เขาไม่ลังเลแม้แต่น้อย ขยับเท้าแล้วใช้มืออีกข้างกดลงบนไหล่ของซูเมี้ยวเมี้ยวอย่างรวดเร็ว
ร่างบอบบางของซูเมี้ยวเมี้ยวเกร็งขึ้นทันที นิ้วมือเลื่อนไปวางบนไกปืนอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณบอกให้เธอลั่นไก
แต่... เธอช้าไป
ความเร็วของเฉินสงเจี้ยนราวกับสายฟ้าแลบ เธอไม่มีเวลาคิดอะไรทั้งนั้น
ทุกคนต่างจับตามองอย่างไม่กะพริบตา
ในชั่วขณะที่มือของเฉินสงเจี้ยนกดลงบนไหล่ของซูเมี้ยวเมี้ยว มือของเจียงชูหนิงก็ล้วงออกมาจากอกเสื้อแล้ว เธอหันปืนไปทางเฉินสงเจี้ยนที่อยู่ด้านหลังเฉียง ๆ อย่างไม่ลังเล ก่อนเหนี่ยวไก
ปัง!
เสียงปืนอันเป็นเอกลักษณ์ดังกึกก้องไปทั่วห้องรับรอง
เฉินสงเจี้ยนสังเกตเห็นจากหางตา สีหน้าเปลี่ยนไปอย่างตกตะลึง เขาเบี่ยงศีรษะหลบโดยไม่ทันคิด
“อ๊าก!”
วินาทีต่อมา ความเจ็บแสบแผ่ซ่านจากใบหน้า ลำแสงเลเซอร์เผาทะลุใบหน้าของเขา จนเจ้าตัวชะงักงันไปชั่วขณะ
ความเจ็บปวดแสนสาหัสทำให้แววตาของเขาเหี้ยมเกรียมถึงขีดสุด
“นังสารเลว!”
เขาคำรามอย่างเกรี้ยวกราด แขนที่เพิ่งยกขึ้นฟาดลงบนศีรษะของเจียงชูหนิงอย่างรุนแรงอีกครั้ง
ครั้งนี้เขาคิดจะฆ่าเธอให้ตาย
ปัง!
ก่อนที่มือจะกดลง ซูเมี้ยวเมี้ยวก็เหนี่ยวไกไปแล้ว
เสียงปืนแหลมบาดหูดังสนั่นข้างใบหู ปะปนกับเสียงร้องเรียกอย่างตื่นตระหนกเล็กน้อยของซูเมี้ยวเมี้ยว
หัวใจของเฉินสงเจี้ยนกระตุกวูบ
นี่เขากำลังพาตัวเองไปตายหรือไง?
ที่สำคัญคือเขาคาดไม่ถึงเลยว่าเจียงชูหนิงจะโต้กลับได้ แถมยังไม่ทันได้ระวังตัวแม้แต่น้อย