หลินอินซีกดเปิดข้อความเสียง
ลำโพงมือถือส่งเสียงเปียกชื้นเหนอะหนะออกมา
"...ซี้..."
"แค็ก..."
เสียงดังไกลบ้างใกล้บ้าง
เหมือนจมูกมีน้ำขัง เปียกแฉะแนบไมโครโฟนหายใจ
ไม่กี่วินาทีต่อมา ข้อความเสียงก็จบลง
หลินอินซีกดแปลงเสียงเป็นข้อความ
【ปีศาจถลกหนัง 002 : ซี้แค็ก...ทำงาน...】
【ปีศาจถลกหนัง 002 : ชั้นหนึ่ง...ซี้แค็ก...ของขวัญพนักงานใหม่...มารับ...】
หลินอินซีขยี้ตา เธอไม่ได้มองผิดไป
ปีศาจถลกหนังถึงกับใช้มือถือส่งข้อความสัญลักษณ์ยุ่งเหยิงมาให้เธอ
ภาษาสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง
งั้นก็ใช้สติกเกอร์อเนกประสงค์ตอบกลับไป
หลินอินซีกำลังจะเลือกสติกเกอร์กระต่ายผงกหัว แต่เติ้งเหมียวก็ชนแขนหลินอินซีเข้าอย่างจัง
ทำให้สติกเกอร์ที่ส่งออกไปคลาดไปหนึ่งตำแหน่ง
กลายเป็นสติกเกอร์กระต่ายเอาหัวชนกำแพง
"รุ่นพี่ เลิกเล่นโทรศัพท์ที่แบตหมดนั่นเถอะ มองทางนั้น..." เติ้งเหมียวนิ้วมือสั่นเทาชี้ไปทางบันไดจากชั้นสี่ขึ้นชั้นห้า
มีสิ่งมีชีวิตรูปร่างคน สวมชุดเหลือง สวมหมวกผู้ดูแลหอพัก ตาบอด ถือสมุดลงทะเบียน กำลังคลำราวจับข้างทางเดินขึ้นไป
ดวงตาของเขายุบลึกลงไป ไม่มีลูกตา มีเพียงเนื้อหนังที่หดเกร็งเข้าไป
หลินอินซีก้มหน้ากดเปิดกลุ่มในมือถือทันที เธอเห็นว่าเจ้าของ "ผู้ดูแลกระต่าย" ดึงสมาชิกใหม่เข้ามาอีกหนึ่งคน ชื่อเล่นว่า 【นักสร้างฉาก】
【ประกาศใหม่】
【ยินดีต้อนรับเพื่อนร่วมงานเข้าใหม่ : นักสร้างฉาก】
【นักสร้างฉากเข้าเขตพื้นที่ทำงานภายในแล้ว】
ผู้ดูแลกระต่ายโพสต์เนื้อหางานใหม่
【1. การซ่อมแซมผนังภายนอกเสร็จเรียบร้อยแล้ว นักสร้างฉากจะแปรรูปวัตถุดิบที่นักจัดระเบียบกองไว้ที่ชั้นห้า ระยะเวลาทำงานหนึ่งชั่วโมง ตั้งแต่เริ่มงานจนจบงาน นักสร้างฉากจะไม่ออกจากตำแหน่งงานปัจจุบัน
2. นักสร้างฉากไม่มีตาและหู ทำงานด้วยสองมือเท่านั้น มือนักสร้างฉากสามารถสัมผัสทุกสิ่งและดัดแปลงมันได้ ขอให้เพื่อนร่วมงานที่ผ่านไปมาอย่ารบกวนการทำงานอย่างตั้งใจของนักสร้างฉาก
3. หากเพื่อนร่วมงานคนใดถูกมือนักสร้างฉากสัมผัสโดน โปรดใช้เครื่องมือทำงานในมือแสดงตัวตนพนักงานของตน】
หลินอินซีกดเปิดรูปโปรไฟล์ของนักสร้างฉาก ในช่องลายเซ็นส่วนตัวเขียนว่า : ตกทอดร้อยปี เชี่ยวชาญงานฝีมือ
ส่วนการซ่อมแซมผนังภายนอกเสร็จแล้ว ทำให้หลินอินซีคิดถึงผนังนอกหอพักที่เธอเคยร่วงหล่นนับครั้งไม่ถ้วนในวัฏสงสารครั้งก่อนๆ
นักสร้างฉากชุดเหลืองคลำราวจับ ขึ้นบันไดไม่กี่ขั้นสุดท้ายแล้ว
เติ้งเหมียวค่อยๆ ถอยหลัง
"รุ่น...รุ่นพี่...พวกเราจะหนีไปทางไหนดี?"
หลินอินซีไม่พูดอะไร
สมองเธอหมุนติ้ว
เดินบันได มีโอกาสชนกับปีศาจถลกหนังที่ทำงานอยู่ชั้นสาม
ทางหนีไฟถูกนักสร้างฉากขวางไว้
ผนังภายนอกต้องออกทางหน้าต่าง แต่หน้าต่างเปิดจากในออกนอกได้เท่านั้น
ด้านความปลอดภัย ผนังภายนอกสูงกว่าบันได สูงกว่าทางหนีไฟ
หลินอินซีกดนิ้วลงบนราวจับของรถเข็นพื้นเรียบ
คันนี้ล้อเหล็กขึ้นสนิม โครงรถหนักอึ้ง
มือเปล่ายังทนได้ไม่นาน แบกมันปีนผนังภายนอก? ปีนแค่สองก้าวคงหล่นลงไปทั้งคนทั้งรถ
【นักสร้างฉาก】มาใหม่เริ่มทำงานแล้ว
เขาไม่มีตา ไม่มีหู ปากถูกเย็บปิดด้วยด้ายดำ นั่งยองๆ อยู่ข้างศพในทางหนีไฟ ฝ่ามือกดทับลงไป
พร้อมกับเสียงกระดูกแตกหัก นักสร้างฉากแยกชิ้นส่วนศพเหล่านี้ ดึงกระดูกและเส้นเอ็นออกมาจากตรงกลางเพื่อแปรรูป
หลินอินซีทิ้งรถเข็นไว้ที่เดิมชั่วคราว จูงมือเติ้งเหมียว พาเธอไปสุดทางเดินชั้นห้า จับตาดูการเคลื่อนไหวของนักสร้างฉากอยู่ไกลๆ ในจังหวะที่เขายกมือหักกระดูกส่งเสียงดัง เธอผลักหน้าต่างเปิดออก
ลมเย็นพัดเข้ามานอกหอพัก หมอกหนาทั่วบริเวณ ยื่นมือออกไปแล้วมองไม่เห็นนิ้วมือ
"เธอออกไปจากตรงนี้ ไปรอที่ผนังภายนอกชั้นหนึ่ง ฉันจะเปิดหน้าต่างทางเดินให้เธอเข้ามา"
"แต่ว่าพี่..."
"เงียบ ฟังฉันพูดให้จบ!" หลินอินซีรีบยกมือขึ้นปิดปากเธอ
เธอเร่งความเร็วคำพูด "ผนังภายนอกไปได้ แต่ตอนปีนต้องหลีกเลี่ยงศาลเจ้าที่ผนังภายนอก"
"รอที่หน้าต่างทางเดินชั้นหนึ่ง อย่าไปที่ระเบียงหอพักใดๆ ทั้งสิ้น"
"สำคัญที่สุดคือ อย่าปีนลงไปถึงชั้นหนึ่งแล้วกระโดดลงไปตรงๆ ข้างล่างคือหุบเหวลึก ไม่ใช่พื้นราบ"
"ทำได้ก็กระพริบตา!"
ดวงตากลมโตของเติ้งเหมียวกระพริบปริบๆ ขนตาพลิ้วไหวราวกับปีกผีเสื้อ
เธอคิดว่า รุ่นพี่แม้ครอบครัวจะล้มละลาย ต้องจำใจมาเรียนมหาวิทยาลัยจินเฉิง
แต่ถึงอูฐจะซูบผอมก็ยังใหญ่กว่าม้า เบื้องหลังรุ่นพี่ต้องมีเส้นสายที่เหนือธรรมดาคอยให้ข้อมูลภายในแน่!
เธอมั่นใจเต็มร้อย
ถ้าบนโลกนี้ยังมีใครสักคนที่พาเธอรอดชีวิตออกไปจากที่นี่ได้
คนนั้นต้องเป็นหลินอินซี
เธอกระพริบตาสองทีแรงๆ
หลินอินซีปล่อยมือ
"ดีมาก"
หลังจากเติ้งเหมียวปีนออกไปทางหน้าต่าง หายวับไปในม่านหมอกหนาทึบแล้ว ข้อความใหม่ก็เด้งขึ้นบนมือถือหลินอินซี
【ประกาศใหม่】
【ปีศาจถลกหนังกำลังทำความสะอาดบันได โปรดให้นักจัดระเบียบไปที่ประตูชั้นล่างทางหนีไฟ รับของขวัญพนักงานใหม่
หากเกินครึ่งชั่วโมงไม่ไปรับ จะถือว่าไม่พอใจของขวัญพนักงานใหม่ ต้องส่งรายงานปฏิเสธการรับ 8000 ตัวอักษรเพิ่มอีกหนึ่งฉบับ】
หลินอินซีใจดิ่งวูบ
เธอจำเป็นต้องข้ามผ่านนักสร้างฉาก ลงไปทางหนีไฟ
หมายความว่าต้องเผชิญหน้ากับปีศาจโดยตรง
หลินอินซีใจดิ่งวูบลงไปอีก เธอค่อยๆ ปล่อยลมหายใจยาวเหยียด ไม่ลังเลอีกต่อไป ยกขาปวดเมื่อยเดินกลับไปที่รถเข็นพื้นเรียบ แล้วเข็นรถเข็นขึ้นสนิมนั่น ก้าวทีละก้าว ตรงไปยังทางหนีไฟ
"อี๊ด..." ล้อเหล็กครูดพื้นเสียงบาดแก้วหู
นักสร้างฉากที่กำลังแยกชิ้นส่วนศพเงยหน้าขึ้นช้าๆ แม้ไม่มีดวงตา แต่หลินอินซีรู้สึกได้ว่าเขากำลังมองเธอ มือของเขากำลังคลำมาตามขอบทีละคืบๆ แล้วยืนขึ้น หัวชนเพดาน คลำมุ่งตรงมาทางเธอ
มือยาวกว่าที่เห็น ถ้าปล่อยลงตามธรรมชาติคงถึงตาตุ่ม
หัวใจหลินอินซีเต้นแรงวูบหนึ่ง หายใจของเธอขาดจังหวะครึ่งหนึ่ง แต่ถูกเธอฝืนกดลงไป
อยากลงทางหนีไฟ ก็หลบเลี่ยงนักสร้างฉากไม่ได้
หลินอินซีนึกถึงข้อความในกลุ่ม
【หากเพื่อนร่วมงานคนใดถูกมือนักสร้างฉากสัมผัสโดน โปรดใช้เครื่องมือทำงานในมือแสดงตัวตนพนักงานของตน】
เธอผลักรถเข็นไปข้างหน้า
"เคร้ง!"
หัวรถชนเข้ากับเข่าของนักสร้างฉากเบาๆ
มือของนักสร้างฉากหยุดกลางอากาศ หลินอินซีเห็นในระยะใกล้ มือคู่นั้นเรียบลื่น ไม่มีลายนิ้วมือ เป็นมันวาวด้วยไขศพ
หลินอินซีกัดฟัน
ยิ่งมองใกล้ก็ยิ่งรู้สึกว่าปีศาจแบบนี้น่าขนลุก
ขนลุกซู่ขึ้นมา
ในวัฏสงสารก่อนหน้านี้ หลินอินซีเอาแต่วิ่งหนีเอาชีวิตรอดอย่างลนลาน นี่เป็นครั้งเดียวที่เธอเข้าใกล้ปีศาจพวกนี้ด้วยตัวเอง
การเข้าแตะต้องอย่างนี้เหมือนการพนันเลยทีเดียว
มือคู่นั้นหยุดอยู่กลางอากาศ
ห่างจากหน้าเธอไม่ถึงหนึ่งนิ้ว เธอเกือบได้กลิ่นไขมันจากปลายนิ้วของนักสร้างฉาก
เธอกลั้นใจไม่ขยับ
โชคดีที่มือคู่นั้นค่อยๆ ลดลงมาวางบนรถเข็นเก่าๆ ของหลินอินซี
เธอกำลังจะผลักรถเข็นออก แต่มือคู่นั้นก็กดรถเข็นไว้แน่น
หลินอินซีม่านตาหดตัว
เขากำลัง... แยกรถเข็นของเธอ?
หลินอินซีมองเห็นกับตาตัวเอง โครงเหล็กของรถเข็นถูกสองมือนั้นถอดเปลือยออกมือเปล่า โครงโลหะถูกจัดเรียงใหม่ ขัดมัน ลงสีใหม่ และนักสร้างฉากยังออกเงินตัวเองฝังชิ้นส่วนใหม่ลงบนรถให้เธอด้วย
จนกระทั่ง รถเข็นพื้นเรียบคันเก่า กลายร่างเป็นรถเข็นพื้นเรียบคันใหม่เอี่ยม
พอยกขึ้น รถเข็นพื้นเรียบก็พับเก็บอัตโนมัติเป็นกล่องเหล็กขนาดเท่ากล่องข้าว
นักสร้างฉากวางกล่องเหล็กไว้บนฝ่ามือ ส่งมาตรงหน้าหลินอินซี
ให้เธอหรือ?
รถเข็นพื้นเรียบรุ่นอัปเกรด
นี่มันนักสร้างฉากอะไรกัน!
นี่มันปรมาจารย์หลู่ปันกลับชาติมาเกิดชัดๆ!