ฉู่ซือซือถามยิ้ม ๆ ว่า “พี่สาว พี่เขยให้ของขวัญล้ำค่าขนาดนี้ พี่จะตอบแทนพี่เขายังไงล่ะ?”
ใบหน้าเล็ก ๆ นั้นเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ฉู่เหยาเหยาชะงักไปเล็กน้อย
ตอบแทน?
คำง่าย ๆ เพียงสองคำทำให้หัวใจดวงน้อยในอกเริ่มเต้นรัวอย่างควบคุมไม่ได้
ทันทีที่ได้ยินคำนี้ ภาพบางอย่างที่ไม่เหมาะกับเด็กก็ผุดขึ้นมาในหัวเป็นอันดับแรก ทำให้เธออับอายจนแทบอยากมุดดินหนี
ที่สำคัญคือบุญคุณของหลินเซียว เธอไม่มีทางตอบแทนได้จริง ๆ
ตอบแทนไม่ไหว
“เรื่องของฉันน่า”
เธอข่มความเขินอายในใจแล้วเอ่ยอย่างกระเง้ากระงอด
ฉู่ซือซือเห็นท่าทางนั้นก็ทำหน้าอึ้ง ก่อนจะเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา
“อ๋อ~”
เธอลากเสียงยาวแล้วพูดยิ้ม ๆ ว่า “เข้าใจแล้ว ๆ ฉันไม่ยุ่งหรอก ไม่ยุ่งเลยสักนิด”
หลินเจากับชายฉกรรจ์กลุ่มนั้นต่างก็เผยรอยยิ้มรู้ทันออกมาเช่นกัน
แม้ในใจพวกเขาจะอิจฉาอยู่บ้าง แต่… อีกฝ่ายเป็นถึงเทพเชียวนะ พวกเขามีสิทธิ์อะไรไปอิจฉากัน?
ฉู่เหยาเหยาถลึงตาใส่เบา ๆ
“เธอเข้าใจอะไรแล้ว?” เธอถามอย่างกระเง้ากระงอด
ฉู่ซือซือยิ้มพลางตอบว่า “ก็พี่ต้องขยายอำนาจของตัวเองให้ใหญ่โตขึ้น แล้วค่อยตอบแทนพี่เขยไงล่ะ~”
ฉู่เหยาเหยาเหลือบมองเธออย่างประหลาดใจ ไม่คิดว่ายัยตัวแสบคนนี้จะพูดอะไรเป็นเรื่องเป็นราวได้ด้วย
เธอไม่ได้ตอบ
ฉู่ซือซือพูดยิ้ม ๆ ว่า “พี่สาว รีบขยายอำนาจให้ใหญ่โตเร็ว ๆ นะ ถ้ามีหลานตัวน้อยให้ฉันเล่นด้วยสักคนก็ดี จะได้ไม่ต้องกลัวว่าพี่ไม่มีเวลาเล่นกับฉัน~”
