เขาโกรธจนแทบระเบิด ดวงตาเย็นเยียบ จ้องหลินเซียวเขม็ง
บรรยากาศที่แผ่ออกมาทำให้แม้แต่หลินเซียวก็ยังอดประหลาดใจไม่ได้
ตาแก่นี่เป็นอะไรไป?
หวังหยงคังกับหวังไห่คุนสบตากัน ก่อนจะยืนนิ่งอยู่ด้านหลังหลินเซียว แววตาแน่วแน่ ไม่ขยับเขยื้อน
ภายในห้องส่วนตัวอบอวลไปด้วยบรรยากาศตึงเครียด ราวกับพร้อมเปิดศึกได้ทุกเมื่อ
มุมปากของหลินเซียวค่อย ๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชา
แม้จะสงสัย แต่เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ดูท่าก็ไม่มีอะไรให้ต้องคิดมากอีก
“ได้สิ งั้นมาดูกันว่าใครจะหายไปก่อน”
สิ้นเสียง เขาก็ไม่ลังเลอีก คนที่เอาหัวมาส่งถึงที่ ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่รับไว้
เขาออกแรงจากปลายเท้า ร่างทะยานข้ามโต๊ะไปในพริบตา พุ่งตรงเข้าหาหลงเทียนเฉิง
ถึงหลงเทียนเฉิงจะมั่นใจในตัวเองมากเพียงใด พอเห็นภาพนี้ก็ยังอดใจเต้นระทึกไม่ได้
เรื่องฝีมือของหลินเซียว เขาได้ยินมาแต่แรกแล้ว
ในจังหวะที่หลินเซียวพุ่งเข้าไป ประตูห้องส่วนตัวก็ถูกใครบางคนถีบเปิดอย่างแรง จากนั้นเงาร่างสองสายก็พุ่งเข้าหาหลินเซียว
หนึ่งในนั้นคว้าไหล่หลงเทียนเฉิงไว้ แล้วดึงเขาถอยหลัง
หลินเซียวขมวดคิ้วเล็กน้อย
เพิ่งเผชิญหน้ากัน ยังไม่ทันได้มองให้ชัดว่าทั้งสองมีฝีมือระดับไหน
แต่ตอนนี้เขาบรรลุถึงจุดสูงสุดของขั้นรวมปราณแล้ว ย่อมไม่หวาดกลัว เขาลงมือฉับไวราวสายฟ้า เลือกปะทะตรง ๆ ทันที
หลงเทียนเฉิงไม่แม้แต่จะหันกลับมา รีบวิ่งหนีออกไป ท่าทีสงบนิ่งเมื่อครู่หายไปสิ้น เหลือเพียงความทุลักทุเล
ปัง! ปัง!
เพิ่งปะทะกันได้ไม่นาน ชายสองคนที่บุกเข้ามาก็ถูกซัดจนถอยกรูด สีหน้าเจ็บปวด
