หลินเซียวชะงักมือที่กำลังจะพลิกหน้าหนังสือ คิ้วขมวดเล็กน้อย ในใจเต็มไปด้วยความระแวดระวัง
จะทำอะไรอีก?
เขาส่งจิตหยั่งรู้เข้าไป ก็เห็นอวิ๋นเยว่ยืนอยู่กลางพื้นที่เวลานี้ มือถือกล่องอาหาร สีหน้าเรียบเฉย
เขาวางเคล็ดวิชาลงบนโต๊ะ ก่อนจะวูบกายเข้าไป
“มีอะไรหรือ นักบุญหญิง”
เขาถามอย่างไม่ใส่ใจ แม้จะยิ้มอยู่ แต่ในใจก็ยังคงระแวดระวัง
ผู้หญิงคนนี้ดูไม่ใช่คนดีเลยสักนิด
นักบุญหญิงยกมือขึ้นถาม “กล่องนี่เปิดยังไง?”
คำถามเดียวทำให้หลินเซียวชะงักงัน
นักบุญหญิงแห่งสำนักอะไรสักแห่ง ถึงกับเปิดกล่องอาหารไม่เป็นงั้นหรือ?
เขาทำหน้าเอือมระอา ก่อนก้าวเข้าไปหยิบกล่องอาหารมา แล้วออกแรงเบา ๆ ก็เปิดฝาได้
“เอ้า”
เขายื่นคืนให้
เห็นดังนั้น นักบุญหญิงก็รู้สึกกระอักกระอ่วนขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ เมื่อครู่ลองอยู่นานก็ยังเปิดไม่ออก ไม่คิดเลยว่าจะง่ายดายถึงเพียงนี้
นางยกกล่องขึ้นจ่อปลายจมูก สูดกลิ่นหอมเย้ายวนของอาหาร ความอยากอาหารพลันปะทุขึ้นทันที
“ไม่มีอะไรแล้วใช่ไหม? งั้นผมกลับก่อนนะ”
หลินเซียวไม่กล้าอยู่ที่นี่นาน ฝีมือของนักบุญหญิงคนนี้ชวนให้หวาดหวั่นจริง ๆ
เขาเพิ่งจะหันหลัง เสียงเย็นชาของอวิ๋นเยว่ก็ดังขึ้นช้า ๆ “ข้าจะกินที่นี่ รอให้ข้ากินเสร็จแล้วค่อยไป”
พูดจบ นางก็นั่งลงกับพื้น
หลินเซียวหัวเราะแล้วเอ่ย “คุณกินข้าว ส่วนผมนั่งมอง แบบนั้นไม่เหมาะมั้ง?”
อวิ๋นเยว่เหลือบตามองเขาอย่างเย็นชา
“ข้าบอกให้นั่งก็นั่ง”
