หลินเซียวหรี่ตาลงเล็กน้อย สติค่อย ๆ กลับคืนมา เรื่องเมื่อคืนพลันผุดขึ้นในหัว
แม้จะเตรียมใจไว้แล้ว แต่ใบหน้าแสนเย้ายวนตรงหน้าก็ยังทำให้เขาตะลึงจนแทบเหม่อลอย
ระยะใกล้ขนาดนี้ ยิ่งมองก็ยิ่งงดงามจับใจ
ริมฝีปากแดงที่เผยอเล็กน้อยช่างเย้ายวน จนอดไม่ได้ที่จะเกิดแรงกระตุ้น อยากโน้มเข้าไปกัดสักคำ
แต่ทว่า...
นี่มันท่าอะไรกัน?
หลินเซียวมองให้ชัด ๆ ถึงได้พบว่าเจียงชูหนิงกำลังคร่อมอยู่บนตัวเขาครึ่งร่าง ใบหน้าเล็กแนบอยู่กับแผงอกของเขา
ให้ความรู้สึกเหมือนถูกใช้เป็นหมอนกอด...
“อืม...”
เจียงชูหนิงคล้ายจะรู้สึกว่ามีคนกำลังจ้องอยู่ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ส่งเสียงครางแผ่ว ๆ ก่อนขยับท่าอีกครั้ง แล้วซุกตัวเข้าหาหลินเซียวมากกว่าเดิม
สัมผัสนุ่มนิ่มพลันแผ่ซ่านจากแผงอก ทำให้ลมหายใจของหลินเซียวถี่กระชั้นขึ้นเล็กน้อย
ร่างของหลินเซียวแข็งเกร็งขึ้นมานิด ๆ ไม่กล้าขยับสุ่มสี่สุ่มห้า
ที่สำคัญคือเจียงชูหนิงขยับเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ จนริมฝีปากแทบจะจูบกันแล้ว ห่างกันแค่ไม่กี่เซนติเมตร
ลมหายใจของทั้งคู่ประสานกันอย่างร้อนแรง
ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร ลมหายใจของหลินเซียวก็เริ่มอุ่นขึ้นเช่นกัน
เขาไม่รู้เลยว่าควรทำอย่างไรดี
ยังไม่ทันได้คิดอะไร ดวงตาที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมก็ไหววูบสองครั้ง ก่อนจะค่อย ๆ ลืมขึ้น
เจียงชูหนิงถูกลมหายใจอุ่น ๆ ปลุกให้ตื่นจริง ๆ เธอยังงัวเงียอยู่บ้าง โดยเฉพาะเมื่อสบตากับหลินเซียว ร่างบอบบางก็เกร็งขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
