ในใจของเขาพลันรู้สึกจนปัญญาขึ้นมา
นี่มันดวงอะไรกันเนี่ย
“แล้วคุณมีแผนอะไร?” เขาถาม
มุมปากอวิ๋นเยว่ยกขึ้น ก่อนจะกล่าวว่า “เมื่อเช้าฉันยังสับสนอยู่เลย”
หลินเซียวมองเธออย่างสงสัย
“แล้วตอนนี้ล่ะ?”
อวิ๋นเยว่เงยหน้าขึ้นสบตาหลินเซียว แววตาฉายประกายลึกล้ำ
“ตอนนี้น่ะหรือ? ฉันคิดว่าจะลองสู้กับพวกเขาดู”
เธอยิ้มพลางเอ่ย
หลินเซียวมองเธออย่างประหลาดใจ
“ไม่ใช่ว่าสู้ไม่ไหวหรือ?” เขาไม่เข้าใจ
อวิ๋นเยว่ยังคงจ้องเขานิ่ง แววตาเป็นประกาย ก่อนจะพึมพำว่า “ถึงจะสู้ไม่ไหว แต่เพื่อคุณ ฉันก็ต้องพยายามให้เต็มที่”
คำพูดนั้นทำให้หลินเซียวถึงกับอึ้งไปเลย
“เพื่อผม?”
อวิ๋นเยว่คลี่ยิ้มอย่างมีเลศนัย ก่อนจะถอนสายตากลับแล้วกล่าวช้า ๆ ว่า “ในสำนักเทียนหลัวมีวัตถุดิบสำหรับอัปเกรดแหวนมิติ และมีเพียงในสำนักของพวกเขาเท่านั้นที่จะรวบรวมได้ครบ”
แววตาหลินเซียวไหววูบ หัวใจพลันเต้นแรงขึ้นมา
วัตถุดิบ!
อวิ๋นเยว่กล่าวต่อว่า “อีกอย่าง ฉันจะหนีไปไหนได้ล่ะ? สองสำนักตามล่าฉัน ต่อให้หนีไปสุดหล้าฟ้าเขียวก็ไม่มีประโยชน์ เหนื่อยแล้ว”
“สำนักเทียนหลัวไร้คุณธรรม ฉันก็ไม่จำเป็นต้องมีคุณธรรมกับพวกเขา หากสู้กับสำนักเทียนหลัวได้ ทั้งยังหาวัตถุดิบสำหรับอัปเกรดแหวนมิติได้ แถมยังได้ทักษะต่อสู้ขั้นฟ้าของสำนักเทียนหลัว และมียาโอสถมากมายจากสำนักนั้นช่วยหนุน พอกลับไปจัดการสำนักหลิงเซียวก็คงไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้”
