กลิ่นอายเย็นเยียบแผ่ปกคลุมไปทั่วโถงใหญ่ในพริบตา
หลินเซียวหลบอยู่ในมุมมืด พลางหัวเราะเยาะเบา ๆ
ตึก ตึก ตึก
ยังไม่ทันได้คิดอะไร เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ก็ดังขึ้นอย่างรวดเร็ว
หลงหมิงหย่วนขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วหันไปตามเสียง เห็นพี่น้องหลายคนเดินเข้ามาจากด้านนอก พวกเขารีบปิดประตูใหญ่ ก่อนประตูม้วนด้านนอกจะเลื่อนลงตามมา
ภาพตรงหน้าทำให้หลงหมิงหย่วนขมวดคิ้ว
เหล่าพี่น้องที่เดิมล้อมหลงหมิงหยางอยู่ต่างพากันแยกย้าย แล้วค่อย ๆ ไปยืนกระจายกันตามมุมต่าง ๆ ของโถงใหญ่ ให้ความรู้สึกว่าไม่เปิดโอกาสให้ใครหนีไปได้
หลงหมิงหยางรีบลุกขึ้น แล้วพุ่งไปอยู่ข้างหลงหมิงหย่วน
“แม่งเอ๊ย ไสหัวออกมา!”
เขาตะโกนลั่น
แต่หลงหมิงหย่วนกลับเริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล จึงขมวดคิ้ว สีหน้าหนักอึ้งขึ้นเล็กน้อย
รอบข้างยังคงเงียบสนิท
หลงหมิงหย่วนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถามเสียงขรึมว่า “แน่ใจนะว่าเป็นคนของติงเหว่ย?”
หลงหมิงหยางกล่าวอย่างเคียดแค้นว่า “แน่ใจสิ! ไอ้สารเลวนั่นพูดเองกับปาก! มึงไสหัวออกมา! คนของกูมาถึงแล้ว มึงกลัวจนหงอหรือไง!”
เสียงก้องกังวานสะท้อนไปทั่วโถงใหญ่
หลงหมิงหย่วนกวาดตามองรอบข้างด้วยสายตาเย็นชา ยังไม่ทันได้คิดอะไรต่อ เงาร่างหนึ่งก็เดินออกมาจากด้านหลัง มือทั้งสองล้วงกระเป๋า ใบหน้าประดับรอยยิ้ม
พอมองเห็นชัด ๆ หัวใจของหลงหมิงหย่วนก็พลันตึงเครียดขึ้นมา
“หลิวซานเอ๋อร์? นายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง!”
เขาตวาดเสียงต่ำ
หลิวซานเอ๋อร์ตอบยิ้ม ๆ ว่า “ก็รอคุณอยู่น่ะสิ คุณชายหลง”
