วมมือในการตรวจสอบ
5. ทุกแผนกโปรดดูแลพนักงานใหม่】
ในกรุ๊ปนี้ มีเพียงผู้ดูแลกระต่ายที่พูดได้
หลินอินซีมองข้อความในกรุ๊ป ในใจยังคิดว่าไม่ตอบข้อความส่วนตัว แต่มาพูดในกรุ๊ป สติกเกอร์นั่นทำให้เขาไม่พอใจหรือเปล่า?
จากนั้น
ข้อความส่วนตัวก็เด้งขึ้นมา
ผู้ดูแลกระต่ายก็ตอบกลับด้วยสติกเกอร์เช่นกัน
สติกเกอร์เป็นกระต่ายตัวจิ๋วสวมสูทผูกไทด์ นัยน์ตาสีเขียว ลืมตาโพลง เม้มริมฝีปาก จากนั้นก็มีสีแดงระเรื่อลอยขึ้นบนหน้า
ไฟทางเดินข้างนอกสว่างวาบดับวาบ
หลินอินซีสูดลมหายใจลึก กลั้นหายใจ กล้ามเนื้อเธอปวดเมื่อยไปหมด แต่เธอก็ลากถูศพใน 504 มากองไว้ตรงประตู
ทางเดินดังเสียงฝีเท้าเชื่องช้าและหนักอึ้ง
รูม่านตาของเติ้งเหมียวขยายใหญ่ขึ้นทันที ทั้งร่างแข็งค้างอยู่กับที่
วินาทีต่อมา
ตึก ตึก ตึก...
เธอได้ยินปีศาจถลกหนัง เคาะประตูทีละห้อง