ฟึ่บ ๆ ๆ!
ไม่นาน เงาร่างอีกหลายสายก็ปรากฏขึ้นในระยะสายตา พวกเขาแต่งกายเหมือนกัน ทั้งยังแผ่กลิ่นอายแบบเดียวกัน
หลินเซียวกวาดตามองรอบหนึ่ง แล้วรู้ทันทีว่าตนคงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของคนเหล่านี้แน่
เขากล่าวเสียงเรียบว่า “ฉันเอง”
คนที่เป็นหัวหน้าก้าวออกมา พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ดี ข้าคือศิษย์หอวินัยแห่งสำนักเทียนหลัว ในเมื่อเจ้ายอมรับแล้ว ก็ไปตายเสีย!”
เขาเร่งโคจรปราณ สะสมพลังเตรียมพร้อมโจมตี
หลินเซียวขมวดคิ้วแน่น
ในชั่วขณะนั้น เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงความเคลื่อนไหวของอากาศรอบตัว
คนผู้นี้ต้องไม่ได้อยู่แค่ขั้นรวมปราณแน่!
“ไปตายซะ!”
ชายคนนั้นคำรามลั่นอีกครั้ง ร่างพุ่งเข้ามาราวกับสายฟ้า แม้อยู่ห่างกันมาก หลินเซียวก็สัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่โถมเข้ามาปะทะหน้าแล้ว
เขาออกแรงที่เท้า ถอยกรูดอย่างรวดเร็ว
แต่ความเร็วของเขาเทียบอีกฝ่ายไม่ได้ ทำได้เพียงมองอีกฝ่ายที่เข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อรู้ว่าหลบไม่พ้น เขาจึงเบี่ยงตัวหลบ
คนยังมาไม่ถึง แต่ปราณอันบ้าคลั่งก็พุ่งมาปะทะหน้าแล้ว พัดเสื้อผ้าของเขาจนปลิวสะบัด
นี่หรือคือขั้นทะลวงเสวียน?
เขากัดฟัน จ้องอีกฝ่ายเขม็ง พลางเริ่มหลบหลีกอย่างรวดเร็ว ถูกโจมตีจนไม่มีโอกาสสวนกลับเลย
โหดชะมัด!
พอทั้งคู่ถอยห่างกัน หลินเซียวก็ยังไม่ทันได้หายใจให้ทั่วท้อง หมัดของอีกฝ่ายก็พุ่งตรงเข้ามาอีกครั้ง
หลินเซียวหลบไม่ทันแล้ว จึงโคจรปราณไหลเข้าสู่หมัด แล้วปะทะเข้าไปอย่างสุดกำลัง
