คำพูดประโยคเดียวปิดปากหลิ่วอวิ้นจนสนิท
หึ!
เธอแค่นเสียงเบา ๆ แล้วกล่าวว่า “ขี้เกียจสนใจนายแล้ว ฉันอยากเห็นเหมือนกันว่าเขาจะสู้กับคนของสำนักเจินอู่ยังไง”
สิ้นเสียง ทั้งสามคนก็หันไปมองทางหลินเซียวกับพวกเขา
หลินเซียวและคนอื่น ๆ ยังคงเผชิญหน้ากันพร้อมกับพูดคุยอยู่
ลู่อวี่กับหลงหมิงหย่วนสบตากัน รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นบนใบหน้าของทั้งคู่
“รนหาที่ตายเองหรือ? ใจกล้าไม่เบานี่!”
ลู่อวี่กล่าวเสียงเย็น
หลงหมิงหย่วนไม่ได้พูดอะไร แต่แววตาเคียดแค้นของเขาก็บอกทุกอย่างแล้ว
ความแค้นครั้งก่อนจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่จางหาย
ชายหนุ่มชุดขาวจ้องหลินเซียวด้วยสีหน้าเย็นชาอยู่ตลอด แม้จะตั้งท่าป้องกันและระแวดระวัง แต่ก็ไม่ได้เห็นหลินเซียวอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย
ความระแวดระวังคือสัญชาตญาณ ส่วนความดูแคลนเป็นเรื่องของทัศนคติ
หลินเซียวกวาดตามองชายหนุ่ม ก่อนหยุดสายตาที่ใบหน้าของลู่อวี่
เขากล่าวเรียบ ๆ ว่า “ใจกล้าเหรอ? นี่เรียกว่ารู้จักกาลเทศะต่างหาก รู้ว่านายกำลังตามหาฉัน เลยอุตส่าห์มาหาถึงที่”
หึ!
ลู่อวี่แค่นเสียงเย็นชาแล้วกล่าวว่า “ในเมื่อรู้จักกาลเทศะขนาดนั้น ก็ฆ่าตัวตายซะ จะได้ไม่ต้องให้ฉันลงมือ”
หลงหมิงหย่วนยิ้มอย่างชั่วร้าย
หลินเซียวกล่าวยิ้ม ๆ ว่า “ไม่ได้หรอก ถ้าฉันฆ่าตัวตาย นายก็ยืมคนจากสำนักเจินอู่มาเสียเที่ยวไม่ใช่หรือ? เสียหน้าเปล่า ๆ”
ลู่อวี่หัวเราะเย็นชา
“รู้เรื่องไม่น้อยนี่ ในเมื่อรู้ว่าเป็นคนของสำนักเจินอู่ ยังกล้ามาอีกหรือ? มั่นใจในตัวเองจริง ๆ นะ”
