“อ๊าก!”
เสียงกรีดร้องโหยหวนยังคงดังต่อเนื่อง ปะปนกับเสียงต่อสู้
แววตาของหลิวเจี้ยนจวินเคร่งขรึมขึ้น เขาหันกลับไปปลอบว่า “ไม่ต้องกลัวนะที่รัก ผมอยู่นี่ ไม่เป็นไรหรอก”
หวังหงกำหมัดแน่น แล้วพยักหน้าเบา ๆ
“ค่ะ”
หลิวเจี้ยนจวินยืดตัวตรง จ้องประตูห้องเขม็ง
ปัง!
ในที่สุดประตูก็ถูกใครบางคนกระแทกเปิด ชายร่างกำยำคนหนึ่งลอยละลิ่วเข้ามา ก่อนจะตกกระแทกใต้โต๊ะชาและกระอักเลือดออกมา
หลิวเจี้ยนจวินถอยกรูด สีหน้าเคร่งเครียด
เมื่อเงยหน้าขึ้นก็เห็นหลิวซานเอ๋อร์กำมีดสั้นเปื้อนเลือดไว้ในมือ เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มชวนขนลุก
ชายร่างกำยำแปดคนขดตัวอยู่บนพื้นด้านนอก ร้องโอดโอยไม่หยุด
หลินเซียวเหลือบมองแผ่นหลังของหลิวซานเอ๋อร์ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย
ตาเฒ่าคนนี้ฝีมือไม่เบาเลย
เขาไม่ได้คิดอะไรต่อ เพียงก้าวตามเข้าไป
“เถ้าแก่หลิว ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ”
หลิวซานเอ๋อร์ควงมีดสั้นในมือพลางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม ดูราวกับชายชราผู้ไม่เกรงกลัวอะไรทั้งสิ้น
“หลิวซานเอ๋อร์?”
หลิวเจี้ยนจวินขมวดคิ้วแน่น ตวาดเสียงต่ำว่า “แกมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง!”
ทันทีที่สิ้นเสียง หลินเซียวก็เดินออกมาจากด้านหลังหลิวซานเอ๋อร์ สีหน้าเรียบเฉย แววตาเย็นชา
“เพราะฉันอยู่ที่นี่”
เขาเอ่ยเสียงเรียบ
แววตาของหลิวเจี้ยนจวินหรี่ลง ร่างกายเกร็งขึ้นหลายส่วน
“แกนี่เอง!”
เขาจำหลินเซียวได้แม่นยำ แม้จะโกรธแค้น แต่ในใจก็อดตื่นตระหนกไม่ได้
เขาเสียใจแล้ว
รู้อย่างนี้น่าจะฟังหลิวเฉินกวง!
