หลินเซียวสบตากับเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะหลับตาลงตรง ๆ
ไม่เห็นก็ไม่รำคาญใจ
หลิ่วอวิ้นจ้องเขาเงียบ ๆ พยายามสงบอารมณ์ แล้วจู่ ๆ ก็สัมผัสได้ว่าหลินเซียวคนนี้มีบางอย่างแตกต่างจากคนอื่น
การที่เขาไม่มองกลับทำให้เธอรู้สึกตัว
ถึงจะน่าหงุดหงิดก็เถอะ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ดีกว่าแอบจ้องมองอยู่ลับ ๆ มาก
เพื่อนสนิทคนนี้ไม่เหมือนใครจริง ๆ ด้วย
จู่ ๆ เธอก็หายโกรธ ไม่ได้คิดอะไรมาก แล้วหันกลับไปสนใจบาดแผลอีกครั้ง
ทำความสะอาดเกือบเสร็จแล้ว แถมฆ่าเชื้อเรียบร้อย
เธอหยิบยาขี้ผึ้งอีกขวดออกมาเตือนว่า “แสบหน่อยนะ อดทนไว้”
หลินเซียวส่งเสียงจากจมูก
“อืม”
เขาไม่ใส่ใจด้วยซ้ำ กระทั่งตาก็ยังไม่ลืม
เห็นดังนั้น มุมปากของหลิ่วอวิ้นพลันยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม ก่อนจะเตือนอีกครั้งว่า “ยาขี้ผึ้งนี่ฉันทำเอง ได้ผลดีมาก แต่จะแสบแผลมาก เจ็บเอาเรื่องเลย”
หลินเซียวขมวดคิ้วนิด ๆ
“รู้แล้ว ผู้ชายอกสามศอกจะกลัวเจ็บไปทำไม”
หลิ่วอวิ้นยิ้มกว้างขึ้น
ต้องการแบบนี้แหละ ทำเก่งใช่ไหม? คอยดูเถอะว่าจะทนได้แค่ไหน
เธอเคยลองความเจ็บจากยาขี้ผึ้งนี้ด้วยตัวเองแล้ว ประสิทธิภาพดีจนน่าทึ่ง แต่เจ็บแสบถึงขั้วหัวใจ
เห็นหลินเซียวไม่ยอมลืมตาสักที เธอจึงเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา
ไม่นาน ยาขี้ผึ้งกองใหญ่ก็ถูกป้ายลงบนบาดแผล แล้วเกลี่ยออกอย่างรวดเร็ว เพิ่มพื้นที่ที่ยาสัมผัสกับแผลให้กว้างขึ้น
เธอนั่งหลังตรง กอดอก รู้สึกสะใจขึ้นมาในใจ
แต่รออยู่ตั้งนาน หลินเซียวก็ยังไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ ยังคงหลับตา แม้แต่คิ้วก็ไม่ขมวด
