“คุณหลิน ท่านมาแล้ว”
ชายคนนั้นได้ยินเสียงจึงหันกลับมา ใบหน้าเผยรอยยิ้ม
เขาคือหลิวซานเอ๋อร์นั่นเอง
หลิวซานเอ๋อร์โบกมือเบา ๆ รปภ.คนนั้นก็หันหลังเดินจากไป ภายในศาลาจึงเหลือเพียงหลิวซานเอ๋อร์กับหญิงสาวคนหนึ่งที่ยืนอยู่ไม่ไกล แต่งกายเหมือนเลขานุการ
หลินเซียวพยักหน้าเบา ๆ แล้วเดินเข้าไปยืนในศาลา
เมื่อมองออกไป สนามกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา แม้ยามราตรีมาเยือนก็ยังสว่างไสวด้วยแสงไฟเจิดจ้า
“ที่นี่นายก็มีเส้นสายด้วยหรือ?”
หลินเซียวถามอย่างไม่ใส่ใจ
หลิวซานเอ๋อร์ยิ้มแล้วตอบว่า “เป็นกิจการของพี่น้องคนหนึ่งที่ผมเคยรู้จัก ตอนนี้ก็ขยายใหญ่โตแล้ว ทำได้ไม่เลวเลยครับ”
หลินเซียวเข้าใจขึ้นมาทันที
“แล้วลู่อวี่ล่ะ?” เขาถาม
หลิวซานเอ๋อร์ยกมือชี้ไปทางหนึ่ง “อยู่ทางนั้นครับ เดี๋ยวก็มาแล้ว”
หลินเซียวมองตามไป แต่ในสายตากลับไม่เห็นอะไร เขาจึงไม่รีบร้อน ยืนรอเงียบ ๆ
สีหน้าของหลิวซานเอ๋อร์ฉายแววลังเล
“คุณหลิน เมื่อกี้คนข้างล่างรายงานมาว่า คราวนี้ลู่อวี่ดูเหมือนไม่ได้มาเล่นครับ คล้ายจะมาพบใครบางคน”
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนพูดต่อ
ถึงจะยังยืนยันไม่ได้ แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้
หลินเซียวถามว่า “พบใคร?”
หลิวซานเอ๋อร์เงยหน้าสบตาเขา สีหน้าหนักใจเล็กน้อย
“คือ... เหลียงกว่างเชาครับ”
หลินเซียวขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วถามว่า “คนนี้เป็นใคร? เก่งมากหรือ?”
หลิวซานเอ๋อร์พยักหน้าเบา ๆ
“คนผู้นี้เป็นนายน้อยแห่งสำนักเจินอู่ ว่าที่ผู้สืบทอดสำนักเจินอู่ในอนาคตครับ”
เขากล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
