ชายคนนั้นยิ้มพลางกล่าวว่า “ได้พบกันอีกแล้วครับคุณซู เรียกผมว่านักพรตฟางก็ได้”
เขาอายุราวห้าสิบกว่า เพียงแต่ดูมอมแมมอยู่บ้าง
บนใบหน้างามของซูเมี้ยวเมี้ยวปรากฏความประหลาดใจ
“นักพรต?”
เธอพึมพำอย่างประหลาดใจ
แม้จะสังเกตเห็นชุดนักพรตบนตัวเขา แต่เพราะมันเก่าขาดเกินไป เธอจึงไม่ได้ใส่ใจนัก
ไม่คิดเลยว่าจะเป็นนักพรตจริง ๆ
นักพรตฟางลูบเคราให้เรียบร้อยเบา ๆ ก่อนยิ้มถาม “คุณซู กำลังจะออกไปข้างนอกหรือกลับบ้านครับ?”
ซูเมี้ยวเมี้ยวรู้สึกแปลกใจ
ที่สำคัญคือบอดี้การ์ดทั้งสองของเธอยังเฝ้าอยู่ข้างนอกแท้ ๆ จนป่านนี้กลับไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าชายคนนี้เข้ามาได้อย่างไร
เธอเริ่มระแวดระวัง
“ฉัน...กำลังจะกลับบ้านค่ะ”
เธอตอบช้า ๆ
นักพรตฟางยิ้มพลางส่ายหน้า “คุณซู คุณไม่ได้พูดความจริง แล้วผมจะช่วยคุณได้ยังไงครับ?”
ซูเมี้ยวเมี้ยวยิ่งประหลาดใจ
“ช่วยฉัน?”
นักพรตฟางยิ้มอย่างมีลับลมคมใน ก่อนตอบว่า “คุณกำลังตามหาปรมาจารย์อยู่ไม่ใช่หรือ? ผู้อาวุโสอย่างผมมิได้เก่งกาจอะไรนัก แต่ก็พอจะเอื้อมถึงธรณีประตูของปรมาจารย์ได้”
รอยยิ้มนั้นไม่ได้ถ่อมตัว และก็ไม่ได้ดูโอ้อวดเกินไป
ซูเมี้ยวเมี้ยวตกตะลึง
ตอนจ่ายเงินให้เขาเมื่อเช้า เธอผิดหวังไปแล้วแท้ ๆ ไม่คิดเลยว่า...เขาจะกลับมาอีก
อ้างตัวว่าเป็นปรมาจารย์งั้นหรือ?
เธอมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า พลางครุ่นคิดอย่างรวดเร็ว
นักพรตฟางเห็นท่าทางเช่นนั้นก็ยิ้มอย่างจนใจแล้วกล่าวว่า “ตามหลักแล้ว ถ้าเป็นคนอื่นทำท่าแบบคุณ ผมคงหันหลังเดินจากไปทันที แต่คุณน่ะ...ก็เป็นคนใช้ได้ เห็นแก่เงินไม่กี่ร้อยหยวนที่ให้ผมไว้เมื่อเช้า ผมจะยกโทษให้แล้วกัน”
